
คู่มือเที่ยวคาโกชิมะที่ควรอ่าน สำหรับคนที่กำลังวางแผนทริป
ถ้ากำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งธรรมชาติ ออนเซ็น และอาหารท้องถิ่นน่าสนใจ คาโกชิมะก็เป็นจุดหมายที่ชวนให้ลองไปสักครั้ง
จังหวัดที่อยู่ทางใต้สุดของคิวชูแห่งนี้มีเสน่ห์หลากหลาย ทั้งภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอย่าง “ซากุระจิมะ” ทะเลที่สวยงาม แหล่งออนเซ็นมากมาย สถานที่ทางประวัติศาสตร์ และอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ
หากได้มาเที่ยวคาโกชิมะที่เต็มไปด้วยพลัง คุณจะได้พบประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม คาโกชิมะมีพื้นที่กว้างมาก และมีรูปแบบการท่องเที่ยวได้อย่างไร้ขีดจำกัด จึงอาจทำให้รู้สึกว่าวางแผนทริปได้ยาก
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง ทั้งจุดเด่นของคาโกชิมะ ข้อมูลการเดินทาง และคอร์สตัวอย่างที่เราแนะนำ
แล้วคุณน่าจะจัดทริปที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น
ธรรมชาติ ออนเซ็น และอาหารรสเลิศที่ช่วยเยียวยาหัวใจใน “คาโกชิมะ”
ถ้าพูดถึง “คาโกชิมะ” หลายคนน่าจะนึกถึงภาพทะเลกว้าง ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และบรรยากาศที่ช่วยให้ได้พักใจ
พื้นที่นี้อยู่ทางใต้สุดของคิวชู และล้อมรอบด้วยทะเลถึงสามด้าน
หากมองให้กว้างขึ้น “คาโกชิมะ” ไม่ได้มีแค่ปลายใต้ของเกาะคิวชูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเกาะรอบนอกมากกว่า 1,200 เกาะทั้งเล็กและใหญ่ด้วย
หากนับรวมเกาะรอบนอกแล้ว “คาโกชิมะ” มีระยะเหนือจรดใต้ยาวประมาณ 600 กิโลเมตร
ด้วยเหตุนี้ แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า “คาโกชิมะ” แต่ภูมิอากาศ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมก็แตกต่างกันมากตามแต่ละพื้นที่ที่ไปเยือน
เมื่อออกเดินทางไปตามแต่ละพื้นที่ คุณจะค่อย ๆ เจอทั้งจุดชมวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และบรรยากาศที่ต่างกันไป
จุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “ซากุระจิมะ” สัญลักษณ์ของคาโกชิมะ และ “ยากุชิมะ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ยังมีแหล่งออนเซ็นและอาหารอร่อยอีกมากมายให้แวะสัมผัสตลอดทริป
เมนูเนื้อจากหมูดำและวัวดำ รวมถึงโชจูมันเทศและโชจูน้ำตาลทรายแดง ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของคาโกชิมะ
หากได้มาเที่ยวคาโกชิมะ คุณจะได้ใช้เวลาชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ อิ่มอร่อยกับอาหารดี ๆ และผ่อนคลายในออนเซ็น เป็นช่วงเวลาที่ช่วยเติมพลังให้ชีวิตประจำวันได้อย่างดี

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในคาโกชิมะ
ก่อนจัดกระเป๋า ลองเช็กอุณหภูมิของคาโกชิมะไว้คร่าว ๆ จะช่วยวางแผนแต่งตัวได้ง่ายขึ้น
คาโกชิมะมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 18.8 องศา จัดเป็นพื้นที่อบอุ่นแห่งหนึ่งของคิวชู
ด้วยสภาพอากาศแบบแผ่นดินภายในที่หน้าร้อนร้อนจัดและหน้าหนาวหนาวเย็น ทำให้บางพื้นที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำลงประมาณ 3–5 องศาติดลบจากพื้นที่อื่น
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ควรเตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ ให้พร้อมโดยไม่ประมาท
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของคาโกชิมะ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 8.7 | 9.9 | 12.8 | 17.1 | 21.0 | 24.0 | 28.1 | 28.8 | 26.3 | 21.6 | 16.2 | 10.9 |
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของคาโกชิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบาง ๆ และเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อโค้ต
- ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
การเดินทางไปคาโกชิมะ
การเดินทางมายังคาโกชิมะมีให้เลือกหลายแบบ และใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด
หากเดินทางโดยเครื่องบิน จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากโตเกียว และประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีจากโอซาก้า จึงเดินทางถึงคาโกชิมะได้อย่างรวดเร็ว
จากฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นประตูสู่ภูมิภาคคิวชู สามารถนั่งชินคันเซ็นมาได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที–2 ชั่วโมง

การเดินทางจากสนามบินคาโกชิมะไปยังสถานีหลัก
หลังเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว เรื่องต่อไปที่หลายคนน่าจะอยากรู้ก็คือจะเข้าเมืองอย่างไร
ที่นี่จะแนะนำวิธีเดินทางจาก “สนามบินคาโกชิมะ” ซึ่งเป็นประตูทางอากาศของคาโกชิมะ ไปยัง “สถานีคาโกชิมะชูโอ” ซึ่งเป็นสถานีหลัก
แม้จะมีหลายวิธีให้เลือก แต่ขอแนะนำมากที่สุดคือการใช้ “รถบัสลีมูซีนสนามบินคาโกชิมะ” ที่เดินทางตรงจากทางออกสนามบินไปยัง “สถานีคาโกชิมะชูโอ” ได้เลย
- เส้นทาง
- จาก “สนามบินคาโกชิมะ” ขึ้น “รถบัสลีมูซีนสนามบินคาโกชิมะ” สาย “วิ่งเข้าเมืองคาโกชิมะ” และลงที่ “สถานีคาโกชิมะชูโอ” ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
- ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 40 นาที
วิธีเดินทางหลักในคาโกชิมะ
พอเริ่มวางแผนเที่ยวแล้ว เรื่องการเดินทางภายในคาโกชิมะก็เป็นจุดสำคัญไม่น้อย
ความสะดวกของระบบขนส่งใน “คาโกชิมะ” จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่คุณไปเที่ยว
ในตัวเมืองคาโกชิมะ ระบบขนส่งค่อนข้างสะดวก หากใช้รถรางที่เรียกว่า “ชิเด็น” และรถบัส ก็สามารถเที่ยวจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
หากไปนอกเมืองคาโกชิมะ รวมถึงหมู่เกาะต่าง ๆ รถบัสจะเป็นพาหนะหลัก
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่แม้แต่รถบัสก็อาจเดินทางได้ไม่สะดวกนัก หากเป็นไปได้ควรเช่ารถ
อีกอย่างหนึ่งคือ “เรือเฟอร์รีซากุระจิมะ” เป็นเรือเฟอร์รีสำหรับรถยนต์ จึงสามารถนำรถเช่าขึ้นไปได้ด้วย

บัตรโดยสารสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยวคาโกชิมะ
ถ้าอยากเที่ยวแบบคุมงบ บัตรโดยสารก็เป็นอีกตัวช่วยที่น่าดูไว้ล่วงหน้า
ที่นี่เราขอแนะนำบัตรโดยสารสุดคุ้มสำหรับช่วยให้เที่ยวคาโกชิมะได้แบบประหยัด
หากเดินทางในตัวเมืองคาโกชิมะ ขอแนะนำ “CUTE” ที่สามารถขึ้นรถบัสเทศบาล รถราง เรือเฟอร์รีซากุระจิมะ และรถบัสท่องเที่ยวได้ไม่จำกัด
“CUTE” บัตรที่ขึ้นรถบัส รถราง และเรือเฟอร์รีได้ไม่จำกัด
ถ้าเน้นเที่ยวในตัวเมืองคาโกชิมะ รถรางและรถบัสเทศบาลถือว่าใช้งานสะดวกมาก
เพราะมีเที่ยววิ่งจำนวนมากและสามารถพาไปยังจุดท่องเที่ยวหลักได้ จึงเป็นพาหนะที่ขาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวในเมืองคาโกชิมะ
บัตรที่ช่วยให้ใช้รถรางและรถบัสเทศบาลได้อย่างคุ้มค่าก็คือ “CUTE”
บัตรนี้ยังใช้ขึ้นเรือเฟอร์รีซากุระจิมะ รวมถึงรถบัสท่องเที่ยวอย่าง “Kagoshima City View” กับ “Sakurajima Island View” ได้ไม่จำกัดอีกด้วย
บัตร 1 วัน ราคา ผู้ใหญ่ 1,300 เยน เด็ก 650 เยน ส่วนบัตร 2 วัน ราคา ผู้ใหญ่ 1,900 เยน เด็ก 950 เยน
หากคุณวางแผนเที่ยวในตัวเมืองคาโกชิมะ ก็น่าลองพิจารณาใช้งานดู

เสน่ห์ของ 7 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวคาโกชิมะ
คาโกชิมะเป็นจังหวัดที่เที่ยวแล้วให้อารมณ์ไม่เหมือนกันในแต่ละโซน จึงควรรู้ภาพรวมของพื้นที่ไว้ก่อนสักหน่อย
คาโกชิมะมีระยะเหนือจรดใต้มากกว่า 600 กิโลเมตร และมีพื้นที่มากกว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร จึงแบ่งออกได้เป็น 7 ภูมิภาค
แต่ละพื้นที่ทั้ง 7 แห่งมีภูมิอากาศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และของอร่อยแตกต่างกันไป
ต่อจากนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยให้คุณนำไปใช้วางแผนทริปได้ง่ายขึ้น
“พื้นที่คิตะซัตสึมะ” ที่คุณจะได้เต็มอิ่มกับประวัติศาสตร์และวิวสวยของคาโกชิมะ
สำหรับคนที่ชอบทั้งวิวธรรมชาติและบรรยากาศเก่า ๆ พื้นที่คิตะซัตสึมะก็น่าสนใจไม่น้อย
พื้นที่คิตะซัตสึมะหมายถึงบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดคาโกชิมะ ครอบคลุมเมืองอาคุเนะ เมืองอิซุมิ เมืองซัตสึมะเซ็นได เมืองซัตสึมะ และเมืองนากาชิมะ
เป็นพื้นที่ที่มีทะเลอยู่ทางตะวันตก มีจุดชมวิวสวยมากมาย รวมถึงย่านออนเซ็นบรรยากาศดี เหมาะกับการเพลิดเพลินกับธรรมชาติและบรรยากาศเงียบสงบ
ลองใช้ “เซ็นไดทาคางิออนเซ็น” (Sendai Taki Onsen) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 บ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น” เป็นฐานเที่ยว จากนั้นไปชม “สวนธรรมชาติจังหวัดอิมุตะอิเคะ” ที่มีซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง รวมถึงเดินชมย่านคฤหาสน์ซามูไรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคาโกชิมะ เพื่อสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติของที่นี่


“พื้นที่คิริชิมะ–ไอระ” ที่เต็มไปด้วยพาวเวอร์สปอตมากมาย
ถ้าอยากแวะทั้งจุดศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติที่ให้บรรยากาศมีพลัง พื้นที่คิริชิมะ–ไอระก็เหมาะทีเดียว
พื้นที่คิริชิมะ–ไอระ อยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัดคาโกชิมะ ทางเหนือของอ่าวคาโกชิมะ ครอบคลุมเมืองคิริชิมะ เมืองไอระ และเมืองยูสุอิในอำเภอไอระ
ในพื้นที่นี้มีพาวเวอร์สปอตหลากหลาย ตั้งแต่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงจุดที่สัมผัสพลังจากธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
ที่ “ศาลเจ้าคิริชิมะ” ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 นอกจากจะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุประมาณ 800 ปี ซึ่งว่ากันว่าเป็นบรรพบุรุษของต้นสนซีดาร์ในคิวชูใต้ รวมถึง “หินซาซาเระอิชิ” ที่ปรากฏในเพลงชาติญี่ปุ่น ให้คุณได้สัมผัสทั้งพลังและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ส่วน “คิริชิมะออนเซ็นเคียว” ที่มีภาพไอน้ำพุ่งขึ้นจากทั่วเมือง และมีคุณสมบัติน้ำแร่แตกต่างกันไปในแต่ละบ่อ ก็เหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวในพื้นที่นี้
ใจกลางของย่านนี้คือ “ตลาดคิริชิมะออนเซ็น” ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ร้านขายของฝาก และร้านอาหารเปิดให้บริการ บริเวณลานยังมีจุดอย่าง “ร้านขายของนึ่งไอน้ำร้อน” ที่ให้บรรยากาศแบบเมืองออนเซ็นด้วย


“พื้นที่นากะซัตสึมะ” ที่รวมจุดท่องเที่ยวยอดนิยมเอาไว้มากมาย
ถ้าเป็นทริปแรกของคาโกชิมะ หลายคนมักเริ่มกันที่พื้นที่นากะซัตสึมะ
พื้นที่นากะซัตสึมะอยู่ตอนกลางของ “คาบสมุทรซัตสึมะ” ทางตะวันตกของจังหวัดคาโกชิมะ ครอบคลุมเมืองคาโกชิมะ เมืองฮิโอกิ และเมืองอิจิกิคุชิคิโนะ เป็นต้น
เป็นพื้นที่ที่มีเมืองคาโกชิมะซึ่งเป็นศูนย์กลางของจังหวัด จึงมีประชากรมากที่สุดและมีบรรยากาศเมืองสมัยใหม่
จุดท่องเที่ยวตัวแทนของคาโกชิมะก็กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน
ทั้งซากุระจิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “คาโกชิมะ” และจุดชมวิวสวย ๆ ที่มองเห็นทัศนียภาพของซากุระจิมะก็อยู่ในพื้นที่นากะซัตสึมะ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เท่านั้น เพราะ “เซงังเอ็น” ก็อยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน ที่นี่คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ของคาโกชิมะและทดลองวัฒนธรรมดั้งเดิม
สำหรับผู้ที่มาเที่ยวคาโกชิมะเป็นครั้งแรก จะบอกว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรพลาดก็คงไม่เกินจริง


“พื้นที่มินามิซัตสึมะ” ที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และออนเซ็นแปลกไม่เหมือนใครได้
ใครที่อยากเจอทั้งวิวเปิดโล่งและออนเซ็นแบบไม่เหมือนที่อื่น น่าจะถูกใจกับพื้นที่มินามิซัตสึมะ
พื้นที่มินามิซัตสึมะหมายถึงตอนใต้สุดของ “คาบสมุทรซัตสึมะ” ทางตะวันตกของจังหวัดคาโกชิมะ ครอบคลุมเมืองอิบุสึกิ เมืองมาคุระซากิ เมืองมินามิซัตสึมะ และเมืองมินามิคิวชู
เสน่ห์ของพื้นที่นี้คืออากาศอบอุ่น ทิวทัศน์สวยของภูเขาไคมงดาเกะและทะเลสาบอิเคดะ รวมถึงประสบการณ์ออนเซ็นที่ไม่เหมือนใคร
ที่ “ออนเซ็นอิบุสึกิ” (Ibusuki Onsen) ซึ่งอยู่ปลายใต้ของคาบสมุทรซัตสึมะ คุณจะได้สัมผัสไม่เพียงออนเซ็นแบบแช่น้ำทั่วไป แต่ยังมี “ออนเซ็นทราย” ที่ถือว่าหาได้ยากในระดับโลกอีกด้วย
อีกแห่งที่เหมาะใช้เป็นฐานเที่ยวคือ “เฮลซีแลนด์ ทามาเตะบาโกะออนเซ็น” ซึ่งมีทำเลเยี่ยม จากอ่างอาบน้ำกลางแจ้งสไตล์ญี่ปุ่นมองเห็นภูเขาไคมงดาเกะอันสง่างามที่มีฉายาว่า “ฟูจิแห่งซัตสึมะ” ส่วนอ่างอาบน้ำกลางแจ้งสไตล์ตะวันตกสามารถมองเห็นภูเขาทาเคยามะที่ถูกเรียกว่า “ภูเขาสนูปปี้” ได้


“คาบสมุทรโอซุมิ” ที่เหมาะกับการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แบบสบาย ๆ
ถ้าอยากค่อย ๆ เดินชมธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ “คาบสมุทรโอซุมิ” เป็นอีกพื้นที่ที่เหมาะมาก
“คาบสมุทรโอซุมิ” ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดคาโกชิมะ
ที่นี่มีจุดท่องเที่ยวที่ให้คุณเพลิดเพลินกับภูเขา น้ำตก และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กระจายอยู่หลายแห่ง
ที่ “น้ำตกคามิคาวะโอตากิ” สูง 25 เมตร กว้าง 30 เมตร และ “สวนคามิคาวะโอตากิ” อันกว้างขวางที่สร้างขึ้นโดยรอบ คุณสามารถชมสายน้ำที่ไหลตกลงมาอย่างทรงพลังได้ในระยะใกล้
มีการจัดทำทางเดินและลานพักในป่าไว้พร้อม จึงสามารถเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้อย่างผ่อนคลาย
ส่วน “สะพานแขวนนิจิโนะสึริบาชิ โอตากิบาชิ” ที่สูง 68 เมตร และยาว 130 เมตร ก็ให้ทั้งความตื่นเต้นและวิวสวยในเวลาเดียวกัน
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ “น้ำตกโอกาวะ” ซึ่งโด่งดังในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละคร
จากวิวที่ผสานหน้าผาหินอันดุดัน ละอองน้ำที่กระเซ็นอย่างทรงพลัง และแอ่งน้ำตกสีเขียวมรกต คุณจะสัมผัสได้ทั้งความสวยงามและความยิ่งใหญ่


“พื้นที่ทาเนะยากุ–โทชิมะมิชิมะ” ที่ประกอบด้วยเกาะน่าสนใจมากมาย
ถ้าสนใจเที่ยวเกาะของคาโกชิมะ พื้นที่ทาเนะยากุ–โทชิมะมิชิมะเป็นชื่อที่ควรคุ้นไว้ก่อน
ในบรรดาเกาะต่าง ๆ ของจังหวัดคาโกชิมะ พื้นที่ทาเนะยากุ–โทชิมะมิชิมะคือกลุ่มเกาะที่อยู่ค่อนข้างใกล้แผ่นดินใหญ่
โดยเฉพาะยากุชิมะและทาเนะงาชิมะซึ่งมีประชากรค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเกาะที่มีผู้อยู่อาศัยอื่น ๆ ในจังหวัด รวมถึงเกาะเล็ก ๆ ที่เรียกรวมว่าโทชิมะและมิชิมะ
แม้จะบอกว่าใกล้ แต่ก็ยังต้องนั่งเรือเฟอร์รีอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และภูมิอากาศรวมถึงลักษณะท้องถิ่นก็แตกต่างจากแผ่นดินใหญ่พอสมควร
ยากุชิมะซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกธรรมชาติโลกในปี 1993 มีพื้นที่ป่าปกคลุมถึง 90% ของเกาะ และมีภูเขาสูงเกิน 1,000 เมตรอยู่หลายลูก
จุดเด่นคือป่ายาคุสึงิหรือต้นสนซีดาร์ยากุชิมะที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ซึ่งจะทำให้คุณทึ่งกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และยังคงความดั้งเดิม
ส่วนทาเนะงาชิมะ ซึ่งอยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่มากที่สุดในบรรดาเกาะของคาโกชิมะ มีเสน่ห์ที่ทะเลและชายหาดสวยงาม
มีนักโต้คลื่นจำนวนมากหลงใหลทะเลของทาเนะงาชิมะจนย้ายมาอยู่ที่นี่ และยังมีสถานที่กับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวครบครัน
สำหรับโทชิมะที่ประกอบด้วย 7 เกาะมีคนอาศัยและ 5 เกาะไร้คนอาศัย คุณจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว


“พื้นที่อามามิ” ที่มีภูมิประเทศและเสน่ห์เฉพาะตัว
บรรยากาศของพื้นที่อามามิจะต่างจากคาโกชิมะแผ่นดินใหญ่อยู่พอสมควร และนั่นก็เป็นเสน่ห์ของที่นี่
พื้นที่อามามิอยู่ทางใต้สุดในบรรดาเกาะต่าง ๆ ของจังหวัดคาโกชิมะ และอยู่ใกล้โอกินาว่ามากกว่าตัวแผ่นดินคาโกชิมะ
ประกอบด้วยเกาะอามามิโอชิมะ เกาะโอคิโนเอราบุ เกาะคาเคโรมะ เกาะโยรน เป็นต้น โดยอามามิโอชิมะเป็นเกาะที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในบรรดาเกาะของคาโกชิมะ
แม้ในเชิงวัฒนธรรมจะมีคนกล่าวว่าคล้ายวัฒนธรรมโอกินาว่ามากกว่าวัฒนธรรมคาโกชิมะ แต่อามามิก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง
ที่นี่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่พัฒนาอย่างดี และเดินทางสะดวกด้วย
คุณจะได้เพลิดเพลินกับทะเลสวย ธรรมชาติ และระบบนิเวศเฉพาะตัว พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศเขตร้อนได้อย่างเต็มที่
บนเกาะอามามิโอชิมะมีป่าชายเลนธรรมชาติ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากเกาะอิริโอโมเตะในโอกินาว่า
ที่ “คุโรชิโอะโนะโมริ แมงโกรฟพาร์ก” สามารถพายเรือแคนูเที่ยวชมป่าชายเลนธรรมชาติได้
ส่วน “สวนอายามารุมิซากิ” ที่ปลายเหนือสุดของเกาะอามามิโอชิมะ ซึ่งยื่นออกไปในมหาสมุทรแปซิฟิก ก็เป็นจุดที่คุณจะได้ชมวิวสวยของหมู่เกาะที่ลอยอยู่ในทะเล
“สวนริมทะเลโอฮามะแห่งเมืองอามามิ” ก็เป็นอีกจุดชมวิวชื่อดัง ที่คุณจะได้เห็นทะเลสีฟ้าและหาดทรายขาวแบบเขตร้อน รวมถึงพระอาทิตย์ตกที่งดงามในยามเย็น


ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวคาโกชิมะได้เต็มอิ่ม
จำนวนวันที่เหมาะกับทริปคาโกชิมะจะต่างกันไปตามเส้นทางที่คุณอยากเที่ยว
หากอยากเที่ยวเกาะรอบนอกด้วย ควรมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
แต่ถ้าแค่ตระเวนจุดท่องเที่ยวคลาสสิก ทริป 2 วัน 1 คืน ก็เพียงพอที่จะเที่ยวได้สนุก
ลองปรับจำนวนวันตามแผนว่าจะไปเที่ยวเกาะรอบนอกหรือไม่

คอร์สตัวอย่าง 2 วัน 1 คืน ตะลุยจุดเที่ยวคลาสสิกของคาโกชิมะ
ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าจะจัดทริปอย่างไร ลองดูคอร์สตัวอย่างนี้เป็นไอเดียก่อนได้
เราขอแนะนำคอร์สตัวอย่าง 2 วัน 1 คืน สำหรับตระเวนเที่ยวจุดยอดนิยมของคาโกชิมะ
หากคุณไม่ได้วางแผนไปเกาะรอบนอก หรือมาเที่ยวคาโกชิมะเป็นครั้งแรก ลองใช้เป็นไอเดียได้เลย
วันที่ 1: สัมผัสวิวสวยและประวัติศาสตร์จากจุดท่องเที่ยวคลาสสิกของคาโกชิมะ
วันแรกจะเป็นการเที่ยวรอบย่านตัวเมืองคาโกชิมะ โดยแวะจุดที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
วันที่ 1 เป็นคอร์สเที่ยวรอบย่านตัวเมืองคาโกชิมะ พร้อมแวะจุดท่องเที่ยวที่ถือเป็นภาพจำของจังหวัด เช่น ซากุระจิมะและเซงังเอ็น
มาทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญจากคาโกชิมะที่มีบทบาทต่อความทันสมัยของญี่ปุ่น และเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของซากุระจิมะกับความงามของอ่าวคิงโคไว้ในความทรงจำกัน
08:20 ออกเดินทางจากสถานี JR คาโกชิมะชูโอ
เริ่มต้นจาก “สถานี JR คาโกชิมะชูโอ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของคาโกชิมะ
จากนั้นขึ้นรถบัสไปทักทายรูปปั้นของบุคคลสำคัญจากคาโกชิมะอย่าง “ไซโก ทากาโมริ” กัน

08:50 เริ่มต้นทริปที่ “รูปปั้นไซโก ทากาโมริ” บุคคลสำคัญผู้เป็นที่รักของคนท้องถิ่น
“ไซโก ทากาโมริ” บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทอย่างมากต่อการทำให้ญี่ปุ่นทันสมัย เป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “เซโกดง”
นอกจากผลงานอันโดดเด่นแล้ว เขายังเป็นที่ชื่นชอบจากนิสัยที่มีน้ำใจและเมตตา ทำให้มีผู้คนจำนวนมากชื่นชมทั้งแนวคิดและตัวตนของเขา
แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 150 ปีหลังจากเสียชีวิต เขาก็ยังคงได้รับความรักและความเคารพมาจนถึงปัจจุบัน
รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของไซโก ทากาโมริตั้งอยู่บนเนินสูงของเส้นทางเดินชมเมืองปราสาทที่มีชื่อว่า “ถนนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”
รูปร่างสูงใหญ่ คิ้วหนา ดวงตาโต ในชุดเครื่องแบบทหารอย่างสง่างาม มองลงมาสู่เมืองคาโกชิมะ

09:30 ชมสัญลักษณ์ของคาโกชิมะแบบพาโนรามาที่ “ชิโรยามะ”
“ชิโรยามะ” เป็นภูเขาเตี้ยสูง 107 เมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองคาโกชิมะ
รูปปั้นไซโก ทากาโมริอยู่บริเวณเชิงเขา และสามารถเดินขึ้นไปถึงยอดชิโรยามะได้ในเวลาประมาณ 30 นาที
แม้อยู่กลางเมือง แต่ที่นี่ก็เป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ มีทั้งต้นการบูรขนาดใหญ่ เฟิร์น และพืชเขตอบอุ่นถึงกึ่งร้อนขึ้นเองตามธรรมชาติ
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่สิ้นสุดของ “สงครามเซนัน” ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองครั้งสุดท้ายของญี่ปุ่นในปี 1877 และยังมีถ้ำที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ไซโก ทากาโมริสิ้นใจ จึงมีทั้งผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์และแฟนของไซโกมาเยือนอยู่เสมอ
จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นอ่าวคิงโคและซากุระจิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิมะได้แบบพาโนรามา

11:20 เพลิดเพลินกับวิวสวยและประวัติศาสตร์ของคาโกชิมะที่ “เซงังเอ็น”
นั่งรถบัสจากชิโรยามะประมาณ 30 นาที ก็จะถึง “เซงังเอ็น”
คฤหาสน์พักผ่อน “เซงังเอ็น” ของตระกูลชิมาซุ ผู้ปกครองจังหวัดคาโกชิมะในอดีต สร้างขึ้นเมื่อปี 1658
เป็นสวนแบบใช้ทิวทัศน์โดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของสวน โดยนำซากุระจิมะมาเปรียบเป็นภูเขาจำลอง และอ่าวคิงโคเป็นเสมือนสระน้ำ
อีกลักษณะเด่นคือได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน ซึ่งเหมาะกับตระกูลชิมาซุที่เคยค้าขายกับจีนผ่านอาณาจักรริวกิว
ภายในพื้นที่มีพิพิธภัณฑ์ “โชโกะชูเซคัง” ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตลอด 800 ปีของตระกูลชิมาซุ ซึ่งเป็นทั้งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกวัฒนธรรมโลก
นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตแก้วซัตสึมะคิริโกะ ให้คุณชมฝีมือช่างผู้ชำนาญได้อย่างใกล้ชิด

14:20 สัมผัสพลังและเสน่ห์ของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่ “ซากุระจิมะ”
จากป้ายรถบัสใกล้เซงังเอ็น นั่งรถบัสประมาณ 20–30 นาทีไปยังท่าเรือเฟอร์รีซากุระจิมะ
เมื่อลงเรือเฟอร์รีแล้ว ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ถึงซากุระจิมะ
เมื่อมาถึงแล้ว ลองเพลิดเพลินกับการเดินเล่นหรือปั่นจักรยาน พร้อมชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟแห่งนี้
ที่ “สวนโยงันนางิสะ” ใกล้ทางออกท่าเรือ มีบ่อแช่เท้าฟรีให้บริการ
การได้นั่งแช่เท้าพร้อมชม “ซากุระจิมะ” อันยิ่งใหญ่ จะช่วยให้รู้สึกโล่งสบายอย่างมาก
หากขึ้นรถบัสวนรอบ “Sakurajima Island View” ก็สามารถไปยัง “จุดชมวิวยุโนะฮิระ” ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่อนุญาตให้เข้าถึงได้ และ “โทริอิฝังเถ้าภูเขาไฟคุโรกามิ” ที่อยู่อีกฝั่งของเกาะ
“จุดชมวิวยุโนะฮิระ” เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดบนเกาะ มองเห็นทั้งผิวน้ำอันสงบของอ่าวคิงโค เมืองฝั่งตรงข้าม และไกลออกไปถึงเทือกเขาคิริชิมะกับภูเขาไคมงดาเกะ
ส่วน “โทริอิฝังเถ้าภูเขาไฟคุโรกามิ” คือซากเสาโทริอิที่เหลือโผล่ให้เห็นเพียงส่วนบน หลังถูกเถ้าภูเขาไฟจำนวนมหาศาลจากการปะทุครั้งใหญ่ในปี 1914 กลบทับ
สถานที่นี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิม เพื่อถ่ายทอดขนาดความรุนแรงของการปะทุให้คนรุ่นหลังได้เห็น



18:40 อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นที่ “เท็มมงคัง”
เดินจากท่าเรือเฟอร์รีประมาณ 15 นาที ก็จะถึง “เท็มมงคัง” ย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองคาโกชิมะ
ที่นี่มีถนนช้อปปิ้งแบบมีหลังคาทอดยาว เรียงรายด้วยห้างเก่าแก่ ร้านอาหาร และศูนย์การค้าที่รวมเทรนด์ใหม่ ๆ ไว้อย่างหลากหลาย
มื้อเย็นของวันแรก แนะนำให้เลือกร้านอาหารในเท็มมงคังเพื่อลองชิมอาหารท้องถิ่นรสเลิศ
ไม่ว่าจะเป็นซัตสึมาอาเกะ หมูดำ โชจู รวมถึงราเม็งก็ล้วนแนะนำทั้งนั้น
บริเวณรอบ ๆ ยังมีโรงแรมอยู่มากมาย ดังนั้นคืนแรกลองพักโรงแรมใกล้เท็มมงคังก็น่าจะสะดวก

วันที่ 2: ผ่อนคลายกับออนเซ็นสุดแปลก และสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านเมืองเก่าสมัยเอโดะ
วันที่สองจะเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ โดยมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่อบอุ่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว
วันที่ 2 จะได้นั่งรถด่วนท่องเที่ยว “ทามาเตะบาโกะ” ไปยังพื้นที่มินามิซัตสึมะที่อบอุ่นและมีแสงแดดสดใส
เป็นคอร์สที่ให้คุณสัมผัสประสบการณ์น่าประทับใจราวกับหลุดจากโลกจริง ทั้งวิวทะเลจากที่นั่งแบบโอเชียนวิว การแช่ “อ่างทราย” อันเป็นเอกลักษณ์ของอิบุสึกิ และการเดินเล่นใน “กลุ่มสวนคฤหาสน์ซามูไร” ที่ยังคงบรรยากาศบ้านเรือนจากยุคที่ซามูไรเคยใช้ชีวิตอยู่
09:40 เริ่มต้นจากสถานี JR คาโกชิมะชูโอ
วันที่ 2 ก็เริ่มต้นจาก “สถานี JR คาโกชิมะชูโอ” เช่นกัน
จาก “สถานี JR คาโกชิมะชูโอ” ขึ้นรถด่วน “อิบุสึกิ โนะ ทามาเตะบาโกะ” มุ่งหน้าไปยัง “สถานี JR อิบุสึกิ”
อย่าลืมเพลิดเพลินกับวิวทะเล ซากุระจิมะ แนวภูเขาและทุ่งนาที่แสนสงบจากหน้าต่างรถไฟขบวนนี้ด้วย
จาก “สถานี JR อิบุสึกิ” เดินต่อประมาณ 20 นาที ก็จะถึงจุดหมายถัดไป “สึนามุชิไคคัง ซาราคุ”

11:10 สัมผัสวิธีอาบน้ำสุดพิเศษที่ “สึนามุชิไคคัง ซาราคุ”
ที่ “สึนามุชิไคคัง ซาราคุ” คุณจะได้ลองวิธีอาบน้ำแบบพิเศษที่เรียกว่า “สึนามุชิ” หรือการลงไปนอนในทรายร้อนที่ถูกทำให้อุ่นด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติจากชายฝั่ง
วิธีนี้มีประวัติสืบต่อกันมาประมาณ 300 ปี และเป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่นเสมือนซาวน่าสไตล์ญี่ปุ่น
ขั้นตอนการใช้บริการไม่ซับซ้อน เริ่มจากติดต่อที่เคาน์เตอร์ เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะ แล้วเดินไปยังลานทรายสำหรับสึนามุชิแบบรองรับทุกสภาพอากาศที่จัดไว้ริมชายหาด
จากนั้นเพียงนอนหงายตามจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด และให้เจ้าหน้าที่กลบทรายร้อนลงบนชุดยูกาตะ
เมื่อเสร็จจากสึนามุชิแล้ว ก็ไปล้างทรายออกด้วยฝักบัว แล้วแช่ออนเซ็นในอาคารเพื่อผ่อนคลายต่อได้อย่างสบาย ๆ
หลังจากผ่อนคลายในออนเซ็นแล้ว ลองแวะร้านอาหารรอบ ๆ เพื่อสั่งอาหารท้องถิ่นมารับประทานให้อิ่มท้องกันต่อ

16:00 เดินเล่นใน “กลุ่มสวนคฤหาสน์ซามูไรชิรัน” ที่ยังคงบรรยากาศเมืองสมัยเอโดะ
จาก “สึนามุชิไคคัง ซาราคุ” เดินกลับไปยัง “สถานี JR อิบุสึกิ” แล้วนั่งรถบัสต่อประมาณ 1 ชั่วโมง ลงที่ป้าย “ทางเข้าคฤหาสน์ซามูไร”
บริเวณรอบนั้นคือ “กลุ่มคฤหาสน์ซามูไร” ที่ยังคงเหลือบ้านพักอาศัยของซามูไรในศตวรรษที่ 18 ไว้ในสภาพเดิม
กำแพงหิน คฤหาสน์ และถนนปูหิน ช่วยให้คุณสัมผัสบรรยากาศของย่านที่ซามูไรเคยเดินไปมา ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
สวนทั้ง 7 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามระดับชาติและตั้งอยู่เรียงรายตามแนวถนน เปิดให้เข้าชมทั่วไป และสามารถแวะชมระหว่างเดินได้
ในจำนวนนี้ 6 แห่งเป็นสวนหินแห้งแบบคะเระซันซุย และหลายสวนก็นำทิวทัศน์ของภูเขาฮาฮางาตาเกะที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือมาใช้เป็นฉากหลังของสวน

3 เมนูท้องถิ่นที่ควรลิ้มลองในคาโกชิมะ
อีกอย่างที่ทำให้ทริปคาโกชิมะน่าจดจำก็คือเรื่องอาหาร
คาโกชิมะเป็นพื้นที่ที่มีวัตถุดิบอร่อยมากมาย และมีวัฒนธรรมอาหารที่หยั่งรากแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค
ที่นี่เราคัดสรรเมนูเด่นจากบรรดาอาหารท้องถิ่นมากมายของคาโกชิมะมาแนะนำ
ถ้ามาเที่ยวคาโกชิมะ เมนูที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ไม่ควรพลาดเลย
1. ชิโรกุมะ
“ชิโรกุมะ” เป็นขนมน้ำแข็งไสที่ราดนมข้นหวาน แล้วตกแต่งด้วยท็อปปิ้งหลากสี เช่น เชอร์รี ลูกเกด ส้ม สับปะรด และถั่วแดง
ร้านต้นกำเนิดของ “ชิโรกุมะ” คือ “เท็มมงคังมุจะคิ สาขาหลัก” ซึ่งอยู่ในย่านบันเทิงของคาโกชิมะ
ช่วงแรกที่วางจำหน่ายเป็นน้ำแข็งไสแบบเรียบง่าย ราดด้วยน้ำเชื่อมสีขาวและสีแดง แต่หลังจากพัฒนาสูตรต่อเนื่อง ก็ได้เป็นน้ำเชื่อมรสนมข้นหวานที่สดชื่นอย่างในปัจจุบัน
เพื่อเพิ่มสีสัน จึงมีการตกแต่งด้านนอกด้วยแองเจลิกา เชอร์รี และลูกเกด
และเพราะเมื่อมองจากด้านบนแล้วดูคล้ายหมีขาว จึงได้ชื่อเมนูว่า “ชิโรกุมะ”
ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ แต่ถ้ามาถึงคาโกชิมะแล้ว อยากให้ลองชิม “ชิโรกุมะ” ของแท้จากร้านต้นกำเนิดดูสักครั้ง

2. ซัตสึมาอาเกะ
“ซัตสึมาอาเกะ” ทำจากเนื้อปลาบดผสมเต้าหู้และสาเกท้องถิ่นของคาโกชิมะ แล้วนำไปทอดในน้ำมัน
มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แบบธรรมดาที่ใช้แต่เนื้อปลาบด ไปจนถึงแบบใส่แครอตหรือโกโบ จึงกินได้เพลินไม่จำเจ
แบบที่อร่อยที่สุดคือกินเปล่า ๆ แต่จะกินกับมายองเนส โชยุผสมวาซาบิ หรือโชยุผสมขิงก็อร่อยเช่นกัน
เนื่องจากบดแม้กระทั่งก้างปลาจนละเอียด จึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีนและแคลเซียม แต่แคลอรีต่ำและมีเกลือไม่มากนัก ถือเป็นอีกข้อดีที่น่าสนใจ

3. เคฮัง
“เคฮัง” (Keihan) เป็นอาหารพื้นบ้านตัวแทนของพื้นที่อามามิ ว่ากันว่าในอดีตเป็นอาหารรับรองที่ใช้ต้อนรับเจ้าหน้าที่จากแผ่นดินใหญ่
วิธีกินคือวางเนื้อไก่ฉีก เห็ดชิทาเกะแห้ง ไข่ฝอย และเครื่องอื่น ๆ บนข้าวสวย แล้วราดด้วยน้ำซุปกระดูกไก่
เครื่องยอดนิยมอื่น ๆ ยังมีมะละกอดองมิโสะและเปลือกส้ม ให้บรรยากาศแบบเมืองร้อนอยู่ไม่น้อย
เป็นเมนูที่กินได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู และปัจจุบันก็มักเสิร์ฟในงานเฉลิมฉลองหรือโอกาสพิเศษด้วย
หากเป็นร้านอาหารในพื้นที่อามามิ ส่วนใหญ่ก็มักมีเมนูนี้ให้สั่ง
ด้วยรสชาติอ่อนโยน กินง่ายคล่องคอ จึงเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย

จุดชมซากุระที่ควรใส่ไว้ในแผนเที่ยวคาโกชิมะช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ถ้าไปคาโกชิมะช่วงฤดูใบไม้ผลิ การแวะชมซากุระก็คุ้มที่จะใส่ไว้ในแผน
หากมาเยือน “คาโกชิมะ” ในฤดูใบไม้ผลิ อยากแนะนำให้เพิ่มจุดชมซากุระไว้ในแผนทริปด้วย
เช่น “สวนทาดาโมโตะ” ที่มีแนวต้นซากุระยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ราว 700 ต้น บานสะพรั่งพร้อมกัน
หรือ “เซงังเอ็น” ในเมืองคาโกชิมะ ที่มีซากุระราว 150 ต้น รวมถึงคันซากุระ บานรับกับฉากหลังเป็นซากุระจิมะและอ่าวคิงโค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิมะ
รวมถึง “สวนทากะโอกะ” ในเมืองไอระ ที่ตั้งอยู่บนเนินสูงมองเห็นซากุระจิมะและอ่าวคิงโคได้แบบเต็มตา และในฤดูใบไม้ผลิมีซากุระบานราว 300 ต้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจุดชมซากุระมากมายใน “คาโกชิมะ”
โดยปกติ วันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมซากุระของคาโกชิมะเป็นดังตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาชมที่ดีที่สุดอาจเลื่อนเร็วหรือช้าตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบก่อนออกเดินทาง
- วันเริ่มบาน
- 26 มีนาคม
- วันบานเต็มที่
- 5 เมษายน
- ช่วงชมซากุระสวยที่สุด
- 5 เมษายน–11 เมษายน
ข้อมูลอ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะการบานของซากุระ
ข้อมูลอ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น สถานะซากุระบานเต็มที่



จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มคาโกชิมะในฤดูใบไม้ร่วง
พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง คาโกชิมะก็มีอีกบรรยากาศให้ตามไปชม
“คาโกชิมะ” มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากมายเช่นกัน
ที่ “ศาลเจ้าคิริชิมะ” พาวเวอร์สปอตชื่อดังระดับประเทศและเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนาน คุณจะได้ชมทิวทัศน์เปี่ยมกลิ่นอายญี่ปุ่น เมื่อใบเมเปิลรอบเสาโทริอิใหญ่และตามแนวทางเดินเปลี่ยนเป็นสีสวย
อีกแห่งคือ “สวนธรรมชาติอิมุตะอิเคะ” ที่มีวิวสวยของภูเขาวงแหวนทั้ง 7 ลูกล้อมรอบทะเลสาบเข้ากับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
รวมถึง “โอนามิอิเคะ” ทะเลสาบภูเขาไฟบนยอดเขาคิริชิมะ สูง 1,411 เมตร ที่รายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสัน ลองออกไปชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของ “คาโกชิมะ” ในโทนฤดูใบไม้ร่วงกันดู
หลายจุดจะสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ช่วงเวลาชมที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ในแต่ละปี



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาโกชิมะ
Q
ฤดูไหนเหมาะสำหรับเที่ยวคาโกชิมะมากที่สุด?
แม้อากาศจะค่อนข้างอบอุ่นตลอดปี แต่หน้าร้อนอากาศร้อนมากและมีความเสี่ยงจากพายุไต้ฝุ่น จึงแนะนำฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า
Q
มีจุดท่องเที่ยวไหนในคาโกชิมะที่เหมาะสำหรับทริปครอบครัวพ่อแม่ลูกบ้าง?
แนะนำให้ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ “อิโอเวิลด์” ในตัวเมืองคาโกชิมะ แล้วต่อด้วยทริปสั้น ๆ ไปซากุระจิมะจากท่าเรือเฟอร์รีที่อยู่ติดกัน
บทสรุป
ถ้าจะสรุปคาโกชิมะแบบสั้น ๆ ที่นี่เป็นจุดหมายที่รวมทั้งธรรมชาติ ออนเซ็น อาหาร และบรรยากาศแตกต่างกันไว้ในทริปเดียว
ในบทความนี้ เราได้แนะนำวิธีเที่ยว “คาโกชิมะ” อย่างหลากหลาย ทั้งเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ ข้อมูลการเดินทาง และคอร์สตัวอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นซากุระจิมะ ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ หรือออนเซ็นต่าง ๆ คาโกชิมะก็เป็นจุดหมายที่ช่วยเติมพลังและความสดชื่นได้อย่างดี ลองหาโอกาสไปเยือนสักครั้งนะ
หากอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของ “คาโกชิมะ” ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างเพิ่มเติมได้เลย