คู่มือท่องเที่ยวชิมาเนะ เที่ยวให้ครบทั้งตำนานและธรรมชาติ

คู่มือท่องเที่ยวชิมาเนะ เที่ยวให้ครบทั้งตำนานและธรรมชาติ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกเดินทางไปยังที่หมายที่มีทั้งบรรยากาศลึกลับจากตำนานและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ชิมาเนะก็เป็นจังหวัดที่ชวนให้แวะมาเยือนไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ หนึ่งในพาวเวอร์สปอตชื่อดังของญี่ปุ่น และความอุดมสมบูรณ์จากทะเลญี่ปุ่นทางตอนเหนือกับเทือกเขาจูโงกุทางตอนใต้
สถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลาย ทั้งวิวธรรมชาติอันงดงาม เมืองเก่าเปี่ยมประวัติศาสตร์ และแหล่งออนเซ็น
ยังมีสถานที่ให้สัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว จึงเที่ยวได้หลายสไตล์
บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับการเที่ยวชิมาเนะไว้อย่างครบถ้วน
พร้อมแนะนำเส้นทางตัวอย่าง เพื่อให้คุณเห็นภาพการเดินทางได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนทริปที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น

ชิมาเนะ ดินแดนธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่เชื่อกันว่าเทพเจ้าจะมารวมตัวกันปีละครั้ง

จังหวัดชิมาเนะอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู และหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น
ยังรวมถึงเกาะนอกชายฝั่งอย่างหมู่เกาะโอกิ (Oki no Shima) และเกาะทาเคชิมะด้วย จึงเป็นดินแดนที่อุดมด้วยธรรมชาติ ได้รับทั้งอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นและของป่าจากเทือกเขาจูโงกุ
ที่นี่ยังมีศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ (Izumo Taisha) ซึ่งเชื่อกันว่าในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เหล่าเทพเจ้าจากทั่วญี่ปุ่นจะมารวมตัวกัน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับตำนานญี่ปุ่น โดยเป็นเวทีสำคัญของเทพซูซาโนะโอะโนะมิโคโตะที่ปรากฏในตำนานด้วย
ยังมีสถานที่ที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์และบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกมาก เช่น เหมืองเงินอิวามิ (Iwami Ginzan) ที่เริ่มถูกขุดค้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 และออนเซ็นทามัตสึคุริ (Tamatsukuri Onsen) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี
หากได้มาเที่ยวชิมาเนะ คุณน่าจะได้สัมผัสทั้งเสน่ห์ของธรรมชาติญี่ปุ่นและความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์ที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ชิมาเนะอุดมไปด้วยธรรมชาติ จึงมีจุดชมวิวสวยงามอยู่มากมาย
ชิมาเนะอุดมไปด้วยธรรมชาติ จึงมีจุดชมวิวสวยงามอยู่มากมาย

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในชิมาเนะ

อากาศของชิมาเนะค่อนข้างอบอุ่นตลอดทั้งปี จึงใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้สบาย
อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 12℃–15℃ ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนมีฝนตกมาก ส่วนฤดูหนาวมีหิมะค่อนข้างมาก
ในฤดูหนาว ปริมาณหิมะตกแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศของพื้นที่ที่จะไปด้วย

อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของชิมาเนะ

- มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) 4.6 5.0 8.0 13.1 18.0 21.7 25.8 27.1 22.9 17.4 12.0 7.0

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของชิมาเนะ

  • ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางสบาย แขนสั้น
  • พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สูทขนสัตว์ สเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา

การเดินทางไปชิมาเนะ

จากโตเกียวไปชิมาเนะใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนจากโอซาก้าใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
แม้ชิมาเนะจะมีสนามบิน แต่ยังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศแบบประจำ
อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงจะมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากไต้หวันมายังสนามบินอิซุโมะ
ส่วนสนามบินโยนาโกะคิทาโรในจังหวัดทตโตริที่อยู่ใกล้เคียงมีเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินประจำจากฮ่องกงและจีน

สนามบินอิซุโมะ ประตูทางอากาศสู่ชิมาเนะ
สนามบินอิซุโมะ ประตูทางอากาศสู่ชิมาเนะ

การเดินทางจากสนามบินอิซุโมะไปยังสถานีหลัก

ถ้าเริ่มต้นทริปด้วยการบินมาลงสนามบินอิซุโมะ ลองดูเส้นทางไปยังสถานีมัตสึเอะไว้ก่อนได้เลย
สถานีมัตสึเอะมักเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางในชิมาเนะ หากรู้วิธีเดินทางจากสนามบินไว้ล่วงหน้า ก็จะเริ่มต้นทริปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

เส้นทาง
ขึ้นรถบัสสนามบินจาก “สนามบินอิซุโมะ” แล้วลงที่ป้าย “หน้าสถานี JR มัตสึเอะ”
ระยะเวลา
ประมาณ 35 นาที

วิธีเดินทางหลักในชิมาเนะ

หากเป็นในตัวเมืองอย่างเมืองมัตสึเอะ หรือบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ ก็สามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟและรถบัสได้ค่อนข้างสะดวก
แต่หากออกนอกเขตเมือง การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียวอาจไม่มีประสิทธิภาพมากนัก
จึงมักนิยมใช้แท็กซี่หรือรถเช่าในการเดินทาง
ถ้าอยากเที่ยวหลายจุดให้ได้มากที่สุดในเวลาจำกัด แนะนำให้พิจารณาเช่ารถ

หากเป็นเขตเมืองอย่างมัตสึเอะ ก็สามารถเที่ยวได้เต็มอิ่มด้วยรถไฟและรถบัส
หากเป็นเขตเมืองอย่างมัตสึเอะ ก็สามารถเที่ยวได้เต็มอิ่มด้วยรถไฟและรถบัส

เสน่ห์ของ 8 พื้นที่ที่ควรรู้ก่อนเที่ยวชิมาเนะ

ชิมาเนะทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตก และแบ่งออกได้เป็น 8 พื้นที่ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์และวัฒนธรรมต่างกัน
ถ้าอยากวางแผนเที่ยวให้ตรงใจมากขึ้น ลองทำความรู้จักลักษณะของแต่ละพื้นที่ในชิมาเนะไว้ก่อน

“พื้นที่มัตสึเอะ” เสน่ห์ของทิวทัศน์งดงามและบรรยากาศชวนหลงใหล

พื้นที่มัตสึเอะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดชิมาเนะ ริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น
เป็นเขตเมืองใหญ่ที่สุดของชิมาเนะที่รุ่งเรืองมาในฐานะเมืองปราสาทของปราสาทมัตสึเอะ
ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น “นครแห่งสายน้ำ” นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมเมืองไปตามคูเมืองชั้นในและชั้นนอกของปราสาท เพื่อซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าอย่างผ่อนคลาย
ยังมีทะเลสาบชินจิ (Shinjiko) ที่มีชื่อเสียงเรื่องพระอาทิตย์ตกอันสวยงาม รวมถึงศาลเจ้ามากมายที่มีประวัติยาวนาน เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพาวเวอร์สปอตและทิวทัศน์ที่สะท้อนความงามแบบญี่ปุ่น

พื้นที่มัตสึเอะที่เต็มไปด้วยเมืองเก่ามีเสน่ห์
พื้นที่มัตสึเอะที่เต็มไปด้วยเมืองเก่ามีเสน่ห์
ในพื้นที่มัตสึเอะยังมีทามัตสึคุริออนเซ็น แหล่งออนเซ็นชื่อดังอีกด้วย
ในพื้นที่มัตสึเอะยังมีทามัตสึคุริออนเซ็น แหล่งออนเซ็นชื่อดังอีกด้วย

“พื้นที่ยาสุกิ” ที่งานหัตถกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิมยังคงมีชีวิต

พื้นที่ยาสุกิอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดชิมาเนะ ติดกับจังหวัดทตโตริและเมืองมัตสึเอะ
พื้นที่นี้รุ่งเรืองจากการผลิตเหล็กแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า “ทาทาระ” ซึ่งใช้ถ่านไม้เผาไฟอย่างแรงเพื่อถลุงทรายเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้า ทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศเฉพาะตัวในฐานะแหล่งที่หยั่งรากด้วยเทคนิคดั้งเดิมและวัฒนธรรม เช่น เมืองท่าที่เคยรุ่งเรืองจากการขนส่งเหล็ก
ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิสามารถชมสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องว่างดงามระดับแนวหน้าของประเทศ ส่วนที่โรงละครยาสุกิบูชิเอ็นเงคังก็สามารถสัมผัสบทเพลงและการเต้นรำพื้นบ้านชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างยาสุกิบูชิได้
หากคุณชื่นชอบงานหัตถกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น พื้นที่นี้น่าจะถูกใจไม่น้อย

พิพิธภัณฑ์วะโคะว่าด้วยการผลิตเหล็กแบบทาทาระ
พิพิธภัณฑ์วะโคะว่าด้วยการผลิตเหล็กแบบทาทาระ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิที่มีสวนสวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิที่มีสวนสวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น

“พื้นที่อิซุโมะ” ที่เต็มไปด้วยสถานที่ลึกลับน่าค้นหา

พื้นที่อิซุโมะเป็นแหล่งรวมสถานที่น่าค้นหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะที่เล่าขานกันว่าเหล่าเทพเจ้าจากทั่วญี่ปุ่นจะมารวมตัวกัน ไปจนถึงชายหาดอินาซะโนะฮามะซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เชื่อกันว่าใช้ต้อนรับเทพเจ้าที่มาเยือนศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ และศาลเจ้าซูซะที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในพาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่น
อีกทั้งที่ฮิโนะมิซากิ (Hinomisaki) จุดชมวิวชื่อดังตรงปลายคาบสมุทรชิมาเนะที่มองเห็นทะเลญี่ปุ่น คุณจะได้ชมความตัดกันอย่างงดงามของประภาคารสีขาวกับท้องทะเลและท้องฟ้า ส่วนใกล้กับคิราระบีชที่คึกคักในช่วงฤดูเล่นน้ำทะเล ก็มีสถานีริมทางที่สามารถแวะช้อปปิ้งและชิมอาหารได้ ทำให้เป็นอีกพื้นที่ที่เที่ยวได้หลายแบบ

อินาซะโนะฮามะ สถานที่ที่ตำนานยังคงมีชีวิตและยังเป็นจุดชมวิวสวยงาม
อินาซะโนะฮามะ สถานที่ที่ตำนานยังคงมีชีวิตและยังเป็นจุดชมวิวสวยงาม
ฮิโนะมิซากิที่มีความงดงามของประภาคารสีขาวตัดกับทะเลและท้องฟ้า
ฮิโนะมิซากิที่มีความงดงามของประภาคารสีขาวตัดกับทะเลและท้องฟ้า

“พื้นที่อุนนัง” ที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

พื้นที่อุนนังอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่อิซุโมะ ติดกับเทือกเขาจูโงกุ
มีจุดท่องเที่ยวธรรมชาติขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น แม่น้ำฮีอิที่เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานพร้อมกันเป็นแนวยาว น้ำตกริวซุกาตากิที่ถูกเปรียบกับมังกรกำลังลอยขึ้นฟ้า และหุบเขาโอนิโนะชิตะบุรุอิที่ทอดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร
พื้นที่นี้ยังเป็นดินแดนที่มีเรื่องเล่าจากตำนานญี่ปุ่นสืบทอดอยู่ จึงมีทั้งศาลเจ้าเก่าแก่และโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับตำนาน
อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่พัฒนามาจากการผลิตเหล็กแบบทาทาระ จึงเหมาะกับการสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่น

พื้นที่ที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น หุบเขาโอนิโนะชิตะบุรุอิ
พื้นที่ที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น หุบเขาโอนิโนะชิตะบุรุอิ
พิพิธภัณฑ์อิโตฮาระที่จัดแสดงเอกสารและงานศิลป์หัตถกรรมเกี่ยวกับการผลิตเหล็กแบบทาทาระ
พิพิธภัณฑ์อิโตฮาระที่จัดแสดงเอกสารและงานศิลป์หัตถกรรมเกี่ยวกับการผลิตเหล็กแบบทาทาระ

“พื้นที่เหมืองเงินอิวามิและบริเวณโดยรอบ” ที่สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านแหล่งมรดกโลก

พื้นที่เหมืองเงินอิวามิเป็นจุดหมายที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยมีเหมืองเงินอิวามิ (Iwami Ginzan) ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นศูนย์กลาง
เหมืองเงินอิวามิเป็นโบราณสถานอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยรอบและอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน
อุโมงค์เหมืองที่เรียกว่า “มะบุ” ซึ่งขุดขึ้นเพื่อทำเหมืองเงิน จะทำให้คุณประหลาดใจกับทั้งความยาวและความสูง ส่วนที่ศูนย์มรดกโลกเหมืองเงินอิวามิ ก็สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีของเหมืองได้อย่างละเอียด
ที่ย่านเมืองโอมาริซึ่งยังคงรักษาอาคารจากสมัยเอโดะ ค.ศ. 1603–1868 และบรรยากาศของยุคที่รุ่งเรืองจากเหมืองเงินเอาไว้ คุณอาจรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปขณะเดินเล่น

เหมืองเงินอิวามิ เหมืองเงินตัวแทนสำคัญของญี่ปุ่นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เหมืองเงินอิวามิ เหมืองเงินตัวแทนสำคัญของญี่ปุ่นที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ย่านเมืองโอมาริที่ยังคงมีอาคารจากสมัยเอโดะหลงเหลืออยู่
ย่านเมืองโอมาริที่ยังคงมีอาคารจากสมัยเอโดะหลงเหลืออยู่

“พื้นที่ฮามาดะ–โกสึ” ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งพักผ่อนเหมาะสำหรับครอบครัว

พื้นที่ฮามาดะ–โกสึซึ่งอยู่ค่อนไปทางตะวันตกของตอนกลางชิมาเนะ มีสถานที่มากมายที่ครอบครัวสามารถใช้เวลาได้อย่างสบายตลอดทั้งวัน
ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมาเนะไคโยคังอะควาส หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจูโงกุ คุณจะได้ชมสัตว์ทะเลประมาณ 400 ชนิด รวมกว่า 10,000 ตัว โดยเฉพาะเบลูก้าหรือวาฬขาวที่หาดูได้ยากและได้รับความนิยมมาก
รีสอร์ตออนเซ็นคาเสะโนะคุนิซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับตั้งแคมป์และแกลมปิ้ง ก็มีทั้งออนเซ็น ที่พักหลากหลาย และเครื่องเล่นสำหรับเด็ก
ส่วนสวนโคโบคุโนะโมริมีทั้งสวนสมุนไพรและบังกะโล พร้อมทางเดินเล่นให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ
หากอยากสัมผัสพลังของธรรมชาติแบบใกล้ชิด หุบเขาดันเงียวเคที่มีหน้าผาสูงชันก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ

ชิมาเนะไคโยคังอะควาส สถานที่แห่งเดียวในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่นที่สามารถชมเบลูก้าได้
ชิมาเนะไคโยคังอะควาส สถานที่แห่งเดียวในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่นที่สามารถชมเบลูก้าได้
สวนโคโบคุโนะโมริ ที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติผ่านสวนสมุนไพรและทางเดินเล่น
สวนโคโบคุโนะโมริ ที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติผ่านสวนสมุนไพรและทางเดินเล่น

“พื้นที่มาสุดะ–สึวาโนะ” ที่มีสถานที่ให้สัมผัสศิลปะและวัฒนธรรมมากมาย

พื้นที่มาสุดะ–สึวาโนะตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของชิมาเนะ และติดกับจังหวัดยามากุจิ
ที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของนักเขียน จิตรกร และบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมจำนวนมาก จึงมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ อนุสรณ์สถาน และสถานที่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมอยู่มากมาย
คุณสามารถไปสัมผัสศิลปะและวัฒนธรรมได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะซึ่งตั้งชื่อตามอันโนะ มิตสึมาสะ นักวาดภาพหนังสือภาพชาวสึวาโนะ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมจังหวัดชิมาเนะ แกรนโตวะ ที่รวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะและโรงละครไว้ด้วยกัน หรืออนุสรณ์สถานของโมริ โองาอิ นักเขียนชื่อดัง
ยังมีย่านโทโนะมาจิโดริที่มีกลิ่นอายยุคเอโดะ และหุบเขาฮิคิมิเคียวที่ให้ชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เป็นอีกพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย

อนุสรณ์สถานของโมริ โองาอิ นักเขียนชื่อดังจากผลงานอย่าง “ไมฮิเมะ” และ “ซันโชไดฟุ”
อนุสรณ์สถานของโมริ โองาอิ นักเขียนชื่อดังจากผลงานอย่าง “ไมฮิเมะ” และ “ซันโชไดฟุ”
ย่านโทโนะมาจิโดริที่มีโบราณสถานกระจุกตัวอยู่มาก พร้อมทั้งช้อปปิ้งและร้านอาหาร
ย่านโทโนะมาจิโดริที่มีโบราณสถานกระจุกตัวอยู่มาก พร้อมทั้งช้อปปิ้งและร้านอาหาร

“พื้นที่โอกิ” ที่จะได้พบกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะห่างฝั่ง

พื้นที่โอกิเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะเล็กใหญ่หลากหลาย ลอยอยู่ในทะเลญี่ปุ่นทางเหนือของคาบสมุทรชิมาเนะประมาณ 50–70 กิโลเมตร
เกาะหลัก 4 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ ได้แก่ เกาะโอกิ (Oki no Shima), เกาะจิบุริ (Chiburijima), นากะโนะชิมะ และนิชิโนะชิมะ รวมถึงเกาะโดยรอบ ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก
จุดเด่นคือสามารถชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นเกินกว่าฝีมือมนุษย์
การเดินทางข้ามทะเลด้วยเรือเฟอร์รี เรือด่วน หรือเครื่องบิน ก็ยิ่งเพิ่มอารมณ์ของการเดินทางและความรู้สึกผจญภัย
ที่นี่มีจุดน่าสนใจทางธรรมชาติแบบเกาะซึ่งหาไม่ได้บนแผ่นดินใหญ่หลายแห่ง เช่น ชายฝั่งคุนิงะ เกาะโรโซคุ ต้นยาโอะซุงิและชิจิสุงิ รวมถึงน้ำตกดังเกียวโนะทากิ
ยังมีพาวเวอร์สปอตด้านความรักและความสุข รวมถึงคาเฟ่บรรยากาศย้อนยุคน่ารัก ๆ จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับทริปของกลุ่มเพื่อนผู้หญิงด้วย

เกาะโรโซคุ เมื่อแสงอาทิตย์ตกลงบนยอดหินจะดูคล้ายเทียน
เกาะโรโซคุ เมื่อแสงอาทิตย์ตกลงบนยอดหินจะดูคล้ายเทียน
น้ำตกดังเกียวโนะทากิ ที่สามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติแบบเกาะห่างฝั่งได้อย่างเต็มที่
น้ำตกดังเกียวโนะทากิ ที่สามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติแบบเกาะห่างฝั่งได้อย่างเต็มที่

ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวชิมาเนะได้เต็มอิ่ม

เวลาวางแผนเที่ยวชิมาเนะ หลายคนอาจสงสัยว่าควรพักกี่คืนจึงจะเที่ยวจุดยอดนิยมได้ครบ
หากเน้นเที่ยวสถานที่สำคัญหลัก ๆ ของชิมาเนะ ทริป 2 วัน 1 คืนก็เพียงพอที่จะเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม
แต่ถ้าอยากเที่ยวหลายพื้นที่อย่างกว้างขวางและเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้ครอบคลุม ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน

หากมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน แนะนำให้เช่ารถขับเที่ยวจุดชมวิวสวย ๆ หลายแห่ง
หากมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน แนะนำให้เช่ารถขับเที่ยวจุดชมวิวสวย ๆ หลายแห่ง

ตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยวจุดเด่นหลักของชิมาเนะ

สำหรับคนที่อยากเห็นภาพการเที่ยวแบบกระชับ ลองดูตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืนของชิมาเนะต่อไปนี้ได้เลย
การมาเที่ยวชิมาเนะจะทำให้คุณได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ออนเซ็น อาหาร และศิลปะของญี่ปุ่นอย่างหลากหลาย
แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าควรไปที่ไหนและจัดเส้นทางอย่างไร จึงจะได้เที่ยวในแบบที่ต้องการและเก็บจุดเด่นสำคัญได้ครบ
หากคุณกำลังมองหาไอเดีย ลองใช้ทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในชิมาเนะที่แนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทางได้เลย

วันที่ 1: ดื่มด่ำการเดินทางสายประวัติศาสตร์ในพื้นที่มัตสึเอะของชิมาเนะ

วันแรกจะพาคุณเที่ยวในพื้นที่มัตสึเอะอย่างเต็มที่
เริ่มจากปราสาทมัตสึเอะ ปราสาทชื่อดัง แล้วเดินเล่นในย่านเมืองปราสาท พร้อมชิมโซบะ ก็จะได้บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคเอโดะ
จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ ราวกับย้อนลึกไปถึงยุคแห่งตำนาน
ปิดท้ายวันแรกด้วยการพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ทามัตสึคุริออนเซ็น ออนเซ็นเก่าแก่ที่ผู้คนรักมาช้านาน

09:00 เริ่มต้นจากสถานี JR มัตสึเอะ

ทริปตัวอย่างวันแรกเริ่มต้นที่สถานี JR มัตสึเอะ
จากสถานีให้นั่งรถบัสแล้วลงที่ป้าย “โคคุโฮมัตสึเอะโจ / หน้าศาลากลางจังหวัด”
จากป้ายรถบัสเดินประมาณ 10 นาที ก็จะถึงจุดหมายแรก “ปราสาทมัตสึเอะ”

09:30 ชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์และวิวเมืองที่ปราสาทมัตสึเอะ สมบัติแห่งชาติ

ปราสาทมัตสึเอะเป็นปราสาทบนเนินที่ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาคาเมดะยามะสูง 29 เมตร ใกล้กับทะเลสาบชินจิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติในปี 2015
หอคอยปราสาทมีทั้งหมด 4 ชั้นภายนอก 5 ชั้นภายใน พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น โดยชั้นบนสุดที่เรียกว่า “ห้องเท็งงุ” เคยใช้เป็นทั้งจุดชมวิวและหอสั่งการ จึงมีเพียงราวกันตกโดยไม่มีผนัง
จากที่นี่สามารถมองเห็นเมืองมัตสึเอะและทะเลสาบชินจิได้แบบพาโนรามา 360 องศา
ที่นี่ยังเป็นหนึ่งใน 12 หอคอยปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ในญี่ปุ่น และมีความสูงเป็นอันดับ 3 รองจากปราสาทฮิเมจิและปราสาทมัตสึโมโตะ
ลองเดินเล่นภายในบริเวณปราสาท เพื่อสัมผัสทั้งสถาปัตยกรรมที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของชิมาเนะและวิวสวยงามของจังหวัดนี้

สัญลักษณ์ของมัตสึเอะที่โดดเด่นด้วยหอคอยปราสาทอันสง่างาม
สัญลักษณ์ของมัตสึเอะที่โดดเด่นด้วยหอคอยปราสาทอันสง่างาม

10:30 เดินเล่นที่ “ชิโอมินาวาเตะ” ย่านที่ยังคงบรรยากาศเมืองสมัยเอโดะ

ถนนที่ทอดยาวประมาณ 500 เมตรจากห้องน้ำชงชาเมเมอังทางเหนือของปราสาทมัตสึเอะไปจนถึงพิพิธภัณฑ์โคอิสึมิ ยาคุโมะ เรียกว่า “ชิโอมินาวาเตะ”
ที่ชิโอมินาวาเตะยังคงมีบ้านซามูไรจากสมัยเอโดะเรียงรายอยู่ และตามถนนเลียบคูน้ำโฮริคาวะก็มีต้นสนเรียงเป็นแนว
ลองนั่งเรือชมเมืองแบบยากาตะบุเนะ แล้วค่อย ๆ ชมทิวทัศน์เมืองที่อบอวลด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่น
บริเวณนี้ยังมีร้านขายของจุกจิกที่เหมาะสำหรับหาของฝากสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงคาเฟ่ที่เสิร์ฟขนมหวานแบบญี่ปุ่น จึงเหมาะกับการช้อปปิ้งและแวะพักจิบชา

ถนนที่เรียงรายด้วยบ้านซามูไรและต้นสนเก่าแก่ ยังอบอวลด้วยบรรยากาศยุคเอโดะอย่างชัดเจน
ถนนที่เรียงรายด้วยบ้านซามูไรและต้นสนเก่าแก่ ยังอบอวลด้วยบรรยากาศยุคเอโดะอย่างชัดเจน

13:00 ชิมอิซุโมะโซบะที่ “โซบะโดโกโระ ทานากะยะ สาขาใหญ่”

หลังจากเดินเล่นที่ชิโอมินาวาเตะอย่างเต็มที่แล้ว ให้นั่งรถบัสจากป้ายใกล้ที่สุด “หน้าอนุสรณ์สถานโคอิสึมิ ยาคุโมะ” ไปยังสถานีชินจิโกะออนเซ็น มัตสึเอะ
จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่สถานีอิซุโมะไทฉะมาเอะ บนสายอิจิบาตะเด็นฉะ ไทฉะไลน์
เดินจากสถานีประมาณ 5 นาที จะถึงร้านโซบะเฉพาะทาง “โซบะโดโกโระ ทานากะยะ สาขาใหญ่”
อิซุโมะโซบะเป็นของขึ้นชื่อของอิซุโมะ และถือเป็นหนึ่งใน 3 โซบะชื่อดังของญี่ปุ่น ร่วมกับวังโกะโซบะของจังหวัดอิวาเตะ และโทงาคุชิโซบะของจังหวัดนากาโนะ
เมนูมีเอกลักษณ์ทั้งในด้านวัตถุดิบและวิธีรับประทาน เช่น “วาริโกะโซบะ” ที่เสิร์ฟโซบะในภาชนะเครื่องเขิน ราดเครื่องปรุงและน้ำซุป หรือ “คามะอาเกะโซบะ” ที่เสิร์ฟเส้นพร้อมน้ำต้มโซบะในชามแล้วเติมเครื่องปรุงและน้ำซุป
ลองจับคู่กับท็อปปิ้งต่าง ๆ แล้วเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นของชิมาเนะ

ร้านเฉพาะทางอิซุโมะโซบะ หนึ่งใน 3 โซบะชื่อดังของญี่ปุ่น
ร้านเฉพาะทางอิซุโมะโซบะ หนึ่งใน 3 โซบะชื่อดังของญี่ปุ่น

14:00 สักการะที่ “ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ” สัญลักษณ์สำคัญของชิมาเนะ

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นของชิมาเนะแล้ว เดินต่อประมาณ 5 นาทีไปยังศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ จุดท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะถูกบันทึกไว้ในโคจิกิ ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและจัดทำขึ้นในปี 712 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในศาลเจ้าโบราณที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นเคียงคู่กับศาลเจ้าอิเสะ
ที่นี่ประดิษฐานโอกุนินุชิ โอคามิ เทพผู้มีชื่อเสียงในด้านการผูกดวงความสัมพันธ์ เป็นเทพหลักของศาลเจ้าแห่งนี้
เชือกชิเมนาวะขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าศาลาคางุระเป็นจุดเด่นที่มีชื่อเสียง โดยมีความยาว 13 เมตร น้ำหนัก 5.2 ตัน และถือเป็นหนึ่งในเชือกชิเมนาวะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ตัวอาคารหลักของศาลเจ้าซึ่งสร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมศาลเจ้าโบราณที่สุดของญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
ลองมาสักการะพาวเวอร์สปอตชื่อดังระดับประเทศแห่งนี้ พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงในฐานะเทพแห่งความรักและความเป็นสิริมงคล และเชื่อกันว่าเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าเทพทั่วญี่ปุ่น
ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงในฐานะเทพแห่งความรักและความเป็นสิริมงคล และเชื่อกันว่าเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าเทพทั่วญี่ปุ่น

18:00 ดื่มด่ำออนเซ็นเพื่อผิวสวยและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่ “ไค ทามัตสึคุริ”

หลังสักการะเสร็จ ให้นั่งรถบัสจากศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะไปยังสถานี JR อิซุโมะชิ
จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟไปยังสถานีทามัตสึคุริออนเซ็น แล้วต่อแท็กซี่จากสถานีประมาณ 5 นาที ก็จะถึงที่พักของคืนแรก “ไค ทามัตสึคุริ”
ที่นี่เป็นที่พักในเขตทามัตสึคุริออนเซ็นที่ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินกับน้ำแร่ที่ถูกบันทึกไว้ในฟุโดกิแห่งแคว้นอิซุโมะเมื่อ 1,300 ปีก่อนว่าเป็นน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย
ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นแท้มีทั้งหมด 24 ห้อง พร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งทำจากไม้ฮิโนกิหรือเครื่องปั้นชิงารากิ และมีพื้นที่ห้องเสริม
มื้อค่ำสามารถลิ้มรสอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบทะเลจากซันอินอย่างเต็มที่ เช่น ปลาโนโดกุโระ หอยชิจิมิ และปูมัตสึบะ
ยังมีบาร์สำหรับดื่มสาเกญี่ปุ่นอีกด้วย
ใช้เวลาค่อย ๆ เพลิดเพลินกับออนเซ็น อาหาร และเครื่องดื่มของชิมาเนะให้เต็มที่

ที่พักออนเซ็นที่ให้คุณดื่มด่ำกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและอาหารท้องถิ่นของมัตสึเอะ
ที่พักออนเซ็นที่ให้คุณดื่มด่ำกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและอาหารท้องถิ่นของมัตสึเอะ

วันที่ 2: ดื่มด่ำเสน่ห์ของพื้นที่มรดกโลกเหมืองเงินอิวามิ

วันที่สองจะพาไปยังพื้นที่เหมืองเงินอิวามิ
เริ่มจากการขอพรเรื่องความรักที่ศาลเจ้าทามาซาคุยุ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับทามัตสึคุริออนเซ็นและยังเป็นที่รู้จักในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านความรัก ก่อนจะไปใช้เวลาอย่างเต็มที่กับเหมืองเงินอิวามิ แหล่งมรดกโลก
คุณน่าจะประทับใจกับทั้งขนาดอันยิ่งใหญ่ของเหมือง พรจากผืนดิน และวิถีชีวิตของผู้คนที่สืบทอดกันมายาวนาน

08:40 สักการะที่ “ศาลเจ้าทามาซาคุยุ” ซึ่งประดิษฐานเทพแห่งน้ำพุร้อน

จุดแรกของวันที่สองคือ “ศาลเจ้าทามาซาคุยุ” ซึ่งอยู่ห่างจาก “ไค ทามัตสึคุริ” โดยเดินประมาณ 5 นาที
ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตทามัตสึคุริออนเซ็นที่มีประวัติยาวนาน 1,300 ปี และในสมัยเอโดะก็ได้รับความเคารพในฐานะเทพแห่งน้ำพุร้อน
เนื่องจากพื้นที่นี้เคยเป็นแหล่งผลิตลูกปัดมากาตามะ จึงมีการประดิษฐานทั้งคุชิอาคารุทามะโนะมิโคโตะ เทพแห่งการทำลูกปัดผู้สร้าง “ยาซากานิ โนะ มากาตามะ” หนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์สามสิ่งของญี่ปุ่น รวมถึงโอนามูจิโนะมิโคโตะและซุคุนะบิโกนะโนะมิโคโตะ เทพผู้คุ้มครองออนเซ็นและผู้ค้นพบทามัตสึคุริออนเซ็น
สะพานสีแดงที่นำไปสู่เขตศาลเจ้าเรียกว่า “สะพานแห่งรักสมหวัง” และมีความเชื่อว่าหากถ่ายรูปโดยให้ซุ้มประตูโทริอิอยู่ในภาพ จะได้รับพรเรื่องความสัมพันธ์ที่ดี จึงเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
หลังสักการะและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดถัดไปกันได้เลย

ศาลเจ้ายอดนิยมในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านสมหวังและความรัก
ศาลเจ้ายอดนิยมในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านสมหวังและความรัก

13:10 เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและมื้อกลางวันที่ย่านโอมาริของ “เหมืองเงินอิวามิ”

เพื่อเดินทางไปยังจุดถัดไป ให้นั่งรถบัสจากป้ายใกล้ที่สุด “ทามัตสึคุริออนเซ็น” ไปยังสถานีทามัตสึคุริออนเซ็น
จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟแล้วลงที่สถานีโอดะชิ แล้วต่อรถบัสอีกครั้ง เมื่อลงที่ “โอมาริ” ก็จะถึงย่านโอมาริของเหมืองเงินอิวามิในทันที
เหมืองเงินอิวามิเป็นมรดกโลกที่มีชื่อเสียงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศในฐานะเหมืองเงินสำคัญของประเทศ
ย่านโอมาริเป็นศูนย์กลางการเมืองและเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้นจากการบริหารเหมือง โดยมีทั้งที่ว่าการ บ้านซามูไร และอาคารสำคัญอื่น ๆ เรียงรายอยู่
ในย่านเมืองเก่าที่เคยรุ่งเรืองจากเงินแห่งนี้ คุณสามารถเดินเล่นชมร้านค้าและคาเฟ่ที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณได้อย่างเพลิดเพลิน
ลองใช้เวลาช่วงมื้อกลางวันแบบสาย ๆ ไปกับการกินและช้อปปิ้งอย่างเต็มที่

ย่านโอมาริที่ยังคงมีบ้านซามูไร บ้านพ่อค้า วัด และศาลเจ้าหลงเหลืออยู่
ย่านโอมาริที่ยังคงมีบ้านซามูไร บ้านพ่อค้า วัด และศาลเจ้าหลงเหลืออยู่

15:40 ตามรอยชีวิตและการทำงานของคนงานเหมืองในเขตเหมืองของ “เหมืองเงินอิวามิ”

เดินจากย่านโอมาริประมาณ 20 นาที ก็จะถึงเขตเหมือง
เขตเหมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ตั้งแต่ยุคเซ็นโกคุจนถึงยุคไทโช มีการทำทุกขั้นตอนตั้งแต่ขุดแร่จนถึงถลุงด้วยแรงงานมือทั้งหมด
ยังคงมีร่องรอยสำคัญหลงเหลืออยู่มากมาย ทั้งอุโมงค์ขุดแร่ที่มีมากถึงประมาณ 900 แห่ง โรงถลุงแร่ ร่องรอยที่อยู่อาศัยของคนงานเหมือง รวมถึงวัดและศาลเจ้า
ลองจินตนาการดูว่าคนงานเหมืองในอดีตใช้ชีวิตและทำงานกันอย่างไร

ร่องรอยแหล่งขุดเงินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ร่องรอยแหล่งขุดเงินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

3 เมนูท้องถิ่นห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวชิมาเนะ

มาเที่ยวชิมาเนะทั้งที นอกจากศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะและปราสาทมัตสึเอะแล้ว เรื่องกินก็น่าลองไม่แพ้กัน
ในจังหวัดนี้มีอาหารดั้งเดิมที่เป็นที่รักกันมายาวนาน ทั้งในย่านเมืองปราสาทและตามถนนสู่ศาลเจ้า
จากอาหารท้องถิ่นมากมายของชิมาเนะที่อุดมทั้งวัตถุดิบและวัฒนธรรมการกิน เราคัดมาให้ 3 เมนูที่ไม่ควรพลาด
ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวชิมาเนะ อยากชวนให้ลองชิมเมนูเหล่านี้ดูสักครั้ง

1. อิซุโมะโซบะ

อิซุโมะโซบะมีจุดเด่นที่กลิ่นหอม คุณค่าทางโภชนาการสูง และเนื้อสัมผัสดี
โซบะชนิดนี้ไม่ได้ใช้แค่ส่วนสีขาวด้านในของเมล็ดบัควีต แต่ใช้ทั้งเมล็ด จึงได้เส้นที่มีสีเข้มและรสชาติหอมเข้มข้น
เพราะสามารถลิ้มรสชาติของเส้นโซบะได้อย่างชัดเจน จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนชอบโซบะด้วย
แม้จะเรียกรวมว่า “อิซุโมะโซบะ” แต่รูปแบบการกินก็แตกต่างกันไปตามพื้นที่
ในมัตสึเอะมักเสิร์ฟในภาชนะทรงกลมสีแดงซ้อนกัน 3 ชั้น ส่วนแถบศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะนิยมกินแบบคามะอาเกะ

อิซุโมะโซบะแบบที่นิยมรับประทานในเมืองมัตสึเอะ
อิซุโมะโซบะแบบที่นิยมรับประทานในเมืองมัตสึเอะ
อิซุโมะโซบะแบบที่นิยมรับประทานในเมืองอิซุโมะ
อิซุโมะโซบะแบบที่นิยมรับประทานในเมืองอิซุโมะ

2. อิซุโมะเซ็นไซ

สำหรับคนที่สนใจที่มาของขนมญี่ปุ่น เซ็นไซคือซุปถั่วแดงต้มกับน้ำตาลแล้วใส่โมจิหรือบัวลอยแป้งข้าวเหนียว
เป็นขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หากินได้ทั่วประเทศ แต่ต้นกำเนิดของเซ็นไซนั้นอยู่ที่อิซุโมะ
ขนมชนิดนี้ถูกเสิร์ฟในโรงน้ำชารอบศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้มาสักการะมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นของอิซุโมะเซ็นไซคือใช้ถั่วแดงเม็ดใหญ่ และมีบัวลอยสีแดงขาวอยู่ในน้ำซุปใส
ถ้ารู้สึกเหนื่อยจากการเดินสักการะ ลองให้ความหวานนุ่มนวลของอิซุโมะเซ็นไซช่วยเติมความสดชื่นดู

อิซุโมะเซ็นไซที่โดดเด่นด้วยบัวลอยสีแดงขาวน่ารัก
อิซุโมะเซ็นไซที่โดดเด่นด้วยบัวลอยสีแดงขาวน่ารัก

3. โบเตะโบเตะฉะ

โบเตะโบเตะฉะเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชาที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งรุ่งเรืองในเมืองมัตสึเอะ เมืองปราสาทและแหล่งชาชื่อดัง
เป็นอาหารว่างเบา ๆ ที่นำชาบันฉะตีฟองอย่างประณีตด้วยแปรงตีชา แล้วใส่ข้าวเหนียว ถั่วต้ม โคยะโดฟุหั่น และผักดองลงไป
วิธีกินแบบคนรู้จริงคือเคาะก้นถ้วยเบา ๆ แล้วรวบเครื่องไว้ด้านหนึ่งก่อนกินพร้อมน้ำชาในคำเดียวโดยไม่ใช้ตะเกียบ ชื่อ “โบเตะโบเตะ” เองก็มาจากเสียงตอนตีชาให้เกิดฟอง
เป็นเมนูท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และแทบหากินไม่ได้ในพื้นที่อื่น หากมาเยือนชิมาเนะแล้วอยากให้ลองชิมสักครั้ง

โบเตะโบเตะฉะ ชาบันฉะตีฟองที่ใส่เครื่องหลากหลายชนิด
โบเตะโบเตะฉะ ชาบันฉะตีฟองที่ใส่เครื่องหลากหลายชนิด

จุดชมซากุระที่ควรไปในทริปชิมาเนะช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ถ้ามาเยือนชิมาเนะในฤดูใบไม้ผลิ การแวะชมซากุระก็น่าจะเป็นอีกช่วงเวลาที่ไม่อยากพลาด
คุณน่าจะได้เห็นทิวทัศน์แสนงดงามที่ชมได้เฉพาะฤดูนี้และกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจไปอีกนาน
ในชิมาเนะมีจุดชมซากุระหลายแห่ง เช่น ริมตลิ่งแม่น้ำทามายุที่มีต้นโซเมโยชิโนะประมาณ 400 ต้นเรียงยาวราว 2 กิโลเมตรตลอดลำน้ำในเมืองทามัตสึคุริออนเซ็น, สวนปราสาทมัตสึเอะที่สามารถชมการประชันความงามระหว่างซากุระประมาณ 180 ต้น ทั้งโซเมโยชิโนะ ยาเอะซากุระ และชิดาเระซากุระ กับกำแพงปราสาทมัตสึเอะ รวมถึงแนวซากุระริมคันกั้นน้ำแม่น้ำฮีอิที่มีอุโมงค์ซากุระยาวจากต้นไม้ราว 800 ต้น
สำหรับวันดอกบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาชมซากุระที่เหมาะสมโดยเฉลี่ยของชิมาเนะ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ จึงควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนออกเดินทาง

วันเริ่มบาน
29 มีนาคม
วันบานเต็มที่
5 เมษายน
ช่วงชมซากุระที่เหมาะที่สุด
5 เมษายน–11 เมษายน
ริมตลิ่งแม่น้ำทามายุที่มีซากุระประมาณ 400 ต้นเรียงรายเลียบลำน้ำ
ริมตลิ่งแม่น้ำทามายุที่มีซากุระประมาณ 400 ต้นเรียงรายเลียบลำน้ำ
สวนปราสาทมัตสึเอะ ที่สามารถชมวิวฤดูใบไม้ผลิอันงดงามจากซากุระและตัวปราสาท
สวนปราสาทมัตสึเอะ ที่สามารถชมวิวฤดูใบไม้ผลิอันงดงามจากซากุระและตัวปราสาท
แนวซากุระริมคันกั้นน้ำแม่น้ำฮีอิที่เกิดเป็นอุโมงค์ซากุระสวยงาม
แนวซากุระริมคันกั้นน้ำแม่น้ำฮีอิที่เกิดเป็นอุโมงค์ซากุระสวยงาม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในชิมาเนะที่มีทิวทัศน์งดงามเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง

พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ชิมาเนะก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ ให้แวะไปชมได้หลายแห่ง
มีทั้งวัดกันริวจิที่แต่งแต้มด้วยเมเปิลอิโรฮะสีสันสดใสซึ่งถือว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของชิมาเนะ และหุบเขาทาจิคุเอเคียวที่สามารถชมหน้าผาสูงชันริมลำน้ำคันโดะกาวะตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างน่าประทับใจ
รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิที่มีสวนญี่ปุ่นสวยงามโดยมีแนวภูเขาซึ่งแต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วงเป็นฉากหลัง ล้วนเป็นจุดชมวิวที่ชวนให้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ ดังนั้นก่อนเดินทางอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลใบไม้เปลี่ยนสีล่วงหน้า

วัดกันริวจิที่ประดับด้วยเมเปิลอิโรฮะอย่างงดงาม
วัดกันริวจิที่ประดับด้วยเมเปิลอิโรฮะอย่างงดงาม
หุบเขาทาจิคุเอเคียว ที่หน้าผาสูงชันและใบไม้เปลี่ยนสีสร้างทิวทัศน์อันทรงพลัง
หุบเขาทาจิคุเอเคียว ที่หน้าผาสูงชันและใบไม้เปลี่ยนสีสร้างทิวทัศน์อันทรงพลัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวชิมาเนะ

Q

ถ้าไปเที่ยวกับครอบครัว มีที่เที่ยวไหนในชิมาเนะแนะนำบ้าง?

A

แนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมาเนะไคโยคังอะควาสในพื้นที่ฮามาดะ–โกสึ และรีสอร์ตออนเซ็นคาเสะโนะคุนิที่สามารถสนุกกับแกลมปิ้งได้

Q

ที่ไหนในชิมาเนะเหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ?

A

อยู่ที่ทะเลสาบชินจิในเมืองมัตสึเอะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น

บทสรุป

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพการเที่ยวชิมาเนะได้ชัดขึ้น ทั้งในเรื่องเสน่ห์ของพื้นที่ สภาพอากาศ การเดินทาง และเส้นทางตัวอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตำนาน หรือย่านเมืองที่ยังคงกลิ่นอายจากยุคเอโดะ ชิมาเนะก็มีเสน่ห์หลากหลายให้ค่อย ๆ ทำความรู้จัก
และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายที่เราแนะนำได้ไม่หมดในบทความนี้
หากอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวในชิมาเนะให้มากขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างต่อได้เลย