
11 สถานที่เดทยอดนิยมในจังหวัดอิชิคาวะ: ช่วงเวลาพิเศษน่าจดจำ ท่ามกลางประวัติศาสตร์และวิวสวย
ในจังหวัดอิชิคาวะ แต่ละพื้นที่มีบรรยากาศและเสน่ห์ที่ต่างกันไป ตั้งแต่ย่านเมืองเก่ารอบคานาซาวะที่มีสวนเค็นโรคุเอ็นและย่านฮิกาชิชายะ ไปจนถึงแหล่งออนเซ็น หุบเขา และทิวทัศน์ริมทะเลในคากะ
การได้เดินไปด้วยกันบนตรอกหิน ชมสวน หรือออกไปสัมผัสวิวหุบเขาและชายฝั่ง ทำให้ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันรู้สึกพิเศษขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หากอยากใช้เวลาสบาย ๆ ห่างจากชีวิตประจำวันสักเล็กน้อย ท่ามกลางเมืองเงียบสงบและธรรมชาติที่ค่อย ๆ ไหลผ่าน ลองมาดูสถานที่เดทที่เหมาะกับบรรยากาศแบบนั้นกัน
11 สถานที่เดทยอดนิยมที่มอบประสบการณ์เฉพาะของอิชิคาวะ
จังหวัดอิชิคาวะมีทิวทัศน์ที่ชวนให้อยากใช้เวลาด้วยกันอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองคานาซาวะที่ยังคงกลิ่นอายเมืองปราสาท หุบเขาในคากะ หรือวิวริมทะเลที่เปิดโล่ง
เสน่ห์เฉพาะของพื้นที่นี้คือการได้เดินชมเมือง มองวิว และสัมผัสจังหวะเวลาที่ต่างกันในแต่ละสถานที่ นี่คือสถานที่เดทในจังหวัดอิชิคาวะที่อยากแนะนำให้มาเยือนกับคนรัก
1. หมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมคากะ ยูโนะคุนิโนะโมริ เมืองโคมัตสึ
หมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมคากะ ยูโนะคุนิโนะโมริ (Kaga Dentō Kōgei Mura Yunokuni no Mori) เป็นแหล่งทำกิจกรรมที่มีบ้านโบราณกระจายอยู่ในพื้นที่เขียวร่มรื่น เหมาะสำหรับเดินเล่นและใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย
ที่นี่มีคอร์สให้เลือกมากกว่า 50 แบบ เช่น การย้อมลายแม่พิมพ์ยูเซ็น เครื่องเขินวาจิมะ การปิดทองคำเปลว การเป่าแก้ว และงานปั้นมือ จึงสามารถลองสัมผัสหัตถกรรมดั้งเดิมหลากหลายของจังหวัดอิชิคาวะได้อย่างสบาย ๆ
ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้ลงมือทำงานฝีมือด้วยกัน มักทำให้บทสนทนาลื่นไหลขึ้นโดยธรรมชาติ อีกเสน่ห์หนึ่งคือสามารถพักหายใจระหว่างกิจกรรม หรือเดินเล่นในป่าได้อย่างไม่ต้องเกร็ง

2. คาคุเซ็นเค ออนเซ็นยามานากะ เมืองคากะ
ออนเซ็นยามานากะ (Yamanaka Onsen) ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาของคากะ ส่วนคาคุเซ็นเค (Kakusenkei) ที่ไหลอยู่ใกล้ย่านออนเซ็น เป็นจุดเดินเล่นที่ให้เพลิดเพลินกับความงามของหุบเขาได้อย่างเต็มที่ ริมหุบเขามีทางเดินยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร พร้อมจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น สะพานโคโอโรกิที่สร้างจากไม้ฮิโนกิทั้งหลัง และสะพานอายะโทริฮาชิที่มีเส้นโค้งรูปตัวเอสสวยงาม
การได้เดินเคียงกันพร้อมฟังเสียงน้ำไหล ทำให้บรรยากาศค่อย ๆ ผ่อนคลายและชวนคุยกันมากขึ้น ระหว่างทางยังแวะคาเฟ่ หรือเดินเที่ยวเมืองออนเซ็นแบบสบาย ๆ ได้ตามอารมณ์

3. วัดนาตะ เมืองโคมัตสึ
วัดนาตะ (Natadera) เป็นวัดที่มีเวลาอันเงียบสงบไหลผ่านพร้อมทิวทัศน์ที่แผ่กว้างท่ามกลางธรรมชาติ ภายในบริเวณวัดมีภาพงดงามราวภาพวาดภูเขาและสายน้ำ ตั้งแต่คิกังยูเซ็นเคียว กลุ่มโขดหินศักดิ์สิทธิ์สูงตระหง่านที่มีถ้ำหลายแห่ง ไปจนถึงเจดีย์สามชั้น วิหารหลัก หอระฆัง และโถงโกมะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ รวมถึงสะพานฟูเก็ตสึที่โดดเด่นด้วยราวสะพานสีแดงชาด
ช่วงเวลาที่เดินชมถ้ำทำให้รู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศเหนือชีวิตประจำวัน และใจค่อย ๆ สงบลง เหมาะสำหรับใช้เวลาอย่างช้า ๆ ในบรรยากาศนิ่งและผ่อนคลาย

4. ศาลเจ้าชิราฮิเมะ เมืองฮาคุซัง
ศาลเจ้าชิราฮิเมะ (Shirayama Hime Jinja) เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าฮาคุซังประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฮาคุซังเป็นองค์ประดิษฐานเชิงสัญลักษณ์
ที่นี่เป็นที่รู้จักมาแต่โบราณในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งความเชื่อเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ภายในพื้นที่กว้างใหญ่มีอาคารศาลเจ้าเรียงตัวอยู่ราวกับถูกโอบกอดด้วยต้นไม้เก่าแก่ เพียงเดินอย่างเงียบ ๆ ก็รู้สึกเหมือนใจได้รับการจัดระเบียบ อีกทั้งเทพคิคุริฮิเมะ ผู้เป็นเทพประจำศาลเจ้า ยังเป็นที่รู้จักในฐานะเทพแห่งการเชื่อมสัมพันธ์
ช่วงเวลาที่ค่อย ๆ เดินไปตามทางเข้าสู่ศาลเจ้าและใช้เวลาร่วมกันอย่างช้า ๆ ให้ความรู้สึกสบาย เหมาะกับวันที่อยากเดทอย่างสงบกับคนรัก

5. ทางขับรถชายหาดชิริฮามะนากิสะ เมืองฮาคุอิ
ทางขับรถชายหาดชิริฮามะนากิสะ (Chirihama Nagisa Driveway) เป็นเส้นทางขับรถที่ให้ประสบการณ์พิเศษอย่างการขับไปตามแนวคลื่น
ถนนยาวตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร สามารถขับได้ทั้งรถยนต์ รวมถึงมอเตอร์ไซค์และจักรยาน ช่วงเวลาที่มุ่งหน้าไปพร้อมรับความกว้างใหญ่ของทะเลและท้องฟ้า จะกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษของสองคน
ในยามพระอาทิตย์ตก ทิวทัศน์จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ทำให้การขับรถน่าประทับใจยิ่งขึ้น ภาพบรรยากาศที่ต่างจากช่วงกลางวันยังช่วยเติมเต็มความรู้สึกหลังการเดินทางให้ลึกขึ้น

6. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโตจิมะ เมืองนานาโอะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโตจิมะ (Notojima Aquarium) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ชั้นนำฝั่งทะเลญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักจากการมีฉลามวาฬ
การจัดแสดงเน้นปลาที่อาศัยและอพยพอยู่ในทะเลใกล้คาบสมุทรโนโตะ โดยในตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำ 1,600 ตัน สามารถชมฉลามวาฬ รวมถึงปลาขนาดใหญ่เขตน้ำอุ่นที่อพยพมาสู่ทะเลใกล้โนโตะว่ายน้ำได้
นอกจากนี้ ในโซนโนโตะไคยูไคโร ยังมีการฉายโปรเจกชันแมปปิงตลอดเวลา ภาพที่แผ่กว้างบนเพดานและพื้นผสานกับตู้ปลา ทำให้ได้สัมผัสความสมจริงราวกับกำลังเดินอยู่ใต้ทะเล

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ เมืองคานาซาวะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ (21st Century Museum of Contemporary Art, Kanazawa) เป็นพิพิธภัณฑ์ตัวแทนของคานาซาวะที่ให้เพลิดเพลินกับศิลปะร่วมสมัยแบบมีส่วนร่วม
นับตั้งแต่เปิดในปี 2004 ภายใต้แนวคิด “พิพิธภัณฑ์ที่เปิดกว้าง” วิธีจัดแสดงที่เหมือนพลิกแนวคิดเดิมของพิพิธภัณฑ์ก็กลายเป็นที่พูดถึง และทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการส่งต่อภาพลักษณ์ “คานาซาวะเท่ากับศิลปะ” พร้อมความนิยมระดับแนวหน้าของประเทศ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่การเดินชมผลงาน แต่ยังมีนิทรรศการมากมายที่ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ได้ การใช้เวลาสัมผัสผลงานเดียวกันกับคนรักจึงน่าจดจำ อีกเสน่ห์คือระหว่างเดินชมในอาคาร บทสนทนามักขยายออกไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ

8. สวนเค็นโรคุเอ็น เมืองคานาซาวะ
สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen) เป็นสวนแบบเดินชมที่นับเป็นหนึ่งในสามสวนชื่อดังของญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดยเหล่าไดเมียวตระกูลมาเอดะแห่งคากะต่อเนื่องยาวนานประมาณ 180 ปี ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 34,600 สึโบะ มีสระน้ำและเนินสวนกระจายอยู่ และเสน่ห์คือทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ก้าวเดิน
ระหว่างเดินชมอย่างช้า ๆ เคียงกัน บทสนทนาก็มักเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามทั้งสี่ฤดูก็งดงาม ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้พบกับภาพที่แตกต่างกัน

9. ย่านบ้านซามูไรนากามาจิ เมืองคานาซาวะ
ย่านบ้านซามูไรนากามาจิ (Nagamachi Samurai District) เป็นพื้นที่ที่ยังคงร่องรอยคฤหาสน์ของซามูไรระดับกลางแห่งแคว้นคากะไว้ ตรอกหินและกำแพงดินที่ทอดต่อกันทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปสู่ยุคเอโดะ
ภายในพื้นที่มีลำธารโอโนะโชไหลผ่าน และในฤดูหนาวสามารถเห็น “โคโมกะเกะ” ที่ใช้ป้องกันกำแพงดินจากหิมะ เมืองเก่าแบบดั้งเดิมจึงผสานเข้ากับชีวิตปัจจุบันอย่างกลมกลืน
คฤหาสน์บางส่วนเปิดให้เข้าชม โดยสามารถชมสวนและภายในอาคารได้ที่บ้านซามูไรตระกูลโนมุระ และอดีตบ้านตระกูลทาคาดะ อดีตซามูไรแคว้นคากะ

10. ย่านฮิกาชิชายะ เมืองคานาซาวะ
ย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya District) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวตัวแทนของคานาซาวะ เมืองที่เรียงรายด้วยระแนงไม้สวยงามและทางหินปูได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศ
อาคารดั้งเดิมตั้งแต่ยุคเอโดะเรียงรายอยู่สองข้างทาง และมีร้านขนมญี่ปุ่น คาเฟ่ รวมถึงร้านงานฝีมือที่ปรับใช้บ้านมาจิยะกระจายอยู่ สามารถแวะระหว่างเดินชมเมือง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและการช้อปปิงได้
เมื่อยามเย็น โคมไฟหน้าร้านจะสว่างขึ้น และบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นสงบต่างจากช่วงกลางวัน ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนค่อย ๆ เดินท่ามกลางทิวทัศน์เปี่ยมเสน่ห์นี้ย่อมน่าประทับใจ

11. ตลาดโอมิโจ เมืองคานาซาวะ
ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) มีประวัติยาวนานประมาณ 300 ปี และเป็นที่คุ้นเคยในชื่อเล่น “โอมิโจ” ภายในตลาดมีร้านค้าจำหน่ายปลาสด ผักผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จเรียงรายอยู่มากมาย รวมถึงร้านที่สามารถชิมอาหารปรุงตรงหน้าได้ทันที
ยังมีร้านอาหารมากกว่า 40 ร้าน เสน่ห์คือสามารถกินอาหารทะเลสดอร่อยได้อย่างเต็มอิ่มในราคาสบายกระเป๋า เช่น โนโดกุโระ กุ้งหวาน และปูหิมะ ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของคานาซาวะ
การเดินสำรวจร้านที่สนใจด้วยกันท่ามกลางตลาดคึกคัก ก็เป็นช่วงเวลาที่สนุกได้เช่นกัน

เหมาะสำหรับปิดท้ายเดท! 3 จุดไลต์อัปในอิชิคาวะที่อยากไปตอนกลางคืน
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับฟ้าและแสงไฟในเมืองสว่างขึ้น ทิวทัศน์ของจังหวัดอิชิคาวะก็เปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ต่างจากกลางวัน
โดยเฉพาะในคานาซาวะ สวน ปราสาท และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ถูกส่องด้วยแสงนุ่มนวล ทำให้ทั้งเมืองโอบล้อมด้วยบรรยากาศสงบ หลังจากเดินเที่ยวเมืองอย่างคึกคัก ช่วงเวลาที่ได้นั่งมองวิวเงียบ ๆ จะช่วยเติมเต็มความประทับใจของวันนั้นให้ลึกขึ้น
ลองเช็กจุดไลต์อัปในอิชิคาวะที่เหมาะกับเดทยามค่ำคืน หากแวะไปปิดท้ายเดท ก็น่าจะช่วยสร้างค่ำคืนพิเศษสำหรับสองคนได้อย่างดี
1. สวนเค็นโรคุเอ็น เมืองคานาซาวะ
สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสวนไดเมียวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลมาเอดะแห่งคากะ เป็นสวนแบบเดินชมที่มีสระน้ำและเนินสวนกระจายอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่
อีกทั้งยังมีชื่อเสียงเรื่องความงามตามฤดูกาล และงานไลต์อัปยามค่ำคืนที่เปลี่ยนภาพสวนให้ดูเหมือนโลกแฟนตาซีก็ได้รับความนิยม โดยจัดขึ้นเป็นระยะ
สวนที่ถูกส่องด้วยแสงนุ่มนวลโอบล้อมด้วยบรรยากาศเงียบสงบต่างจากช่วงกลางวัน ช่วงเวลาที่เดินเล่นและใช้เวลาอย่างช้า ๆ จึงน่าจดจำ

2. สวนปราสาทคานาซาวะ เมืองคานาซาวะ
ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle) สร้างขึ้นเป็นที่พำนักของตระกูลมาเอดะแห่งแคว้นคากะ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ และมีการบูรณะอาคารประวัติศาสตร์ เช่น ประตูอิชิคาวะมงและนากายะ
ในตอนกลางคืนมีการไลต์อัป ทำให้เห็นเสน่ห์ที่ต่างจากช่วงกลางวัน ความงามสง่างามของปราสาทที่ลอยเด่นขึ้นท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน มีบรรยากาศพิเศษยิ่ง
การเดินผ่านพื้นที่กว้างขวางของสวน พร้อมชมปราการและสวนที่ถูกไลต์อัป น่าจะกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษในยามค่ำคืน

3. ประตูสึซึมิมงและโดมโมเตนาชิ สถานีคานาซาวะ เมืองคานาซาวะ
ประตูสึซึมิมงและโดมโมเตนาชิ (Tsuzumimon and Motenashi Dome) เป็นแลนด์มาร์กที่ผสานดีไซน์ดั้งเดิมกับความทันสมัย และเป็นที่รู้จักในฐานะสัญลักษณ์ของสถานีคานาซาวะ
ประตูสึซึมิมงสูง 13.7 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงที่ได้แรงบันดาลใจจากกลองสึซึมิในละครโน และสร้างทิวทัศน์ที่น่าประทับใจร่วมกับพื้นที่กว้างหน้าสถานี
หลังพระอาทิตย์ตก จะมีการไลต์อัปเป็นเวลา 2 นาทีในทุกชั่วโมงที่นาที 00 ไปจนถึง 00:00 แสงไฟที่แสดงสีดั้งเดิมของคานาซาวะอย่างคากะโกไซ ซึ่งใช้ในงานคากะยูเซ็น เป็นต้น จะเปลี่ยนไปตามแต่ละวันของสัปดาห์และแต่งแต้มประตูให้สดใส

ถ้าจะดินเนอร์เป็นคู่ต้องที่นี่! 3 ร้านอาหารแนะนำในอิชิคาวะ
ดินเนอร์ระหว่างทริปเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศของทั้งวันอาจเปลี่ยนไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้เวลาที่ไหน
ไม่ว่าจะค่อย ๆ คุยกันในพื้นที่สงบ หรือได้พบวัตถุดิบและจานอาหารที่มีเอกลักษณ์ของอิชิคาวะ ช่วงเวลาของสองคนในจังหวะที่ต่างจากกลางวันเล็กน้อยจะยิ่งน่าประทับใจ
ต่อไปนี้คือร้านดินเนอร์ในอิชิคาวะที่อยากแนะนำสำหรับค่ำคืนแบบนั้น
1. จาร์แดง ปอล โบคูส เมืองคานาซาวะ
จาร์แดง ปอล โบคูส (Jardin Paul Bocuse) เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสบนชั้น 2 ของชิอิโนกิเกฮินคัง อาคารศาลากลางจังหวัดอิชิคาวะเก่าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
เริ่มจากเมนูซิกเนเจอร์ที่สืบทอดจากสาขาหลักในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมืองแห่งอาหารรสเลิศ แล้วต่อด้วยเมนูออริจินัลที่ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบจากภูเขาและทะเลของจังหวัดอิชิคาวะ
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นเสิร์ฟเป็นคอร์ส อาหารที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของคานาซาวะเรียงรายให้เพลิดเพลิน พร้อมจานที่สะท้อนขนบของสาขาหลัก
ในบรรยากาศสงบ น่าจะได้ใช้เวลาค่ำคืนพิเศษอย่างผ่อนคลาย

2. A la ferme de Shinjiro เมืองคานาซาวะ
A la ferme de Shinjiro เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่คู่กับคานาซาวะไวเนอรี ใช้วัตถุดิบอย่างเต็มที่ ทั้งผักคากะ อาหารทะเลสดจากโนโตะ และผลผลิตออร์แกนิกที่ปลูกในฟาร์มออร์แกนิก “คานาซาวะไดจิ” จึงได้ลิ้มรสจานหรูที่รังสรรค์จากวัตถุดิบตามฤดูกาลซึ่งดึงเสน่ห์ของธรรมชาติออกมา
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นเสิร์ฟเป็นคอร์ส และสามารถเพลิดเพลินกับการจับคู่ไวน์กับอาหาร โดยเน้นไวน์ญี่ปุ่นและไวน์เบอร์กันดี ภาชนะอย่างเครื่องปั้นคุตานิและเครื่องเขินวาจิมะก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยแต่งแต้มเวลาอาหารให้งดงาม

3. CRAFEAT เมืองคานาซาวะ
CRAFEAT เป็นร้านอาหารที่ดำเนินงานโดยร้านเครื่องเขินทายะ ร้านเก่าแก่ด้านเครื่องเขินวาจิมะ อาหารที่เสิร์ฟภายในร้านใช้ภาชนะจากงานหัตถกรรมตัวแทนของอิชิคาวะ เช่น เครื่องเขินวาจิมะ เครื่องปั้นคุตานิ เครื่องปั้นซูซุ และทองคำเปลวคานาซาวะ
ชั้น 1 เป็นบาร์อาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย ส่วนชั้น 2 ให้บริการคอร์สแบบจองล่วงหน้าทั้งหมด สามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่ใช้วัตถุดิบและเทคนิคการปรุงของจังหวัดอิชิคาวะ ประสบการณ์ที่งานฝีมือและอาหารผสานเป็นหนึ่งเดียวก็เป็นเสน่ห์เฉพาะของร้านนี้
ในพื้นที่สงบที่จำกัดจำนวนที่นั่ง สามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่อาหารและภาชนะเป็นหนึ่งเดียวกัน

3 ที่พักในอิชิคาวะที่อยากเข้าพักในวันครบรอบหรือวันพิเศษ
จังหวัดอิชิคาวะมีรูปแบบที่พักหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมในเมืองไปจนถึงเรียวกังออนเซ็นที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ
การเลือกที่พักจึงเป็นอีกจุดสำคัญของทริปสำหรับสองคน เวลาที่ใช้เลือกให้เข้ากับสไตล์การพักผ่อนและอารมณ์ของทั้งคู่ ก็น่าจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษได้เช่นกัน
มาดูที่พักในจังหวัดอิชิคาวะที่อยากแวะไปเมื่ออยากใช้ค่ำคืนอย่างผ่อนคลายด้วยกัน
1. คานาซาวะฮาคุโจโระ โฮเทลซันราคุ เมืองคานาซาวะ
คานาซาวะฮาคุโจโระ โฮเทลซันราคุ (Kanazawa Hakuchoro Hotel Sanraku) เป็นโรงแรมสไตล์คลาสสิกที่ตั้งอยู่ใกล้สวนปราสาทคานาซาวะและสวนเค็นโรคุเอ็น
ภายในโรงแรมที่มีธีมไทโชโรมันประดับด้วยโมเดิร์นอาร์ตที่นำหัตถกรรมดั้งเดิมของคานาซาวะมาตีความร่วมสมัยอยู่ทั่วบริเวณ เช่น โคมไฟเครื่องปั้นคุตานิ คากะยูเซ็น ทองคำเปลวคานาซาวะ และงานปักด้ายทอง
ห้องพักทุกห้องมีขนาดอย่างน้อย 30 ตารางเมตร เลือกได้ทั้งห้องสไตล์ตะวันตกและห้องญี่ปุ่น จึงพักผ่อนได้ในพื้นที่กว้างสบาย อีกเสน่ห์คือมีออนเซ็นธรรมชาติที่สูบขึ้นมาจากใต้ดินลึก 807 เมตร ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
ด้วยทำเลที่สะดวกต่อการท่องเที่ยว จึงสามารถเพลิดเพลินกับการเข้าพักอย่างช้า ๆ ในบรรยากาศสงบ

2. ฮานะมุราซากิ เมืองคากะ
ฮานะมุราซากิ (Hanamurasaki) เป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในออนเซ็นยามานากะของคากะออนเซ็นโก และตั้งอยู่หันหน้าเข้าหาคาคุเซ็นเคซึ่งเป็นจุดชมวิวขึ้นชื่อ
จากห้องพักทุกห้องสามารถชมความงามของหุบเขาคาคุเซ็นเคได้ ภายในอาคารยังมีห้องน้ำชาและแกลเลอรี พื้นที่จึงผสานความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยอย่างกลมกลืน
มื้อเย็นเป็นอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบจากภูเขาและทะเลของคากะ พร้อมเมนูที่พิถีพิถันทั้งภาชนะและการจัดจาน ส่วนอาหารเช้าก็ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล
ที่นี่ทำให้ได้พักในห้องที่มองเห็นหุบเขา และปล่อยใจไปกับช่วงเวลาเงียบสงบ

3. คาวาบาตะโนะยุยาโดะ ทาคิเท เมืองคานาซาวะ
คาวาบาตะโนะยุยาโดะ ทาคิเท (Kawabata no Yuyado Takitei) เป็นที่พักออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในซาโตยามะริมแม่น้ำไซ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มุโร ไซเซ นักเขียนชาวคานาซาวะรักอย่างลึกซึ้ง
ห้องพักแบ่งออกเป็น 3 อาคาร มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งห้องพร้อมอ่างกลางแจ้งที่มองเห็นสายน้ำ ห้องที่มองเห็นสวน และห้องสไตล์ตะวันตกแบบญี่ปุ่นโมเดิร์น ออนเซ็นที่มีชื่อเล่นว่า “ทสึรุทสึรุยุ” เป็นน้ำแร่ด่างอ่อนที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และมีชื่อเสียงว่าสมชื่อเพราะทำให้ผิวลื่นเนียน มื้อเย็นเสิร์ฟอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลและภูเขา เป็นที่พักหนึ่งแห่งที่ให้ใช้เวลาเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานที่เดทในอิชิคาวะ
Q
ไปเดทในจังหวัดอิชิคาวะควรมีรถจะดีกว่าไหม?
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคานาซาวะเดินหรือขึ้นรถบัสเที่ยวได้ง่าย หากเป็นเดทที่เน้นเดินชมเมือง การใช้ขนส่งสาธารณะก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะออกไปพื้นที่ชานเมือง เช่น คากะออนเซ็นโกหรือชิริฮามะ การเช่ารถจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้น
Q
เดทในจังหวัดอิชิคาวะ เที่ยวฤดูไหนสนุกที่สุด?
อิชิคาวะมีทั้งสวน เมืองเก่า และทิวทัศน์ธรรมชาติ จึงสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันได้ในแต่ละฤดู ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้เขียวอ่อนหรือใบไม้เปลี่ยนสี รวมถึงบรรยากาศฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ วิธีใช้เวลาและบรรยากาศก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่ไปเยือน
Q
เดทในจังหวัดอิชิคาวะ เที่ยวแค่คานาซาวะก็สนุกไหม?
ภายในเมืองคานาซาวะมีสถานที่ที่เดินหรือขึ้นรถบัสเที่ยวได้รวมตัวกันอยู่มาก หากเป็นเดทที่เน้นเดินชมเมือง เที่ยวเฉพาะคานาซาวะก็สนุกได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน หากออกไปถึงคากะออนเซ็นโก ชิริฮามะ หรือฝั่งโนโตะ ก็จะได้พบวิวและรูปแบบการใช้เวลาที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์ของอิชิคาวะ
Q
ปัจจุบันการท่องเที่ยวในพื้นที่โนโตะเป็นอย่างไรบ้าง?
พื้นที่โนโตะกำลังเดินหน้าฟื้นฟูและบูรณะ โดยสถานที่ท่องเที่ยว จุดแวะชม และที่พักหลายแห่งทยอยกลับมาเปิดให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แตกต่างกันตามพื้นที่และช่วงเวลา หากกำลังพิจารณาไปเยือน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของสมาคมการท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อความอุ่นใจ
บทสรุป
ทริปสำหรับสองคนในจังหวัดอิชิคาวะมีเสน่ห์เฉพาะตรงที่ได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ทิวทัศน์ค่อย ๆ เปลี่ยนไปขณะเดินชมเมือง
ไม่ว่าจะหยุดพักเพื่อมองวิว หรือใช้เวลายามค่ำคืนในบรรยากาศสงบ ช่วงเวลาที่น่าประทับใจจะค่อย ๆ ซ้อนทับกันตลอดวัน ความสบายที่ไม่ต้องฝืน และความพิเศษที่แทรกอยู่เบา ๆ น่าจะกลายเป็นความทรงจำสำคัญของทั้งสองคน
ลองไปค้นหาวิธีเดทในแบบของคุณทั้งคู่ที่จังหวัดอิชิคาวะดู
