
【ทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในฟุกุโอกะ】เดินเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สัมผัสศรัทธาแห่งมุนากาตะมรดกโลก และเมืองสายน้ำยานากาวะ
ถ้าอยากออกทริปที่ได้ทั้งบรรยากาศเมือง ประวัติศาสตร์ และวิวธรรมชาติในคราวเดียว ฟุกุโอกะก็เป็นปลายทางที่ชวนเที่ยวไม่น้อย จังหวัดนี้มีเมืองฟุกุโอกะ เมืองใหญ่ที่สุดของคิวชู อยู่ภายในพื้นที่ และรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะประตูสู่วัฒนธรรมจากแผ่นดินใหญ่ มีทั้งเมืองท่า เมืองปราสาท และแนวชายฝั่งที่อุดมด้วยธรรมชาติกระจายตัวอยู่ทั่วจังหวัด อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย เช่น ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu), โมจิโกะเรโทร (Mojiko Retro), ชายทะเลอิโตชิมะ (Itoshima) และปราสาทโคคุระ (Kokura Castle) ที่ให้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และทิวทัศน์งดงามในแต่ละฤดูกาล เสน่ห์อีกอย่างของฟุกุโอกะก็คือการเดินเล่นในเมืองและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นนั่นเอง
ทริปตัวอย่างที่จะแนะนำในครั้งนี้ เริ่มจากวันแรกโดยใช้ฮากาตะเป็นฐาน ออกเดินทางไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของมุนากาตะมรดกโลก ก่อนกลับเข้าเมืองมาชิมอาหารขึ้นชื่อ ส่วนวันที่สองจะไปสัมผัสการล่องเรือและวัฒนธรรมเมืองปราสาทที่เมืองสายน้ำยานากาวะ เป็นทริป 2 วัน 1 คืนที่ให้คุณได้ใกล้ชิดทั้งประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและบรรยากาศอันละมุนของสายน้ำแบบฟุกุโอกะอย่างแท้จริง ลองเก็บไว้เป็นไอเดียสำหรับทริปครั้งต่อไปได้เลย
Day1|สู่ย่านมุนากาตะที่มีแหล่งมรดกโลก
วันแรกของทริปเริ่มกันที่สถานีเจอาร์ฮากาตะ จากที่นี่ให้นั่งรถไฟสายคาโกชิมะไปยังสถานีโทโงะ แล้วต่อรถบัสนิชิเท็ตสึที่หน้าสถานี ลงที่ป้ายรถบัสมุนากาตะไทฉะมาเอะ จากนั้นเดินอีกเพียงไม่นานก็จะถึงจุดหมายแรกของทริป คือศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ (Munakata Taisha)
สักการะ “ศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ” ดินแดนแห่งศรัทธาของมุนากาตะมรดกโลก
ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น อุทิศให้แก่เทพธิดาทั้งสามแห่งมุนากาตะ ซึ่งเป็นพระธิดาของอามาเตราสึโอมิคามิ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก และเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานประกอบด้วย 3 ศาล ได้แก่ โอกิสึมิยะ นากัตสึมิยะ และเฮ็ตสึมิยะ
สถานที่ที่เราจะไปเยือนในทริปนี้คือ “เฮ็ตสึมิยะ” ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีผู้มาสักการะจำนวนมาก ภายในบริเวณมีทั้ง “ฮนเด็น” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ “ทาคามิยะไซโจ” ที่ว่ากันว่าเป็นจุดพลังงานที่ใหญ่ที่สุด และ “ศาลที่สอง・ศาลที่สาม” ซึ่งมีอาคารศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานมาจากศาลเจ้าอิเสะ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกราวกับจิตใจได้รับการชำระให้สงบบริสุทธิ์
ท่ามกลางเสียงใบไม้ไหวและเสียงทางกรวดใต้เท้า คุณจะได้ใช้เวลาอย่างเงียบสงบเพื่อสัมผัส “ศรัทธา” ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งนี้ด้วยตัวเอง

สัมผัสประวัติศาสตร์และความศรัทธาของมุนากาตะที่ “อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง”
หลังสักการะศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ “เฮ็ตสึมิยะ” เสร็จแล้ว ลองข้ามไปยัง “อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง” ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ที่นี่เป็นสถานที่เรียนรู้ที่มีธีมเกี่ยวกับมรดกโลก “เกาะศักดิ์สิทธิ์โอกิโนชิมะและกลุ่มมรดกที่เกี่ยวข้องแห่งมุนากาตะ” ภายในจัดแสดงทั้งวัตถุที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีในเมืองและจอขนาดใหญ่ ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเชื่อของมุนากาตะ
ไฮไลต์สำคัญคือโรงภาพยนตร์ 3D ที่จะพาคุณสัมผัสภาพและเสียงของเกาะโอกิโนชิมะอย่างสมจริง ซึ่งเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้
หากแวะมาที่นี่ควบคู่กับการสักการะศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ ก็จะช่วยให้เข้าใจเบื้องหลังของศรัทธาแห่งมุนากาตะมรดกโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

พักกลางวันที่ร้านดัง “กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ” ลิ้มรสเมนไทโกะเมนูขึ้นชื่อของฮากาตะแบบจัดเต็ม
หลังเรียนรู้เรื่องราวของมุนากาตะมรดกโลกอย่างเต็มที่แล้ว ให้นั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที กลับไปยังสถานีโทโงะ จากสถานีโทโงะนั่งรถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะกลับสู่สถานีฮากาตะ จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีเท็นจิน แล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึงร้านที่ตั้งใจมาอย่าง “กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ” (Ganso Hakata Mentaiju Nishinakasu)
ร้านนี้เป็นร้านเฉพาะทางด้านอาหารเมนไทโกะในย่านนิชินากาสุ และยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นต้นตำรับที่ทำให้เมนูขึ้นชื่อของฟุกุโอกะกลายเป็น “อาหารจานหลัก” อย่างแท้จริง
มื้อกลางวันครั้งนี้เราจะลองเมนูซิกเนเจอร์ “เมนไทจู” ข้าวหน้าห่อสาหร่ายราดซอสสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมเมนไทโกะม้วนสาหร่ายเต็มชิ้นแบบหรูหรา สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 4 ระดับ เป็นเมนูขึ้นชื่อที่ทั้งน่ากินและถ่ายรูปสวย เหมาะสำหรับค่อย ๆ นั่งลิ้มลองให้เต็มอิ่ม

เช็กอินที่ “ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน” แล้วพักผ่อนในบรรยากาศแสนสบาย
หลังมื้อกลางวัน เดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีเพื่อเช็กอินเข้าที่พักของทริปนี้ “ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน”
โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลสะดวก สามารถเดินไปได้ทั้งฮากาตะและเท็นจิน โดดเด่นด้วยแนวคิด “My 3rd Place” ที่สร้างพื้นที่พักผ่อนสบาย ๆ ให้ใช้เวลาได้อย่างเป็นตัวเอง
ภายในอาคารประดับด้วยงานศิลปะที่มีธีมเกี่ยวกับฟุกุโอกะหลายจุด ให้บรรยากาศทันสมัยและสัมผัสถึงความคึกคักของเมือง ส่วนห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่นักเดินทางคนเดียวไปจนถึงแบบกลุ่ม จึงเลือกได้ตามสไตล์การท่องเที่ยวของคุณ
เมื่อเช็กอินเรียบร้อยแล้ว ก็พักผ่อนสักครู่เพื่อเตรียมพร้อมออกไปสนุกกับช่วงต่อไปของทริปกันต่อ


สักการะ “ศาลเจ้าคุชิดะ” ศาลเจ้าผู้พิทักษ์หลักของฮากาตะ
พักที่โรงแรมกันพอหายเหนื่อยแล้ว ค่อยออกไปเดินเล่นเล็กน้อยก่อนมื้อเย็น โดยเดินจากโรงแรมประมาณ 15 นาที ไปยัง “ศาลเจ้าคุชิดะ” ศาลเจ้าผู้พิทักษ์หลักของฮากาตะ
ศาลเจ้าแห่งนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยนาระ และเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวฮากาตะในชื่อเล่นว่า “โอคุชิดะซัง” ที่นี่เป็นศาลเจ้าซึ่งใช้ถวายเทศกาล “ฮากาตะกิองยามากาสะ” ที่จัดขึ้นทุกปีในเดือน 7 และภายในบริเวณยังสามารถชมยามากาสะแบบประดับขนาดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นเดือน 6
หลังสักการะแล้ว แวะไปที่ “คุชิดะชายะ” ด้านหลังบริเวณศาลเจ้า เพื่อลองชิม “คุชิดะโนะ ยากิโมจิ” ของขึ้นชื่อของฮากาตะแบบเพิ่งย่างเสร็จใหม่ ๆ และเพลิดเพลินกับช่วงเวลาเดินเล่นอย่างสบาย ๆ

อิ่มอร่อยกับสตรีทฟู้ดแบบแผงลอยของฮากาตะที่ “ย่านแผงลอยนากาสุ”!
หลังสักการะศาลเจ้าคุชิดะแล้ว ก็ได้เวลาเดินเล่นในเมืองฮากาตะแบบเพลิน ๆ อาจแวะสถานที่ยอดนิยมอย่าง “แคแนลซิตี้ ฮากาตะ” ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารริมคลอง ก่อนมุ่งหน้าไปยัง “ย่านแผงลอยนากาสุ” จุดหมายที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์อาหารฮากาตะแบบเข้มข้น
ย่านแผงลอยนากาสุเป็นแหล่งกินดื่มสไตล์ฮากาตะที่มีแผงลอยเรียงรายตลอดริมแม่น้ำนากะ ที่นี่มีเมนูขึ้นชื่อหลากหลายให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นราเม็งทงคตสึ ยากิราเม็ง โอเด้ง หรือยากิโทริ พร้อมบรรยากาศครึกครื้นที่เป็นเอกลักษณ์ของแผงลอย
ครั้งนี้เราจะลองเดินแวะร้านที่สะดุดตาไปเรื่อย ๆ ชิมอาหารขึ้นชื่อทีละนิดในสไตล์ตระเวนดื่มหลายร้าน พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมแผงลอยผ่านบทสนทนากับเจ้าของร้านและการพบปะกับคนท้องถิ่น เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว


Day2|เดินเล่นด้วยเรือในเมืองสายน้ำยานากาวะ
พอเข้าสู่วันที่ 2 เราจะออกเดินทางไปยังเมืองสายน้ำยานากาวะ เพื่อใช้เวลาสบาย ๆ กับการล่องเรือและสัมผัสวัฒนธรรมของเมืองปราสาท
เริ่มต้นเช้าด้วยบุฟเฟต์อาหารเช้าที่มีให้เลือกหลากหลายที่ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน แล้วค่อยออกเดินทาง!
จากโรงแรมเดินประมาณ 10 นาทีไปยังสถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน) จากนั้นนั่งรถไฟด่วนสายโอมุตะของนิชิเท็ตสึไปยังยานากาวะ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึงสถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ
ล่องชมเมืองบรรยากาศงดงามทางน้ำกับ “ล่องเรือยานากาวะ”
เมื่อมาถึงยานากาวะ เมืองที่รู้จักกันในฐานะ “เมืองแห่งสายน้ำ” ก็ถึงเวลาไปสัมผัสเสน่ห์ของการล่องเรือกัน ที่นี่ยังคงมีคูคลองที่จัดสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะไหลผ่านทั่วเมืองมาจนถึงปัจจุบัน และคุณจะได้ชมเมืองด้วยเรือดงโกะจากทางน้ำ จุดขึ้นเรืออยู่ในระยะที่เดินได้จากสถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ ระหว่างทางเรือก็จะค่อย ๆ พาคุณมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองปราสาทอย่างเพลิดเพลิน
ขณะฟังคำบรรยายและบทเพลงจากคนพายเรือ คุณจะได้ล่องไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางต้นหลิวห้อยระย้าและดอกไม้ตามฤดูกาลที่พลิ้วไหวริมสายน้ำ เป็นช่วงเวลาที่อบอวลด้วยเสน่ห์แบบยานากาวะอย่างแท้จริง ตลอดสองฝั่งคลองยังมีทิวทัศน์ชวนให้นึกถึงอดีต ทั้งอาคารอิฐแดง “นามิคุระ” และกำแพงลายตารางขาวดำ “นามาโกะคาเบะ” ที่ช่วยเติมบรรยากาศให้การล่องเรือครั้งนี้ยิ่งสงบและน่าประทับใจ

อิ่มเอมกับของขึ้นชื่อยานากาวะ “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” ที่ “กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ”
หลังจากเพลิดเพลินกับการล่องเรือยานากาวะแล้ว ให้เดินจากท่าเรือโอกิโนะฮาตะประมาณ 2 นาที ไปยังร้านเก่าแก่ “กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ” ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ร้านนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของ “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” และเป็นสถานที่ที่คุณจะได้ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อที่สืบทอดกันมาในเมืองสายน้ำยานากาวะ
เมนูนี้เริ่มจากนำข้าวคลุกซอสมานึ่ง แล้ววางทับด้วยปลาไหลย่างคาบายากิหอม ๆ และไข่เส้น ก่อนนำไปนึ่งอีกครั้งจนได้เนื้อปลาไหลที่นุ่มฟูอย่างยอดเยี่ยม เข้ากันได้ดีกับซอสรสหวานเค็ม
ภายในร้านยังมองเห็นบรรยากาศการล่องเรือด้านนอกได้อีกด้วย ทำให้มื้อกลางวันครั้งนี้เต็มไปด้วยความผ่อนคลายในบรรยากาศแบบยานากาวะ

เดินชมสวนชื่อดังโชโตเอ็นที่ “คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ”
หลังอิ่มอร่อยกับเมนูขึ้นชื่อของยานากาวะที่กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะแล้ว ให้เดินต่อไปยัง “คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้าน ที่นี่เป็นคฤหาสน์ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลทาจิบานะ และยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของยานากาวะ โดยพื้นที่ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สำคัญของชาติ
ภายในบริเวณมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น “อาคารตะวันตก” ที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิเพื่อใช้เป็นเรือนรับรองแขก และ “พิพิธภัณฑ์เอกสารตระกูลทาจิบานะ” ที่จัดแสดงเอกสารประวัติศาสตร์ของตระกูล
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือสวนสระน้ำ “โชโตเอ็น” ที่โอบล้อมด้วยสนดำ เมื่อมองจาก “โถงใหญ่” จะเห็นทิวทัศน์อันงดงามอย่างเต็มตา ให้คุณได้ใช้เวลาสงบ ๆ พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์ของเมืองปราสาทยานากาวะอย่างลึกซึ้ง


แช่เท้าผ่อนคลายที่ “คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ” ซึ่งใช้บริการได้ฟรี
หลังจากเพลิดเพลินกับสวนโชโตเอ็นแล้ว ลองเดินเล่นต่อในย่านที่ยังคงมีบรรยากาศแบบเมืองปราสาทหลงเหลืออยู่ และเมื่อเริ่มเมื่อยล้า จุดแวะพักที่น่าสนใจก็คือ “คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ” บ่อแช่เท้าฟรีที่ใครก็ใช้บริการได้
ยานากาวะเป็นบ้านเกิดของนักประพันธ์หลายคน รวมถึงคิตาฮาระ ฮักชู รอบบริเวณบ่อแช่เท้ามีทั้งภาพถ่าย เรื่องราว และแผงแนะนำผลงานของเหล่านักเขียน ให้คุณได้พักผ่อนพร้อมสัมผัสโลกของวรรณกรรมไปด้วย
น้ำที่ใช้เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติจากยานากาวะ ซึ่งเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการปวดประสาท อาการหนาวง่าย และช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงพักระหว่างทริป ถอดรองเท้าแล้วแช่เท้าให้สบายใจ ใช้เวลาพักหายใจลึก ๆ ท่ามกลางไออุ่นของน้ำแช่เท้าแล้วคุณน่าจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

ตามรอยกวีเอกของญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ “บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู”
ปิดท้ายการเดินเล่นในยานากาวะด้วยการไปเยือน “บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู” สถานที่ที่รวมบ้านเกิดของกวีคิตาฮาระ ฮักชู ผู้มีชื่อเสียงจากเพลงเด็กอย่าง “อาเมะฟุริ” และ “โคโนะมิจิ” เข้ากับพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าผลงานและชีวิตของเขา
เดิมบ้านหลังนี้เป็นอาคารของร้านค้าส่งสินค้าทะเลที่สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น แต่ได้ถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1901 ส่วนอาคารปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1969 ภายในจัดแสดงทั้งหนังสือของฮักชู ของใช้ส่วนตัว และสิ่งของที่สะท้อนวิถีชีวิตในยุคนั้น ทำให้ผู้มาเยือนได้ตามรอยชีวิตของกวีผู้นี้อย่างใกล้ชิด
ต้นฉบับลายมือและของรักของใช้มีให้ชม อีกมุมหนึ่งยังมีการจำหน่ายสาเกชื่อดัง “ชิโอะ” ที่ฮักชูโปรดดื่ม รวมถึงฉบับพิมพ์ซ้ำของรวมเพลงสั้นต่าง ๆ ให้คุณได้ใช้เวลาสงบ ๆ พร้อมจินตนาการถึงยุคสมัยที่ผลงานเหล่านั้นถือกำเนิดขึ้น


ตารางทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในฟุกุโอกะ
Day1
- 9:40
- ออกเดินทางจากสถานีฮากาตะ!
- …
- รถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะแบบเร็ว ประมาณ 35 นาที→สถานีโทโงะ→ป้ายรถบัสหน้า สถานีโทโงะ→รถบัสนิชิเท็ตสึประมาณ 10 นาที→ลงป้ายรถบัสมุนากาตะไทฉะมาเอะ→เดิน 1 นาที
- 10:40
- ศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ
- …
- เดินประมาณ 4 นาที
- 11:50
- อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง
- …
- แท็กซี่ประมาณ 10 นาที→สถานีโทโงะ→รถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะแบบเร็วประมาณ 30 นาที→สถานีฮากาตะ→สถานีฮากาตะ→รถไฟใต้ดินประมาณ 5 นาที→ลงสถานีเท็นจิน→เดิน 5 นาที
- 13:50
- กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ
- …
- เดินประมาณ 10 นาที
- 15:00
- ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน
- …
- เดินประมาณ 15 นาที
- 16:30
- ศาลเจ้าคุชิดะ
- …
- เดินเล่นในเมืองฮากาตะ พร้อมแวะสถานที่ต่าง ๆ เช่น แคแนลซิตี้ ฮากาตะ
- 18:30
- ย่านแผงลอยนากาสุ
Day2
- 9:30
- สถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน)→รถไฟด่วนสายโอมุตะของนิชิเท็ตสึประมาณ 50 นาที→สถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ→เดิน 10 นาที
- 11:00
- ล่องเรือยานากาวะ
- …
- เดิน 2 นาทีจากท่าขึ้นฝั่งโอกิโนะฮาตะของยานากาวะ
- 12:10
- กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ
- …
- เดินเพียงเล็กน้อย
- 13:00
- คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ
- …
- เดินเล่นในย่านเมืองปราสาทยานากาวะ
- 14:10
- คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ
- …
- เดินเล่นในย่านเมืองปราสาทยานากาวะ
- 14:40
- บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู
บทสรุป
ทริป 2 วัน 1 คืนที่พาคุณไปสัมผัสทั้ง “ศรัทธา” และ “เสน่ห์แห่งสายน้ำ” ของฟุกุโอกะเป็นอย่างไรบ้าง?
ครั้งนี้เราได้แนะนำทริปตัวอย่างที่วันแรกพาไปตามรอยประวัติศาสตร์ในดินแดนมรดกโลกมุนากาตะ พร้อมชิมอาหารขึ้นชื่อของฮากาตะ ส่วนวันที่สองพาไปสัมผัสการล่องเรือและวัฒนธรรมของเมืองปราสาทในเมืองสายน้ำยานากาวะ
พอค่อย ๆ เดินทางตามเส้นทางนี้ ก็จะเห็นว่าภายในจังหวัดฟุกุโอกะยังมีเสน่ห์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู โมจิโกะเรโทร ชายทะเลอิโตชิมะ หรือปราสาทโคคุระ
หากกำลังวางแผนเที่ยวอยู่ อย่าลืมลองดูคู่มือท่องเที่ยวฟุกุโอกะแบบครบถ้วนสำหรับผู้ที่มาเยือนครั้งแรกควบคู่กันไปด้วยนะ