
รวมจุดเด่นและอาหารรสเลิศของฟุกุโอกะ! 16 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฮากาตะ
ถ้ากำลังมองหาจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวคิวชู ฮากาตะก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
ย่านนี้นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของจังหวัดฟุกุโอกะ และแทบไม่เกินจริงเลยหากจะบอกว่าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังกับย่านช้อปปิ้งส่วนใหญ่ของจังหวัดฟุกุโอกะล้วนอยู่ที่นี่
การเดินทางก็สะดวกมาก เพราะมีทั้งสนามบินที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศและสถานีรถไฟชินคันเซ็น
ใครที่วางแผนจะเที่ยวคิวชู เริ่มต้นจากฮากาตะก็น่าจะเที่ยวได้คล่องตัว
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาหาร ย่านช้อปปิ้ง และที่พักที่ควรรู้ เพื่อให้คุณเที่ยวฮากาตะได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ฮากาตะเป็นสถานที่แบบไหน?
ที่นี่เป็นย่านที่คึกคักและเจริญที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคคิวชู
สำหรับความหมายของคำว่า “ฮากาตะ” ถ้าพูดแบบแคบจะหมายถึงเขตฮากาตะของเมืองฟุกุโอกะ ส่วนถ้ามองกว้างขึ้นก็อาจหมายถึงทั้งเมืองฟุกุโอกะที่รวมเขตฮากาตะอยู่ด้วย
แม้นิยามของคำว่าฮากาตะจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคน แต่ในบทความนี้จะใช้คำว่าฮากาตะเพื่อหมายถึงพื้นที่เมืองฟุกุโอกะทั้งหมด
ฮากาตะเป็นพื้นที่ที่รวมเสน่ห์หลากหลายไว้แบบกะทัดรัด ทั้งย่านรอบสถานีฮากาตะที่เต็มไปด้วยอาคารสมัยใหม่ ย่านเท็นจินซึ่งเป็นย่านบันเทิงอันดับต้น ๆ ของคิวชู สถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนาน
นอกจากนี้ เสน่ห์อีกอย่างของฮากาตะก็คืออาหารรสเลิศที่มีให้เลือกหลากหลาย
สำหรับชาวญี่ปุ่น เพียงพูดถึงฮากาตะ หลายคนก็นึกถึงอาหารอร่อยขึ้นมาทันที เพราะที่นี่มีเมนูท้องถิ่นขึ้นชื่อมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นราเม็งฮากาตะ เกี๊ยวซ่า หรือร้านแผงลอยยาตาอิที่มีอาหารหลากหลายให้ลิ้มลอง ถ้ามาถึงฮากาตะแล้วก็ไม่ควรพลาดเรื่องกิน
เทศกาลสำคัญของฟุกุโอกะอย่าง “เทศกาลใหญ่ 3 แห่งของฮากาตะ” ก็เป็นอีกไฮไลต์หนึ่ง โดยในช่วงจัดงานจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเที่ยว ชิมอาหาร หรือร่วมงานอีเวนต์ ฮากาตะคือจุดหมายยอดนิยมของภูมิภาคคิวชูที่เที่ยวได้สนุกตลอดทั้งปี

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของฮากาตะคือช่วงไหน?
ฮากาตะมีทั้งสถานที่น่าเที่ยวและอาหารอร่อยให้เพลิดเพลินได้ตลอดปี
หากสามารถเลือกช่วงเวลาเดินทางได้ แนะนำช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม หรือกันยายน–พฤศจิกายน เพราะฝนตกน้อย อุณหภูมิสบาย และเที่ยวได้คล่องตัว
ในเดือนพฤษภาคมและกันยายนยังมีเทศกาลใหญ่ 3 แห่งของฮากาตะจัดขึ้นด้วย ถ้าจังหวะตรงกันก็น่าลองไปร่วมงานดู
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของฮากาตะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางหรือคาร์ดิแกน
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): จะเป็นแจ็กเก็ตหรือโค้ตแบบบางก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปฮากาตะอย่างไร?
ฮากาตะมีสนามบินฟุกุโอกะและมีรถไฟชินคันเซ็นจอด จึงเดินทางได้สะดวกมากจากทั้งในและต่างประเทศ
หากเดินทางโดยเครื่องบิน ใช้เวลาจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง และจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางจากเมืองใหญ่ได้ในเวลาไม่นาน
สนามบินฟุกุโอกะยังมีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางจากไทเปมาถึงได้ภายในไม่เกิน 3 ชั่วโมง
ระบบขนส่งหลักสำหรับเที่ยวฮากาตะ
ฮากาตะมีเครือข่ายคมนาคมที่สะดวกครบครัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
มีทั้งรถบัสนิชิเท็ตสึ รถไฟนิชิเท็ตสึ JR คิวชู โชวะบัส รถไฟใต้ดินเมืองฟุกุโอกะ และเรือโดยสารของเมืองฟุกุโอกะ
หากอยู่ในเขตตัวเมืองของฮากาตะ เพียงใช้รถไฟก็สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
16 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์หลากหลายของฮากาตะ
ในฮากาตะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลายแบบ ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทรนด์ใหม่ ๆ
หลายแห่งยังเหมาะกับการเที่ยวทั้งครอบครัว จนบางทีวันเดียวอาจเก็บไม่ครบ
ต่อไปนี้คือสถานที่ที่คัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนฮากาตะ
1. สวนโอโฮริ
สวนโอโฮริ (Ohori Koen) เป็นสวนสาธารณะยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ห่างจากสถานีเท็นจินเพียง 2 สถานี แม้อยู่ในเมืองแต่กลับเต็มไปด้วยธรรมชาติร่มรื่นรอบสระน้ำขนาดใหญ่ จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมือง
สระน้ำที่กินพื้นที่มากกว่าครึ่งของพื้นที่สวนทั้งหมด 39.8 เฮกตาร์ เดิมถูกใช้เป็นคูเมืองชั้นนอกในสมัยที่คุโรดะ นางามาสะ สร้างปราสาทฟุกุโอกะ
บริเวณกลางสระมีเกาะนากะโนะชิมะกระจายตัวอยู่ และมีสะพาน 4 แห่งเชื่อมให้เดินข้ามสระได้

2. ศาลเจ้าคุชิดะ
ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Jinja) เป็นศาลเจ้าประจำเมืองฮากาตะที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยนารา และชาวฮากาตะนิยมเรียกกันอย่างเป็นกันเองว่า “โอะคุชิดะซัง”
ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่ใช้ถวายเทศกาล “ฮากาตะกิองยามากาสะ” ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในเดือนกรกฎาคมและเป็นสัญญาณบอกการมาถึงของฤดูร้อนในฮากาตะ โดยภายในศาลเจ้าสามารถชม “คาซาริยามากาสะ” อันยิ่งใหญ่ได้ตลอดปี ยกเว้นเดือนมิถุนายน
ภายในบริเวณยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮากาตะ จัดแสดงเอกสารสำคัญเกี่ยวกับฮากาตะ เช่น เอกสารประทับตราแดงที่โทโยโตมิ ฮิเดโยชิทิ้งไว้ และหน้ากากโบราณของมัตสึบายาชิจากสมัยมุโรมาจิ

3. ฟุกุโอกะทาวเวอร์
แลนด์มาร์กของเมืองฟุกุโอกะที่สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ของงานมหกรรมเอเชียแปซิฟิกซึ่งจัดขึ้นในปี 1989
หอคอยแห่งนี้สูง 234 เมตร และจากห้องชมวิวชั้นบนสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองฟุกุโอกะแบบพาโนรามา 360 องศาได้อย่างเต็มตา

4. ซากปราสาทฟุกุโอกะ
ปราสาทแห่งนี้สร้างโดยสองพ่อลูก คุโรดะ โยชิทากะ และคุโรดะ นางามาสะ ตั้งแต่ปี 1601 ใช้เวลาสร้าง 7 ปี
เป็นที่รู้จักในฐานะปราสาทประจำตระกูลคุโรดะแห่งแคว้นฟุกุโอกะที่ปกครองต่อเนื่องตลอดยุคเอโดะ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทไมซุรุ”
ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู และเคยมีฐานหอคอยใหญ่ กลาง เล็ก รวมถึงป้อมยาม 47 แห่ง

5. มารีนเวิลด์ อุมิโนะนากามิจิ
มารีนเวิลด์ อุมิโนะนากามิจิ (Marine World Uminonakamichi) เปิดให้บริการในปี 1989 เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงสิ่งมีชีวิตประมาณ 30,000 ตัว จากราว 350 สายพันธุ์ ภายใต้ธีม “ทะเลแห่งคิวชู”
ในการปรับปรุงครั้งใหญ่ปี 2017 ได้เปลี่ยนตู้จัดแสดงถึง 90% รวมถึงตู้ทะเลเปิดขนาดใหญ่ลึก 7 เมตร
ทำให้บรรยากาศของทะเลคิวชูถูกถ่ายทอดได้สมจริงยิ่งขึ้น และผู้เข้าชมสามารถสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ทะเลในรูปแบบใกล้ธรรมชาติมากขึ้น

6. วัดโทโชจิ
วัดโทโชจิ (Tochoji) ในเขตฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ เป็นวัดนิกายชินงงที่เชื่อกันว่าโคโบไดชิ คูไค เปิดขึ้นเป็นแห่งแรกหลังกลับจากการศึกษาธรรมที่จีนถัง
ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “โทโชมิตสึจิ” ซึ่งคูไคตั้งชื่อด้วยความหมายว่าอยากให้พุทธศาสนานิกายมิคเคียวสืบทอดยาวนานไปทางตะวันออก
ไฮไลต์สำคัญคือพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “พระใหญ่ฟุกุโอกะ” สูง 10.8 เมตร อ้างอิงจากกิเลส 108 ประการของมนุษย์ และนับเป็นพระพุทธรูปนั่งไม้ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศ

7. BOSS E・ZO FUKUOKA
BOSS E・ZO FUKUOKA เปิดในเดือนกรกฎาคม 2020 ข้าง PayPay Dome เป็นอาคารรวมความบันเทิงที่สนุกได้ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงดาดฟ้า
ไฮไลต์คือโซนบนดาดฟ้าที่เรียกว่า “จุดชมวิวสุดหวาดเสียว 3 พี่น้อง SMBC Nikko Securities” ไม่ว่าจะเป็น “SubeZO” สไลเดอร์ท่อความยาว 100 เมตรที่พุ่งลงจากความสูง 40 เมตรตามผนังอาคาร หรือ “TsuriZO” รถรางแขวนเดี่ยวที่สัมผัสได้จากความสูง 60 เมตร ล้วนเป็นเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นเร้าใจมาก

8. สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองฟุกุโอกะ
สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวนมินามิ ซึ่งใช้ภูมิประเทศแบบเนินเขาภายในเมืองฟุกุโอกะ
ตรงกลางสวนเป็นโซนสวนสัตว์ ส่วนด้านใต้เป็นโซนสวนพฤกษศาสตร์ และสามารถเดินเชื่อมถึงกันผ่านสะพานลอยได้
โซนสวนสัตว์แบ่งเป็นสวนเหนือ สวนใต้ และโซนหุบเขาเขตร้อนเอเชีย โดยมีสัตว์ราว 100 ชนิดให้ชม

9. ย่านแผงลอยนากาสุ
แม้ในเมืองแห่งอาหารอย่างฮากาตะ ย่านแผงลอยนากาสุก็ยังเป็นที่ที่ให้ประสบการณ์กินดื่มแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ
ที่นี่มีทั้งราเม็ง ของเสียบไม้ และโอเด้งให้ลิ้มลองคู่กับเครื่องดื่ม แสงนีออนของย่านนากาสุซึ่งเป็นย่านบันเทิงใหญ่ของคิวชูสะท้อนบนผิวน้ำแม่น้ำนากะ และมีแผงลอยเรียงรายตลอดริมแม่น้ำอย่างน่าตื่นตา
แค่เดินเล่นก็สัมผัสบรรยากาศคึกคักของเมืองได้อย่างเต็มที่

10. สวนริมทะเลอุมิโนะนากามิจิแห่งชาติ
สวนสาธารณะแห่งชาติในเขตฮิงาชิ เมืองฟุกุโอกะ ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 350 เฮกตาร์ที่ล้อมรอบด้วยทะเล เต็มไปด้วยธรรมชาติและดอกไม้ตามฤดูกาลที่บานสะพรั่งตลอดปี
มีทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กและโซน “ป่าแห่งสัตว์” ที่ให้สัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กด้วย

11. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน “ฮากาตะมาจิยะ”
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน “ฮากาตะมาจิยะ” (Hakata Machiya Furusatokan) ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าคุชิดะที่มีชื่อเสียงจากเทศกาลฮากาตะกิองยามากาสะ เป็นสถานที่ให้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของฮากาตะ ทั้งเทศกาลและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน
ภายในประกอบด้วย 3 อาคาร ได้แก่ อาคารนิทรรศการ อาคารมาจิยะ และร้านขายของฝาก
ที่ร้านของฝากมีจำหน่ายขนมขึ้นชื่อของฮากาตะ งานหัตถกรรมดั้งเดิม และสินค้าต้นฉบับของพิพิธภัณฑ์

12. สวนชายหาดซีไซด์โมโมจิ
พื้นที่ริมน้ำของอ่าวฮากาตะที่เรียงรายไปด้วยแลนด์มาร์กของฟุกุโอกะ เช่น ฟุกุโอกะทาวเวอร์ และ PayPay Dome ให้บรรยากาศทันสมัย
ชายหาดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตรที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระเบียบริมชายฝั่งโมโมจิฮามะก็คือ “สวนชายหาดซีไซด์โมโมจิ” แห่งนี้
ชายหาดกว้างสะอาดจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่นอกจากเล่นน้ำแล้ว ยังสนุกกับกีฬาชายหาดอย่างบีชวอลเลย์บอลและบีชซอคเกอร์ได้ด้วย

13. ศาลเจ้าสุมิโยชิ แห่งชิคุเซ็น อิจิโนะมิยะ
ทั่วญี่ปุ่นมีศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพสุมิโยชิอยู่ 2,129 แห่ง และเชื่อกันว่าที่นี่คือศาลเจ้าแรกสุด
เทพเจ้าที่ประดิษฐานยังปรากฏอยู่ในคัมภีร์โคจิกิ และในฐานะเมียวจินไทฉะตามระบบศาลเจ้าโบราณ รวมถึงอิจิโนะมิยะแห่งแคว้นชิคุเซ็น ที่นี่มีประวัติยาวนานกว่า 1,800 ปี
นอกจากจะเป็นเทพแห่งการเดินเรือและดวงดาวที่ปรากฏจากทะเล และเป็นเทพแห่งการชำระล้างกายใจแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งกับซูโม่ โดยก่อนการแข่งขันซูโม่ใหญ่ประจำคิวชูในฤดูใบไม้ร่วง จะมีพิธีขึ้นเวทีมอบถวายของโยโกสึนะที่จัดโดยสมาคมซูโม่ญี่ปุ่นด้วย

14. สวนเท็นจินชูโอแห่งจังหวัดฟุกุโอกะ
สถานที่พักผ่อนของชาวจังหวัดและชาวเมืองที่ตั้งอยู่ในย่านเท็นจิน แหล่งความคึกคักของเมืองฟุกุโอกะ มีพื้นที่รวมประมาณ 31,000 ตารางเมตร
ภายในมีทั้ง “ลานน้ำพุ” ที่ให้บรรยากาศหนักแน่นด้วยเสาหินและวัสดุหินจากอาคารที่ทำการจังหวัดเก่า “ลานสนามหญ้า” กว้างใหญ่เหมาะกับการปิกนิกหรือนอนพักผ่อนสบาย ๆ และ “บาร์โหนสูง” ที่ใช้ห้อยตัวหรือเล่นออกกำลังกายได้อย่างอิสระ จึงเป็นสวนที่ใช้เวลาได้ตามสไตล์ของแต่ละคน

15. พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมดั้งเดิมฮากาตะ
พิพิธภัณฑ์ที่แนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิมซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับฟุกุโอกะและฮากาตะ
ที่นี่นำเสนอผลงานหัตถกรรมงดงามที่ช่างฝีมือฮากาตะสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านนิทรรศการถาวร นิทรรศการพิเศษ เวิร์กช็อป และอีเวนต์นอกสถานที่อย่างหลากหลาย

16. ราคุซุยเอ็น
สวนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่เงียบ ๆ ในย่านออฟฟิศใกล้สถานีฮากาตะ เดิมเป็นที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศที่ชิโมซาวะ เซ็นเอมอน ชิกามาสะ พ่อค้าชาวฮากาตะผู้มีบทบาทต่อการพัฒนาฟุกุโอกะและฮากาตะ สร้างขึ้นในปี 1906
หลังสงครามโลกครั้งที่สองเคยถูกใช้เป็นเรียวกัง ก่อนที่เมืองฟุกุโอกะจะปรับปรุงใหม่เป็นสวนในปี 1995

ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นรสเลิศ! 5 ร้านอาหารยอดนิยมที่ควรแวะในฮากาตะ
มาเยือนฮากาตะทั้งที เรื่องกินก็น่าใส่ไว้ในแผนเหมือนกัน
ที่นี่มีเมนูขึ้นชื่อระดับประเทศมากมาย โดยเฉพาะราเม็งทงคตสึ จึงหาของอร่อยกินได้แทบทุกมุมเมือง
จากนี้ไปเราจะคัด 5 ร้านที่พลาดไม่ได้จากบรรดาร้านอาหารมากมายมาแนะนำกัน
1. ฮากาตะ อิกโคฉะ สาขาใหญ่
ฮากาตะ อิกโคฉะ (Hakata Ikkousha) เป็นหนึ่งในร้านราเม็งทงคตสึสไตล์ฮากาตะที่ได้รับความนิยมระดับต้น ๆ
สาขาใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่หน้าสถานี JR ฮากาตะ และถือเป็นต้นกำเนิดหลักของอิกโคฉะที่พัฒนาแบรนด์ย่อยถึง 5 รูปแบบ
จุดเด่นที่สุดคือซุปฟองที่มีชื่อเสียงในฐานะ “ต้นตำรับซุปฟอง” โดยความละเอียดนุ่มครีมมี่ของฟองนั้นมาจากกรรมวิธีต้มซุปแบบบ่มและเคี่ยวซ้ำเฉพาะของร้าน

2. อิจิรัน สำนักงานใหญ่สาขาหลัก
สาขาหลักที่ตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของ “อิจิรัน” ร้านราเม็งทงคตสึยอดนิยมที่ไม่เพียงมีสาขาทั่วญี่ปุ่น แต่ยังขยายไปต่างประเทศอย่างนิวยอร์ก ฮ่องกง และไต้หวันอีกด้วย
เมนูราเม็งที่เสิร์ฟมีเพียงชนิดเดียวคือ “ราเม็งทงคตสึธรรมชาติ”
ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่ตัดกลิ่นเฉพาะของทงคตสึออก หรือเส้นสดสูตรพิเศษ ทุกอย่างล้วนผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1960 จนกลายเป็นราเม็งชามพิเศษที่มุ่งสู่รสชาติอันสมบูรณ์แบบ

3. ฮากาตะ ดารุมะ สาขาใหญ่
ฮากาตะ ดารุมะ สาขาใหญ่ (Hakata Daruma) ก่อตั้งในปี 1963
เป็นร้านราเม็งฮากาตะชื่อดังที่สืบทอดรสชาติดั้งเดิมจากรุ่นก่อนมาสู่เจ้าของรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นลูกชาย
ซุปสูตรลับที่เคี่ยวกระดูกหมูในหม้อเหล็กนาน 16 ชั่วโมง และเติมต่อเนื่องมาตั้งแต่วันเปิดร้าน ให้รสเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์จนหลายคนติดใจ

4. ฮากาตะกิอง เท็ตสึนาเบะ
ร้านยอดนิยมของเมนูขึ้นชื่อแห่งฟุกุโอกะอย่าง “เกี๊ยวซ่ากระทะเหล็ก” ซึ่งว่ากันว่ามีต้นกำเนิดจากแผงลอยในฮากาตะ
ถือเป็นหนึ่งในต้นตำรับของเกี๊ยวซ่ากระทะเหล็กทรงกลม ที่เรียงเกี๊ยวชิ้นเล็กเป็นวงซ้อนกันในกระทะร้อนและย่างจนสุกอย่างทั่วถึง
ผิวด้านล่างกรอบหอมและน้ำเนื้อฉ่ำที่ไหลออกมาเมื่อกัดคำแรกชวนให้ติดใจ รสชาติจัดจ้านแต่ยังมีกลิ่นกุยช่ายหอมสดชื่น จนมีคนบอกว่ากิน 2–3 ที่ก็สบาย

5. ร้านเมนไต ฮากาตะ โชโบอัน
ร้านอาหารที่คุณจะได้ลิ้มรส “อะโกะดาชิเมนไทโกะ” ของโชโบอัน ซึ่งเป็นของฝากคุ้นชื่อจากฮากาตะ
นอกจากเมนูที่ใช้เมนไทโกะเป็นวัตถุดิบหลักแล้ว ยังมีอาหารญี่ปุ่นสร้างสรรค์ที่รวมอาหารโฮมเมดของฮากาตะและวัตถุดิบตามฤดูกาลไว้ด้วย
เมนไทโกะของโชโบอันใช้เฉพาะไข่ปลาค็อดจากฮอกไกโดที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน หมักกับน้ำซุปปลาอะโกะย่างจากญี่ปุ่นและซอสเผ็ดอย่างหรูหรา จนได้รสชาติละมุนและหรูหราเป็นเอกลักษณ์

ช้อปปิ้งให้เต็มที่! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในฮากาตะ
ฮากาตะเต็มไปด้วยย่านการค้าคึกคักและศูนย์การค้าขนาดใหญ่
มีแหล่งช้อปปิ้งมากมายจนคุณอาจจัดเวลาเที่ยวหนึ่งวันไว้สำหรับช้อปปิ้งโดยเฉพาะก็ยังได้
ต่อไปนี้คือแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมที่มีครบตั้งแต่ของขึ้นชื่อของฮากาตะไปจนถึงไอเท็มแฟชั่นและของใช้ยอดฮิตจากญี่ปุ่น
1. คาแนลซิตี้ ฮากาตะ
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ประมาณ 43,500 ตารางเมตร ที่รวมทั้งศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงละคร สถานบันเทิง และโรงแรม 2 แห่งไว้ในที่เดียว
สัญลักษณ์ของที่นี่คือคลองยาวประมาณ 180 เมตรที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ระหว่างอาคารสีสันสดใส
จุดเด่นของคาแนลซิตี้ ฮากาตะ คือไม่ใช่แค่ช้อปปิ้งหรือความบันเทิงเท่านั้น แค่มาอยู่ในพื้นที่ก็เพลิดเพลินได้แล้ว

2. เท็นจินชิคะไก
ย่านเท็นจินในเขตชูโอ เมืองฟุกุโอกะ คือย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในคิวชู
ใต้ถนนวาตานาเบะที่พาดผ่านย่านนี้จากเหนือจรดใต้ ตั้งแต่ถนนโชวะทางเหนือถึงถนนโคคุไตทางใต้ คือศูนย์การค้าใต้ดินเท็นจินชิคะไกที่ทอดยาวประมาณ 600 เมตร
ที่นี่แบ่งเป็นบล็อกตั้งแต่หมายเลข 1 ถึง 12 และมีร้านค้าราว 150 ร้านเรียงราย ทั้งแฟชั่น อาหาร ของใช้ และหนังสือ

3. JR ฮากาตะ ซิตี้
อาคารสถานีและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของคิวชูที่เชื่อมตรงกับสถานี JR ฮากาตะ
ประกอบด้วย Amu Plaza Hakata และ Hakata Hankyu ฝั่งทางออกฮากาตะ รวมถึง Hakata Deitos และ Amu Est ฝั่งทางออกชิกุชิ
Amu Est มีแนวคิดว่า “มาเมื่อไรก็สนุก และมีอะไรใหม่ให้ค้นพบเสมอ” จึงรวมไอเท็มแฟชั่นและของใช้ที่เน้นเทรนด์ไว้อย่างหลากหลาย

เดินทางสะดวกสุด ๆ! 3 ที่พักแนะนำในฮากาตะ
ฮากาตะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีโรงแรมให้เลือกมากมาย ทั้งแบบเดินทางสะดวกและแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จากโรงแรมจำนวนมากเหล่านี้ เราได้คัดที่พักที่อยู่ใกล้สถานีและเหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวมาแนะนำให้คุณแล้ว
1. เท็นซะ โฮเทล ฮากาตะ สเตชัน
โดดเด่นด้วยผนังกระจกขนาดใหญ่และดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น
แม้ยังไม่ทันก้าวผ่านประตูก็ช่วยเพิ่มอารมณ์การเดินทางได้แล้ว ด้วยความเป็นอาคารกระจก ห้องพักจึงรับแสงธรรมชาติได้ดีและให้บรรยากาศสว่างโปร่ง
ส่วนห้องพักมีให้เลือก 9 แบบ ตั้งแต่ประเภทสำหรับ 1–2 คน ไปจนถึงแบบสำหรับครอบครัว

2. โซลาเรีย นิชิเท็ตสึ โฮเทล ฟุกุโอกะ
ซิตี้โฮเทลที่เชื่อมตรงกับสถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน)
ภายในห้องพักและพื้นที่ต่าง ๆ ของโรงแรมมีการใช้หัตถกรรมดั้งเดิมของคิวชู เช่น งานไม้โอกาวะคุมิโกะ และเครื่องอิมาริยากิ ช่วยยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้พิเศษยิ่งขึ้น
ห้องพักทุกห้องติดตั้งเตียง Simmons ที่ช่วยลดภาระต่อร่างกายและส่งเสริมการนอนหลับสบาย พร้อมใส่ใจทั้งเครื่องนอนและการตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

3. THE BASICS FUKUOKA เดอะ เบสิกส์ ฟุกุโอกะ
เมื่อก้าวเข้าโรงแรม สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือชั้นหนังสือ 11 ต้น สูงประมาณ 8 เมตร
สมกับคอนเซ็ปต์ “INTELLECTUALS WORLD–กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นทางปัญญา” เพราะในล็อบบี้ไลบรารีมีหนังสือประมาณ 5,000 เล่ม ตั้งแต่หนังสือที่ได้แรงบันดาลใจจากการเปลี่ยนแปลงของ 4 ฤดู ไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิกและการ์ตูน และสามารถหยิบไปอ่านได้ทั้งในเลานจ์หรือในห้องพักตามมุมที่ชอบ

ซื้ออาหารท้องถิ่นรสเลิศกลับเป็นของฝาก! 3 ของฝากยอดนิยมจากฮากาตะ
ฮากาตะขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย และของฝากก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ถ้าซื้อความอร่อยของฮากาตะกลับไปฝากเพื่อนหรือคนรู้จัก รับรองว่าใครได้ก็น่าจะประทับใจ
ต่อไปนี้คือของฝากแนะนำที่โดดเด่นเป็นพิเศษจากตัวเลือกมากมาย
1. ฟุกุทาโร่ “เมนเบอิ ข้าวเกรียบรสเมนไทโกะเผ็ด”
“เมนเบอิ ข้าวเกรียบรสเมนไทโกะเผ็ด” เป็นสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายโดยฟุกุทาโร่ ซึ่งมีชื่อเสียงจากเมนไทโกะของฮากาตะ
เป็นข้าวเกรียวที่ผสมเมนไทโกะของฟุกุทาโร่ลงไป ให้รสเผ็ดอ่อน ๆ ที่ยิ่งกินยิ่งเพลิน
นับตั้งแต่เปิดตัวมากว่า 20 ปี ปัจจุบันกลายเป็นของฝากมาตรฐานของฟุกุโอกะและเป็นสินค้ายอดนิยมของฟุกุทาโร่เคียงคู่เมนไทโกะไปแล้ว

2. เมเก็ตสึโด “ฮากาตะ โทริมง”
เทศกาล “ฮากาตะดงตะกุ” จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคม และในช่วงงานทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนอย่างคึกคัก
สำหรับคำว่า “โทริมง” ในภาษาถิ่นฮากาตะ ใช้เรียกผู้ที่แต่งกายด้วยชุดดงตะกุ เล่นชามิเซ็น เป่าขลุ่ย และตีกลองเดินขบวนไปตามถนน
และนี่เองคือที่มาของขนมสไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตก “ฮากาตะ โทริมง”

3. ฟุกุโอกะ สวีตส์ โชคุโด
ขนมหวานที่ทำเลียนแบบเมนูท้องถิ่นเด่น 3 อย่างของจังหวัดฟุกุโอกะ ได้แก่ “ราเม็งทงคตสึ” “ข้าวเมนไทโกะ” และ “หม้อไฟโมสึ” เป็นสินค้าที่หักมุมด้วยภาพลักษณ์และรสชาติที่ต่างจากที่เห็นอย่างสิ้นเชิง
แต่ละชิ้นทำขึ้นด้วยส่วนประกอบที่ออกแบบอย่างประณีต จึงให้ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ลงตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวฮากาตะ
Q
ถ้ามีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวฮากาตะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?
ถ้าอยู่รอบสถานีฮากาตะ คุณสามารถเที่ยว ชิมอาหาร และช้อปปิ้งได้โดยใช้เวลาเดินทางน้อย
Q
ฮากาตะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ตรงไหนถึงตรงไหน?
นิยามอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว มักหมายถึง “เมืองฟุกุโอกะทั้งหมด”
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราพาคุณไปรู้จักเสน่ห์หลากหลายของฮากาตะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และที่พักที่ช่วยให้สัมผัสบรรยากาศของที่นี่ได้อย่างเต็มที่
หากใช้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบ ก็น่าจะช่วยให้คุณเที่ยวฮากาตะได้สนุกขึ้นอีกมาก
ถ้ามาเที่ยวคิวชู ลองแวะฮากาตะดูสักครั้ง เมืองที่มีทั้งเสน่ห์หลายแบบและอาหารรสเลิศ
จังหวัดฟุกุโอกะเองก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่นอกเหนือจากฮากาตะ
หากอยากสนุกกับฟุกุโอกะให้มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อได้เลย

