
【คอร์สเที่ยวตัวอย่าง 1 คืน 2 วันในชิมาเนะ】ทริปขอพรเรื่องความรักต้องไปดินแดนแห่งเทพปกรณัมอย่างชิมาเนะ
ถ้าอยากออกทริปที่ได้ทั้งบรรยากาศชวนใจสงบและมีจุดให้ขอพรเรื่องความรัก ชิมาเนะ (Shimane) ก็เป็นจังหวัดที่ชวนให้แวะไปสักครั้ง ในฐานะดินแดนที่เกี่ยวข้องกับเทพปกรณัมญี่ปุ่น ที่นี่มีทั้งอิซุโมะ (Izumo) ซึ่งเหล่าเทพเจ้าญี่ปุ่นจะมารวมตัวกันในเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ และทามัตสึคุริออนเซ็น (Tamatsukuri Onsen) น้ำพุร้อนชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องช่วยให้ผิวสวย หากมาเที่ยวชิมาเนะ แนะนำให้พักค้างคืนแล้วค่อย ๆ เที่ยวแบบสบาย ๆ ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักทริป 1 คืน 2 วันที่เน้นธีม “ขอพรเรื่องความรัก” กัน
วิธีเดินทางไปชิมาเนะมีอะไรบ้าง?
การเดินทางไปชิมาเนะมีหลายวิธี แต่ถ้าจะไป “อิซุโมะ” “มัตสึเอะ” หรือ “ทามัตสึคุริออนเซ็น” โดยทั่วไปมักเปลี่ยนไปขึ้นรถด่วนพิเศษยาคุโมะจากสถานีโอคายามะ
สำหรับคอร์สเที่ยวตัวอย่างครั้งนี้ วันที่ 1 จะไปทามัตสึคุริออนเซ็น โดยประตูสู่พื้นที่คือสถานี JR ทามัตสึคุริออนเซ็น เริ่มจากสนามบินคันไซ นั่งรถด่วนพิเศษฮารุกะไปยังสถานีชินโอซาก้า จากนั้นเปลี่ยนเป็นซันโยชินคันเซ็นไปสถานีโอคายามะ แล้วต่อรถด่วนพิเศษยาคุโมะขบวนไปอิซุโมะถึงสถานีทามัตสึคุริออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แม้จะใช้เวลาไม่น้อย แต่การซื้อเบนโตะที่สถานีแล้วเพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟก็เป็นอีกเสน่ห์ที่น่าลอง
หากใช้เที่ยวบินภายในประเทศ ก็สามารถบินมาลงสนามบินอิซุโมะเอ็นมุสุบิได้ จากที่นี่มีรถลีมูซีนบัสไปยังสถานีทามัตสึคุริออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตาม เที่ยวรถมีไม่มาก ควรตรวจสอบล่วงหน้า
วันแรก
15:30 ไปยัง “ทามัตสึคุริออนเซ็น” ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย
เมื่อเดินทางถึงสถานี JR ทามัตสึคุริออนเซ็นแล้ว ให้ต่อรถบัสอิจิบาตะไปยังทามัตสึคุริออนเซ็น ที่นี่นับเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีประวัติยาวนาน 1,300 ปี และยังมีชื่อเสียงในฐานะน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย ภายในพื้นที่มีบ่อแช่เท้า 3 จุด เหมาะจะเริ่มต้นด้วยการแช่เท้าคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลแบบสบาย ๆ
เดินเล่นย่านออนเซ็นพร้อมขอพรเพื่อผิวสวย
หลังจากผ่อนคลายที่บ่อแช่เท้าแล้ว ลองเดินเล่นในย่านออนเซ็นต่อกัน ทามัตสึคุริออนเซ็นมีปริมาณซัลเฟตไอออนและกรดเมตาซิลิซิกสูง ทำให้น้ำแร่มีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้น และน่าคาดหวังเรื่องผิวสวยได้มากทีเดียว ที่ลานฮิเมกามิในย่านออนเซ็นยังมีรูปปั้นสำหรับขอพรเรื่องผิวสวยให้แวะไปสักการะด้วย นอกจากนี้ยังมีวัตถุจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับเทพปกรณัมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ระหว่างเดินเล่นก็อย่าลืมหามุมถ่ายรูปที่ชอบเพื่อเก็บภาพความประทับใจ


16:00 ขอพรเรื่องความรักที่ “ศาลเจ้าทามะซาคุยุ”
ระหว่างแวะจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความรัก เช่น “บ่อโคอิโคะอิโดะ” ในทามัตสึคุริออนเซ็น แล้วค่อยเดินลึกเข้าไปในย่านออนเซ็น ก็จะถึง “ศาลเจ้าทามะซาคุยุ” จุดพลังยอดนิยมสำหรับการอธิษฐานให้สมหวังและเรื่องความสัมพันธ์ ที่นี่เป็นจุดหมายหลักของทริปนี้สำหรับการขอพรเรื่องความรัก ภายในบริเวณศาลเจ้ายังมีโคมะอินุแม่ลูกที่พบได้ไม่บ่อย จึงมีผู้คนจำนวนมากมาขอพรเรื่องคลอดปลอดภัยและการมีบุตรเช่นกัน
อธิษฐานด้วยใจว่า “ขอให้ได้พบความสัมพันธ์ที่ดี”
ก่อนเข้าไปยังบริเวณศาลเจ้าผ่านสะพานสีแดงที่เรียกว่า “สะพานโคอิคานะบาชิ” อย่าลืมถ่ายรูปให้มีเสาโทริอิอยู่ในภาพด้วย มีความเชื่อกันว่าหากถ่ายรูปจากบนสะพานโดยมีเสาโทริอิอยู่ในเฟรม จะช่วยให้พบเจอความสัมพันธ์ที่ดี!
หลังสักการะที่ศาลหลักแล้ว ให้ไปรับ “หินคาไนอิชิ” จากสำนักงานศาลเจ้า ก่อนนำไปยัง “มาดามะ (หินแห่งคำอธิษฐาน)” ที่อยู่ด้านใน เชื่อกันว่าเมื่อวางหินคาไนอิชิซ้อนแล้วอธิษฐาน คำขอจะเป็นจริง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ดี ๆ
“ขอให้ได้ผูกสัมพันธ์ที่งดงามด้วยเถอะ!”



18:00 เข้าพักที่เรียวกังบรรยากาศงดงาม “ไค ทามัตสึคุริ”
คืนนี้เข้าพักที่ “ไค ทามัตสึคุริ” ในเขตทามัตสึคุริออนเซ็น เป็นเรียวกังออนเซ็นที่ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง ห้องพักทั้ง 24 ห้องตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ทุกห้องมีอ่างแช่กลางแจ้งทำจากไม้ฮิโนกิหรือเครื่องปั้นชิงารากิ ให้คุณดื่มด่ำกับน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวยที่ถูกขนานนามว่าเป็นโลชั่นจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ภายในยังมีห้องอาบน้ำรวมที่มีทั้งบ่อในร่มพร้อมทางน้ำร้อนรูปศาลเจ้า และบ่อหินกลางแจ้ง เรียกได้ว่าอยากลองทั้งสองแบบเลยทีเดียว
สัมผัสประเพณีและวัฒนธรรมอาหารของมัตสึเอะ
มื้อเย็นที่หลายคนรอคอยคืออาหารไคเซกิที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบจากภูเขาและทะเลของชิมาเนะ รวมถึงภูมิภาคซันอิน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนมีชาบูเนื้อกับหอยชิจิมิ ส่วนฤดูหนาวมีปูมัตสึบะให้ลิ้มลองตามฤดูกาล♪ ที่นี่ยังมี “บาร์สาเกญี่ปุ่น” ที่รวบรวมสาเกเอกลักษณ์เฉพาะของชิมาเนะไว้ด้วย และการแสดงศิลปะพื้นบ้าน “อิวามิคางุระ” ก็ไม่ควรพลาด ส่วนอาหารเช้าเป็นชุดอาหารญี่ปุ่นพร้อมเมนูท้องถิ่นของชิมาเนะที่เรียกว่า “อุซุนิ” ให้ได้เพลิดเพลินกับประเพณีและวัฒนธรรมอาหารของมัตสึเอะอย่างเต็มอิ่ม



วันที่สอง
9:20 ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่อิซุโมะ
เข้าสู่วันที่ 2 ของการเดินทาง เราจะมุ่งหน้าไปยังเมืองอิซุโมะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ
จากสถานีทามัตสึคุริออนเซ็น นั่งรถด่วนพิเศษยาคุโมะไปยังสถานีอิซุโมะชิ จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอิจิบาตะสายคิตะมัตสึเอะ มุ่งหน้าไปมัตสึเอะชินจิโกะออนเซ็น แล้วเปลี่ยนขบวนอีกครั้งที่สถานีคาวาโตะ เป็นสายไทฉะไปยังสถานีอิซุโมะไทฉะมาเอะ และลงที่นั่น
11:30 เดินผ่านถนนสายหลักที่สะอาดงดงามไปยัง “ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ”
เมื่อลงจากรถไฟที่สถานีอิซุโมะไทฉะมาเอะแล้ว ให้เดินเล่นไปตามถนนสายหลัก “ชินมงโดริ” ซึ่งทอดยาวจากประตูโทริอิใหญ่ของสะพานอุกะที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของประเทศ ไปจนถึงประตูโทริอิใหญ่ที่เน็ตตะมาริ ก่อนมุ่งหน้าไปยัง “ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ” บนถนนชินมงโดริยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว “สถานีต้อนรับชินมงโดริ” อยู่ด้วย แวะรับแผ่นพับท่องเที่ยวติดมือไว้ก็ช่วยให้เที่ยวสะดวกขึ้น

สักการะ “ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ” หนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่ที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น
เมื่อมาถึงอิซุโมะแล้ว จุดที่ขาดไม่ได้ก็คือศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ หนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่ที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น เคียงคู่กับศาลเจ้าอิเสะในจังหวัดมิเอะ ที่นี่ประดิษฐานโอคุนินุชิโอโอคามิ เทพเจ้าผู้มีชื่อเสียงด้านการผูกสัมพันธ์และความรัก จึงเชื่อกันว่าช่วยเสริมทั้งเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันดีในหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับธีมของทริปนี้อย่างมาก! วิธีสักการะคือ “โค้ง 2 ครั้ง ตบมือ 4 ครั้ง แล้วโค้ง 1 ครั้ง” พร้อมอธิษฐานขอพรเรื่องความสัมพันธ์ที่ดี

ภายในบริเวณศาลเจ้ามีจุดน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาคารหลักที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ หรือเชือกชิเมนาวะขนาดใหญ่ด้านหน้าศาลคางุระเด็งที่ยาว 13 เมตร หนัก 5.2 ตัน นอกจากนี้ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะยังเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับเทพปกรณัมญี่ปุ่นเรื่อง “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” ภายในบริเวณจึงมีรูปปั้นกระต่ายน่ารัก ๆ อยู่หลายจุด ลองมองหาให้เจอกันดู



14:00 หลังไหว้พระแล้ว เดินเล่นชิล ๆ ที่ “ชินมงโดริ”
หลังสักการะศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะแล้ว ลองเดินเล่นต่อที่ “โกเอ็นโยโกโจ” หน้า ประตูหลักศาลเจ้า และถนนสายหลัก “ชินมงโดริ”! แถวนี้มีทั้งร้านอาหารและร้านของฝากเรียงรายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านโซบะอิซุโมะ เมนูขึ้นชื่อที่มาแล้วไม่ควรพลาด รวมถึงของอร่อยจากทะเลและภูเขา
ทานมื้อกลางวันและเลือกซื้อของฝากที่ชินมงโดริ
บนถนนชินมงโดริมีร้านโซบะอิซุโมะชื่อดังหลายร้านให้เลือก หากลองชิมเปรียบเทียบกันแบบจัดเต็มจนท้องอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเลือกซื้อของฝาก “เซ็นไซ” ที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากท้องถิ่นนี้ ก็เป็นของฝากน่ารักด้วยแพ็กเกจสีแดงสะดุดตา♪ ยังสามารถแวะ “โกเอ็นโยโกโจ” เพื่อซื้อของฝากที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันดีและเทพปกรณัม ก่อนอำลาศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ



15:30 ไปยัง “ชายหาดอินาซะโนะฮามะ” ที่งดงามด้วยทรายขาวและแนวสนเขียว
จากศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ เดินไปทางทะเลประมาณ 15 นาที ก็จะถึง “ชายหาดอินาซะโนะฮามะ”
ที่นี่เป็นชายหาดที่มีทิวทัศน์งดงามของทรายขาวและแนวสนเขียวทอดยาว มีชายฝั่งทรายยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ชายหาดงดงามของญี่ปุ่น”
ขอพรเรื่องความสัมพันธ์ ณ สถานที่ต้อนรับเหล่าเทพนับแปดล้าน
อินาซะโนะฮามะเป็นสถานที่ต้อนรับเหล่าเทพนับแปดล้านจากทั่วญี่ปุ่นในเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ และที่ “คามิโนะมิยะ” ศาลเจ้าสาขาของศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะซึ่งอยู่ใกล้ชายหาด เชื่อกันว่าเป็นสถานที่จัด “คามิฮาคาริ” การประชุมของเหล่าเทพเพื่อกำหนดสายสัมพันธ์ต่าง ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ตามธรรมเนียมแล้ว ควรมาขอพรเรื่องความสัมพันธ์ที่นี่ก่อน แล้วนำทรายจากชายหาดกลับไปเล็กน้อยใส่ถุง จากนั้นไปเปลี่ยนกับทรายที่ศาลโซงะโนะยาชิโระในศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะแล้วนำกลับบ้าน เชื่อกันว่าจะได้รับสิริมงคล จึงแนะนำให้ลองสลับลำดับการเที่ยวดูได้เช่นกัน

หากมีเวลาเหลือ ลองรอชมช่วงพระอาทิตย์ตกที่อินาซะโนะฮามะก็น่าสนใจไม่น้อย
บนเกาะเบ็นเท็นจิมะที่อยู่ริมชายหาด มีการประดิษฐานเทพแห่งท้องทะเล “โทโยทามะบิโกะโนะมิโคโตะ” และภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่มีเกาะแห่งนี้เป็นเงาดำ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นในฐานะสัญลักษณ์ของ “อิซุโมะ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอาทิตย์อัสดง” ลองนั่งพักบนชายหาด มองพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า และใช้เวลาสงบ ๆ ปิดท้ายการเดินทางกัน

บทสรุป
ทริป 1 คืน 2 วันในจังหวัดชิมาเนะที่พาไปตามธีม “ขอพรเรื่องความรัก” ครั้งนี้ เป็นอย่างไรกันบ้าง? จากการแช่น้ำพุร้อนเพื่อผิวสวยในเรียวกังออนเซ็น ชิมอาหารอร่อยจากภูเขาและทะเล ไปจนถึงการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีที่ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ เป็นคอร์สเที่ยวที่ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของชิมาเนะได้สบาย ๆ
หากมีเวลาเพิ่มอีก 1 คืน แนะนำให้แวะไปฮิโนะมิซากิ ที่มีทั้ง “ประภาคารอิซุโมะฮิโนะมิซากิ” ซึ่งเป็นประภาคารหินที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และ “ศาลเจ้าฮิโนะมิซากิ” ชิมาเนะยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมาก เช่น “ทะเลสาบชินจิโกะ” จุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยม หรือ “ปราสาทมัตสึเอะ” ถ้าเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว ก็ลองออกไปสัมผัสชิมาเนะด้วยตัวคุณเองดูสักครั้ง

