【ทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในฟุกุโอกะ】เดินเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สัมผัสศรัทธาแห่งมุนากาตะมรดกโลก และเมืองสายน้ำยานากาวะ

【ทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในฟุกุโอกะ】เดินเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สัมผัสศรัทธาแห่งมุนากาตะมรดกโลก และเมืองสายน้ำยานากาวะ

อัปเดต :
เขียนโดย:  mizutama_renga
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกทริปที่ได้ทั้งบรรยากาศเมือง ประวัติศาสตร์ และวิวธรรมชาติในคราวเดียว ฟุกุโอกะก็เป็นปลายทางที่ชวนเที่ยวไม่น้อย จังหวัดนี้มีเมืองฟุกุโอกะ เมืองใหญ่ที่สุดของคิวชู อยู่ภายในพื้นที่ และรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตในฐานะประตูสู่วัฒนธรรมจากแผ่นดินใหญ่ มีทั้งเมืองท่า เมืองปราสาท และแนวชายฝั่งที่อุดมด้วยธรรมชาติกระจายตัวอยู่ทั่วจังหวัด อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย เช่น ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu), โมจิโกะเรโทร (Mojiko Retro), ชายทะเลอิโตชิมะ (Itoshima) และปราสาทโคคุระ (Kokura Castle) ที่ให้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และทิวทัศน์งดงามในแต่ละฤดูกาล เสน่ห์อีกอย่างของฟุกุโอกะก็คือการเดินเล่นในเมืองและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นนั่นเอง
ทริปตัวอย่างที่จะแนะนำในครั้งนี้ เริ่มจากวันแรกโดยใช้ฮากาตะเป็นฐาน ออกเดินทางไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของมุนากาตะมรดกโลก ก่อนกลับเข้าเมืองมาชิมอาหารขึ้นชื่อ ส่วนวันที่สองจะไปสัมผัสการล่องเรือและวัฒนธรรมเมืองปราสาทที่เมืองสายน้ำยานากาวะ เป็นทริป 2 วัน 1 คืนที่ให้คุณได้ใกล้ชิดทั้งประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและบรรยากาศอันละมุนของสายน้ำแบบฟุกุโอกะอย่างแท้จริง ลองเก็บไว้เป็นไอเดียสำหรับทริปครั้งต่อไปได้เลย

Day1|สู่ย่านมุนากาตะที่มีแหล่งมรดกโลก

วันแรกของทริปเริ่มกันที่สถานีเจอาร์ฮากาตะ จากที่นี่ให้นั่งรถไฟสายคาโกชิมะไปยังสถานีโทโงะ แล้วต่อรถบัสนิชิเท็ตสึที่หน้าสถานี ลงที่ป้ายรถบัสมุนากาตะไทฉะมาเอะ จากนั้นเดินอีกเพียงไม่นานก็จะถึงจุดหมายแรกของทริป คือศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ (Munakata Taisha)

สักการะ “ศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ” ดินแดนแห่งศรัทธาของมุนากาตะมรดกโลก

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น อุทิศให้แก่เทพธิดาทั้งสามแห่งมุนากาตะ ซึ่งเป็นพระธิดาของอามาเตราสึโอมิคามิ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก และเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานประกอบด้วย 3 ศาล ได้แก่ โอกิสึมิยะ นากัตสึมิยะ และเฮ็ตสึมิยะ

สถานที่ที่เราจะไปเยือนในทริปนี้คือ “เฮ็ตสึมิยะ” ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีผู้มาสักการะจำนวนมาก ภายในบริเวณมีทั้ง “ฮนเด็น” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ “ทาคามิยะไซโจ” ที่ว่ากันว่าเป็นจุดพลังงานที่ใหญ่ที่สุด และ “ศาลที่สอง・ศาลที่สาม” ซึ่งมีอาคารศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานมาจากศาลเจ้าอิเสะ ยิ่งเดินชมก็ยิ่งรู้สึกราวกับจิตใจได้รับการชำระให้สงบบริสุทธิ์
ท่ามกลางเสียงใบไม้ไหวและเสียงทางกรวดใต้เท้า คุณจะได้ใช้เวลาอย่างเงียบสงบเพื่อสัมผัส “ศรัทธา” ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งนี้ด้วยตัวเอง

ภายในบริเวณ “เฮ็ตสึมิยะ” ยังมี “ชินโปกัง” ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “โชโซอินแห่งท้องทะเล” อีกด้วย
ภายในบริเวณ “เฮ็ตสึมิยะ” ยังมี “ชินโปกัง” ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “โชโซอินแห่งท้องทะเล” อีกด้วย

สัมผัสประวัติศาสตร์และความศรัทธาของมุนากาตะที่ “อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง”

หลังสักการะศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ “เฮ็ตสึมิยะ” เสร็จแล้ว ลองข้ามไปยัง “อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง” ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ที่นี่เป็นสถานที่เรียนรู้ที่มีธีมเกี่ยวกับมรดกโลก “เกาะศักดิ์สิทธิ์โอกิโนชิมะและกลุ่มมรดกที่เกี่ยวข้องแห่งมุนากาตะ” ภายในจัดแสดงทั้งวัตถุที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีในเมืองและจอขนาดใหญ่ ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเชื่อของมุนากาตะ
ไฮไลต์สำคัญคือโรงภาพยนตร์ 3D ที่จะพาคุณสัมผัสภาพและเสียงของเกาะโอกิโนชิมะอย่างสมจริง ซึ่งเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้
หากแวะมาที่นี่ควบคู่กับการสักการะศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ ก็จะช่วยให้เข้าใจเบื้องหลังของศรัทธาแห่งมุนากาตะมรดกโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ชมภาพอันทรงพลังบนจอขนาดใหญ่ 7 ✕ 18 เมตร ที่ช่วยให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมุนากาตะได้อย่างเห็นภาพ
ชมภาพอันทรงพลังบนจอขนาดใหญ่ 7 ✕ 18 เมตร ที่ช่วยให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมุนากาตะได้อย่างเห็นภาพ

พักกลางวันที่ร้านดัง “กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ” ลิ้มรสเมนไทโกะเมนูขึ้นชื่อของฮากาตะแบบจัดเต็ม

หลังเรียนรู้เรื่องราวของมุนากาตะมรดกโลกอย่างเต็มที่แล้ว ให้นั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที กลับไปยังสถานีโทโงะ จากสถานีโทโงะนั่งรถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะกลับสู่สถานีฮากาตะ จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีเท็นจิน แล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึงร้านที่ตั้งใจมาอย่าง “กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ” (Ganso Hakata Mentaiju Nishinakasu)

ร้านนี้เป็นร้านเฉพาะทางด้านอาหารเมนไทโกะในย่านนิชินากาสุ และยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นต้นตำรับที่ทำให้เมนูขึ้นชื่อของฟุกุโอกะกลายเป็น “อาหารจานหลัก” อย่างแท้จริง
มื้อกลางวันครั้งนี้เราจะลองเมนูซิกเนเจอร์ “เมนไทจู” ข้าวหน้าห่อสาหร่ายราดซอสสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมเมนไทโกะม้วนสาหร่ายเต็มชิ้นแบบหรูหรา สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 4 ระดับ เป็นเมนูขึ้นชื่อที่ทั้งน่ากินและถ่ายรูปสวย เหมาะสำหรับค่อย ๆ นั่งลิ้มลองให้เต็มอิ่ม

“เมนไทจู” เมนูซิกเนเจอร์ที่เสิร์ฟมาในกล่องจูพิเศษจากเครื่องปั้นอาริตะ
“เมนไทจู” เมนูซิกเนเจอร์ที่เสิร์ฟมาในกล่องจูพิเศษจากเครื่องปั้นอาริตะ

เช็กอินที่ “ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน” แล้วพักผ่อนในบรรยากาศแสนสบาย

หลังมื้อกลางวัน เดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีเพื่อเช็กอินเข้าที่พักของทริปนี้ “ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน”

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลสะดวก สามารถเดินไปได้ทั้งฮากาตะและเท็นจิน โดดเด่นด้วยแนวคิด “My 3rd Place” ที่สร้างพื้นที่พักผ่อนสบาย ๆ ให้ใช้เวลาได้อย่างเป็นตัวเอง
ภายในอาคารประดับด้วยงานศิลปะที่มีธีมเกี่ยวกับฟุกุโอกะหลายจุด ให้บรรยากาศทันสมัยและสัมผัสถึงความคึกคักของเมือง ส่วนห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่นักเดินทางคนเดียวไปจนถึงแบบกลุ่ม จึงเลือกได้ตามสไตล์การท่องเที่ยวของคุณ
เมื่อเช็กอินเรียบร้อยแล้ว ก็พักผ่อนสักครู่เพื่อเตรียมพร้อมออกไปสนุกกับช่วงต่อไปของทริปกันต่อ

ห้องคอมฟอร์ตทวินติดตั้งเตียงขนาด 1,000 × 1,950 มม.
ห้องคอมฟอร์ตทวินติดตั้งเตียงขนาด 1,000 × 1,950 มม.
ลานกลางแจ้งที่ต่อเนื่องจากทางเข้า ให้บรรยากาศเหมือนป่าเล็ก ๆ
ลานกลางแจ้งที่ต่อเนื่องจากทางเข้า ให้บรรยากาศเหมือนป่าเล็ก ๆ

สักการะ “ศาลเจ้าคุชิดะ” ศาลเจ้าผู้พิทักษ์หลักของฮากาตะ

พักที่โรงแรมกันพอหายเหนื่อยแล้ว ค่อยออกไปเดินเล่นเล็กน้อยก่อนมื้อเย็น โดยเดินจากโรงแรมประมาณ 15 นาที ไปยัง “ศาลเจ้าคุชิดะ” ศาลเจ้าผู้พิทักษ์หลักของฮากาตะ

ศาลเจ้าแห่งนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยนาระ และเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวฮากาตะในชื่อเล่นว่า “โอคุชิดะซัง” ที่นี่เป็นศาลเจ้าซึ่งใช้ถวายเทศกาล “ฮากาตะกิองยามากาสะ” ที่จัดขึ้นทุกปีในเดือน 7 และภายในบริเวณยังสามารถชมยามากาสะแบบประดับขนาดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นเดือน 6
หลังสักการะแล้ว แวะไปที่ “คุชิดะชายะ” ด้านหลังบริเวณศาลเจ้า เพื่อลองชิม “คุชิดะโนะ ยากิโมจิ” ของขึ้นชื่อของฮากาตะแบบเพิ่งย่างเสร็จใหม่ ๆ และเพลิดเพลินกับช่วงเวลาเดินเล่นอย่างสบาย ๆ

อาคารศาลเจ้าที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิถวายไว้เมื่อปี ค.ศ. 1587 ระหว่างการฟื้นฟูฮากาตะ
อาคารศาลเจ้าที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิถวายไว้เมื่อปี ค.ศ. 1587 ระหว่างการฟื้นฟูฮากาตะ

อิ่มอร่อยกับสตรีทฟู้ดแบบแผงลอยของฮากาตะที่ “ย่านแผงลอยนากาสุ”!

หลังสักการะศาลเจ้าคุชิดะแล้ว ก็ได้เวลาเดินเล่นในเมืองฮากาตะแบบเพลิน ๆ อาจแวะสถานที่ยอดนิยมอย่าง “แคแนลซิตี้ ฮากาตะ” ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารริมคลอง ก่อนมุ่งหน้าไปยัง “ย่านแผงลอยนากาสุ” จุดหมายที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์อาหารฮากาตะแบบเข้มข้น

ย่านแผงลอยนากาสุเป็นแหล่งกินดื่มสไตล์ฮากาตะที่มีแผงลอยเรียงรายตลอดริมแม่น้ำนากะ ที่นี่มีเมนูขึ้นชื่อหลากหลายให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นราเม็งทงคตสึ ยากิราเม็ง โอเด้ง หรือยากิโทริ พร้อมบรรยากาศครึกครื้นที่เป็นเอกลักษณ์ของแผงลอย
ครั้งนี้เราจะลองเดินแวะร้านที่สะดุดตาไปเรื่อย ๆ ชิมอาหารขึ้นชื่อทีละนิดในสไตล์ตระเวนดื่มหลายร้าน พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมแผงลอยผ่านบทสนทนากับเจ้าของร้านและการพบปะกับคนท้องถิ่น เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว

แผงลอยเรียงรายยาวตลอดริมแม่น้ำนากะ
แผงลอยเรียงรายยาวตลอดริมแม่น้ำนากะ
ความสนุกอยู่ที่การไม่หยุดอยู่ร้านเดียว แต่ย้ายไปแผงถัดไปตามจังหวะในสไตล์ตระเวนดื่มหลายร้าน
ความสนุกอยู่ที่การไม่หยุดอยู่ร้านเดียว แต่ย้ายไปแผงถัดไปตามจังหวะในสไตล์ตระเวนดื่มหลายร้าน

Day2|เดินเล่นด้วยเรือในเมืองสายน้ำยานากาวะ

พอเข้าสู่วันที่ 2 เราจะออกเดินทางไปยังเมืองสายน้ำยานากาวะ เพื่อใช้เวลาสบาย ๆ กับการล่องเรือและสัมผัสวัฒนธรรมของเมืองปราสาท

เริ่มต้นเช้าด้วยบุฟเฟต์อาหารเช้าที่มีให้เลือกหลากหลายที่ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน แล้วค่อยออกเดินทาง!
จากโรงแรมเดินประมาณ 10 นาทีไปยังสถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน) จากนั้นนั่งรถไฟด่วนสายโอมุตะของนิชิเท็ตสึไปยังยานากาวะ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึงสถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ

ล่องชมเมืองบรรยากาศงดงามทางน้ำกับ “ล่องเรือยานากาวะ”

เมื่อมาถึงยานากาวะ เมืองที่รู้จักกันในฐานะ “เมืองแห่งสายน้ำ” ก็ถึงเวลาไปสัมผัสเสน่ห์ของการล่องเรือกัน ที่นี่ยังคงมีคูคลองที่จัดสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะไหลผ่านทั่วเมืองมาจนถึงปัจจุบัน และคุณจะได้ชมเมืองด้วยเรือดงโกะจากทางน้ำ จุดขึ้นเรืออยู่ในระยะที่เดินได้จากสถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ ระหว่างทางเรือก็จะค่อย ๆ พาคุณมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองปราสาทอย่างเพลิดเพลิน

ขณะฟังคำบรรยายและบทเพลงจากคนพายเรือ คุณจะได้ล่องไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางต้นหลิวห้อยระย้าและดอกไม้ตามฤดูกาลที่พลิ้วไหวริมสายน้ำ เป็นช่วงเวลาที่อบอวลด้วยเสน่ห์แบบยานากาวะอย่างแท้จริง ตลอดสองฝั่งคลองยังมีทิวทัศน์ชวนให้นึกถึงอดีต ทั้งอาคารอิฐแดง “นามิคุระ” และกำแพงลายตารางขาวดำ “นามาโกะคาเบะ” ที่ช่วยเติมบรรยากาศให้การล่องเรือครั้งนี้ยิ่งสงบและน่าประทับใจ

นั่งเรือดงโกะล่องชมคูน้ำของเมืองสายน้ำ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันมีเสน่ห์
นั่งเรือดงโกะล่องชมคูน้ำของเมืองสายน้ำ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันมีเสน่ห์

อิ่มเอมกับของขึ้นชื่อยานากาวะ “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” ที่ “กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ”

หลังจากเพลิดเพลินกับการล่องเรือยานากาวะแล้ว ให้เดินจากท่าเรือโอกิโนะฮาตะประมาณ 2 นาที ไปยังร้านเก่าแก่ “กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ” ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ร้านนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของ “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” และเป็นสถานที่ที่คุณจะได้ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อที่สืบทอดกันมาในเมืองสายน้ำยานากาวะ

เมนูนี้เริ่มจากนำข้าวคลุกซอสมานึ่ง แล้ววางทับด้วยปลาไหลย่างคาบายากิหอม ๆ และไข่เส้น ก่อนนำไปนึ่งอีกครั้งจนได้เนื้อปลาไหลที่นุ่มฟูอย่างยอดเยี่ยม เข้ากันได้ดีกับซอสรสหวานเค็ม
ภายในร้านยังมองเห็นบรรยากาศการล่องเรือด้านนอกได้อีกด้วย ทำให้มื้อกลางวันครั้งนี้เต็มไปด้วยความผ่อนคลายในบรรยากาศแบบยานากาวะ

ชุด “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” เสิร์ฟพร้อมอาหารเปรี้ยว ซุปตับปลาไหล และผักดอง
ชุด “ข้าวหน้าปลาไหลนึ่งในลังไม้” เสิร์ฟพร้อมอาหารเปรี้ยว ซุปตับปลาไหล และผักดอง

เดินชมสวนชื่อดังโชโตเอ็นที่ “คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ”

หลังอิ่มอร่อยกับเมนูขึ้นชื่อของยานากาวะที่กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะแล้ว ให้เดินต่อไปยัง “คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้าน ที่นี่เป็นคฤหาสน์ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลทาจิบานะ และยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของยานากาวะ โดยพื้นที่ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สำคัญของชาติ

ภายในบริเวณมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น “อาคารตะวันตก” ที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิเพื่อใช้เป็นเรือนรับรองแขก และ “พิพิธภัณฑ์เอกสารตระกูลทาจิบานะ” ที่จัดแสดงเอกสารประวัติศาสตร์ของตระกูล
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือสวนสระน้ำ “โชโตเอ็น” ที่โอบล้อมด้วยสนดำ เมื่อมองจาก “โถงใหญ่” จะเห็นทิวทัศน์อันงดงามอย่างเต็มตา ให้คุณได้ใช้เวลาสงบ ๆ พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์ของเมืองปราสาทยานากาวะอย่างลึกซึ้ง

ทิวทัศน์อันสง่างามของสวนชื่อดัง “โชโตเอ็น” ที่รายล้อมด้วยสนดำ
ทิวทัศน์อันสง่างามของสวนชื่อดัง “โชโตเอ็น” ที่รายล้อมด้วยสนดำ
“โถงใหญ่” ที่มีพื้นที่กว้างถึง 100 เสื่อทาทามิ
“โถงใหญ่” ที่มีพื้นที่กว้างถึง 100 เสื่อทาทามิ

แช่เท้าผ่อนคลายที่ “คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ” ซึ่งใช้บริการได้ฟรี

หลังจากเพลิดเพลินกับสวนโชโตเอ็นแล้ว ลองเดินเล่นต่อในย่านที่ยังคงมีบรรยากาศแบบเมืองปราสาทหลงเหลืออยู่ และเมื่อเริ่มเมื่อยล้า จุดแวะพักที่น่าสนใจก็คือ “คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ” บ่อแช่เท้าฟรีที่ใครก็ใช้บริการได้

ยานากาวะเป็นบ้านเกิดของนักประพันธ์หลายคน รวมถึงคิตาฮาระ ฮักชู รอบบริเวณบ่อแช่เท้ามีทั้งภาพถ่าย เรื่องราว และแผงแนะนำผลงานของเหล่านักเขียน ให้คุณได้พักผ่อนพร้อมสัมผัสโลกของวรรณกรรมไปด้วย
น้ำที่ใช้เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติจากยานากาวะ ซึ่งเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการปวดประสาท อาการหนาวง่าย และช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงพักระหว่างทริป ถอดรองเท้าแล้วแช่เท้าให้สบายใจ ใช้เวลาพักหายใจลึก ๆ ท่ามกลางไออุ่นของน้ำแช่เท้าแล้วคุณน่าจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

จุดแวะพักสุดพิเศษที่ได้ทั้งเพลิดเพลินกับอาชิยุและเรียนรู้ร่องรอยของนักประพันธ์จากเมืองยานากาวะ
จุดแวะพักสุดพิเศษที่ได้ทั้งเพลิดเพลินกับอาชิยุและเรียนรู้ร่องรอยของนักประพันธ์จากเมืองยานากาวะ

ตามรอยกวีเอกของญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ “บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู”

ปิดท้ายการเดินเล่นในยานากาวะด้วยการไปเยือน “บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู” สถานที่ที่รวมบ้านเกิดของกวีคิตาฮาระ ฮักชู ผู้มีชื่อเสียงจากเพลงเด็กอย่าง “อาเมะฟุริ” และ “โคโนะมิจิ” เข้ากับพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าผลงานและชีวิตของเขา

เดิมบ้านหลังนี้เป็นอาคารของร้านค้าส่งสินค้าทะเลที่สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น แต่ได้ถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1901 ส่วนอาคารปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1969 ภายในจัดแสดงทั้งหนังสือของฮักชู ของใช้ส่วนตัว และสิ่งของที่สะท้อนวิถีชีวิตในยุคนั้น ทำให้ผู้มาเยือนได้ตามรอยชีวิตของกวีผู้นี้อย่างใกล้ชิด
ต้นฉบับลายมือและของรักของใช้มีให้ชม อีกมุมหนึ่งยังมีการจำหน่ายสาเกชื่อดัง “ชิโอะ” ที่ฮักชูโปรดดื่ม รวมถึงฉบับพิมพ์ซ้ำของรวมเพลงสั้นต่าง ๆ ให้คุณได้ใช้เวลาสงบ ๆ พร้อมจินตนาการถึงยุคสมัยที่ผลงานเหล่านั้นถือกำเนิดขึ้น

เปิดบ้านเกิดของกวีคิตาฮาระ ฮักชูให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์
เปิดบ้านเกิดของกวีคิตาฮาระ ฮักชูให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์
สามารถชมเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ผู้คนในเมืองใช้กันในยุคนั้นได้
สามารถชมเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ผู้คนในเมืองใช้กันในยุคนั้นได้

ตารางทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในฟุกุโอกะ

Day1

9:40
ออกเดินทางจากสถานีฮากาตะ!
รถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะแบบเร็ว ประมาณ 35 นาที→สถานีโทโงะ→ป้ายรถบัสหน้า สถานีโทโงะ→รถบัสนิชิเท็ตสึประมาณ 10 นาที→ลงป้ายรถบัสมุนากาตะไทฉะมาเอะ→เดิน 1 นาที
10:40
ศาลเจ้ามุนากาตะไทฉะ
เดินประมาณ 4 นาที
11:50
อุมิ โนะ มิจิ มุนากาตะคัง
แท็กซี่ประมาณ 10 นาที→สถานีโทโงะ→รถไฟเจอาร์สายคาโกชิมะแบบเร็วประมาณ 30 นาที→สถานีฮากาตะ→สถานีฮากาตะ→รถไฟใต้ดินประมาณ 5 นาที→ลงสถานีเท็นจิน→เดิน 5 นาที
13:50
กันโซ ฮากาตะ เมนไทจู นิชินากาสุ
เดินประมาณ 10 นาที
15:00
ครอสไลฟ์ ฮากาตะ เท็นจิน
เดินประมาณ 15 นาที
16:30
ศาลเจ้าคุชิดะ
เดินเล่นในเมืองฮากาตะ พร้อมแวะสถานที่ต่าง ๆ เช่น แคแนลซิตี้ ฮากาตะ
18:30
ย่านแผงลอยนากาสุ

Day2

9:30
สถานีนิชิเท็ตสึฟุกุโอกะ (เท็นจิน)→รถไฟด่วนสายโอมุตะของนิชิเท็ตสึประมาณ 50 นาที→สถานีนิชิเท็ตสึยานากาวะ→เดิน 10 นาที
11:00
ล่องเรือยานากาวะ
เดิน 2 นาทีจากท่าขึ้นฝั่งโอกิโนะฮาตะของยานากาวะ
12:10
กันโซ โมโตะโยชิยะ สาขาโอกิบาตะ
เดินเพียงเล็กน้อย
13:00
คฤหาสน์โอฮานะ อดีตจวนเจ้าแคว้นทาจิบานะแห่งยานากาวะ
เดินเล่นในย่านเมืองปราสาทยานากาวะ
14:10
คาราทาจิ บุงจิน โนะ อาชิยุ
เดินเล่นในย่านเมืองปราสาทยานากาวะ
14:40
บ้านเกิดและพิพิธภัณฑ์คิตาฮาระ ฮักชู

บทสรุป

ทริป 2 วัน 1 คืนที่พาคุณไปสัมผัสทั้ง “ศรัทธา” และ “เสน่ห์แห่งสายน้ำ” ของฟุกุโอกะเป็นอย่างไรบ้าง?
ครั้งนี้เราได้แนะนำทริปตัวอย่างที่วันแรกพาไปตามรอยประวัติศาสตร์ในดินแดนมรดกโลกมุนากาตะ พร้อมชิมอาหารขึ้นชื่อของฮากาตะ ส่วนวันที่สองพาไปสัมผัสการล่องเรือและวัฒนธรรมของเมืองปราสาทในเมืองสายน้ำยานากาวะ
พอค่อย ๆ เดินทางตามเส้นทางนี้ ก็จะเห็นว่าภายในจังหวัดฟุกุโอกะยังมีเสน่ห์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู โมจิโกะเรโทร ชายทะเลอิโตชิมะ หรือปราสาทโคคุระ
หากกำลังวางแผนเที่ยวอยู่ อย่าลืมลองดูคู่มือท่องเที่ยวฟุกุโอกะแบบครบถ้วนสำหรับผู้ที่มาเยือนครั้งแรกควบคู่กันไปด้วยนะ

ผู้เขียน