
【คู่มือเที่ยวตลาดนิชิกิ】วิธีสนุกกับครัวแห่งเกียวโตที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ 400 ปีให้เต็มที่!
“ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)” ใจกลางเมืองเกียวโต คือหนึ่งในย่านช้อปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ประมาณ 400 ปี
ใต้อาเขตเรียงรายไปด้วยร้านค้าเฉพาะทางมากมาย รวมวัตถุดิบที่หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมอาหารของเกียวโตไว้ครบ ทั้งปลาสด ผักเกียวโต และผักดอง
เสียงเรียกลูกค้าของเจ้าของร้านช่วยสร้างความคึกคักแบบตลาด อีกทั้งยังมีจุดน่าสนใจทางวัฒนธรรมมากมาย แค่เดินชมก็เพลิดเพลินได้
บทความนี้จะแนะนำวิธีเที่ยวตลาดนิชิกิ ร้านอาหารแนะนำ รวมถึงมารยาทที่ควรรู้ก่อนเดินทางไป
เราได้สรุปให้แม้แต่คนที่ไปครั้งแรกก็สนุกได้เต็มที่ จึงอยากให้ลองอ่านจนจบ
ตลาดนิชิกิเป็นสถานที่แบบไหน?
ตลาดนิชิกิในเขตนากาเกียว เมืองเกียวโต ตั้งอยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือ 1 ถนนจากถนนชิโจ เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีประวัติศาสตร์ประมาณ 400 ปี
ภายในอาเขตยาวประมาณ 390m มีร้านค้าเฉพาะทางประมาณ 130 ร้านที่จำหน่ายปลาสด ผักเกียวโต ผักดอง และโอบันไซ จนเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “ครัวแห่งเกียวโต”
บนถนนปูหินมีสินค้าคุณภาพดีจัดวางแน่นขนัด และคึกคักตลอดทั้งปีด้วยผู้คนมากมาย ตั้งแต่เชฟมืออาชีพไปจนถึงนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
คุณยังสามารถสอบถามพนักงานร้านเกี่ยวกับความรู้เฉพาะทางหรือวิธีกินได้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารแบบเกียวโต
อีกเสน่ห์คือบรรยากาศเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างร้านเก่าแก่ซึ่งรักษาธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น กับร้านที่มีไอเดียใหม่ๆ
เวลาที่ใช้เที่ยวโดยประมาณคือ 1 ชั่วโมง〜2 ชั่วโมง หากอยากหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้ไปช่วงประมาณ 10:00〜11:00

การเดินทางไปตลาดนิชิกิ
สถานีที่ใกล้ตลาดนิชิกิมากที่สุดมีหลักๆ 3 แห่ง ได้แก่ “สถานีชิโจ” รถไฟใต้ดินสายคาราสุมะ, “สถานีคาราสุมะ” และ “สถานีเกียวโตคาวารามาจิ” รถไฟฮันคิวสายเกียวโต
จากทุกสถานีเดินประมาณ 5 นาที〜10 นาทีก็ถึงทางเข้า
ในส่วนนี้ เราสรุปการเดินทางจาก “สถานีเกียวโต” ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นหลักของการเที่ยวเกียวโต โดยแยกตามวิธีเดินทาง
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รถไฟใต้ดินที่เข้าใจง่ายเป็นวิธีที่แนะนำที่สุด
| วิธีเดินทาง | เส้นทาง | เวลาที่ใช้ | ค่าโดยสารเที่ยวเดียว |
|---|---|---|---|
| รถไฟใต้ดิน | ขึ้นรถไฟใต้ดินสายคาราสุมะของเทศบาลเกียวโตจาก “สถานีเกียวโต” ลงที่ “สถานีชิโจ” แล้วเดินจากทางออก 1 ประมาณ 8 นาทีก็ถึง | ประมาณ 15 นาที | 220 เยน |
| รถบัสเมือง | ขึ้นรถบัสเมืองเกียวโตสาย 4or7or205 จากป้าย “เกียวโตเอคิมาเอะ” ลงที่ “ชิโจคาวารามาจิ” แล้วเดินประมาณ 5 นาทีก็ถึง | ประมาณ 20 นาที | 230 เยน |
| แท็กซี่ | ขึ้นจากจุดจอดแท็กซี่ปากทางคาราสุมะของสถานีเกียวโต แล้วลงบริเวณตลาดนิชิกิ | ประมาณ 10 นาที | ประมาณ 1,200 เยน |
※หากเดิน ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
ฤดูกาลที่แนะนำสำหรับเที่ยวตลาดนิชิกิคือเมื่อไหร่?
โดยทั่วไปตลาดนิชิกิเปิดให้บริการตลอดทั้งปี และคึกคักไม่ว่าฤดูกาลไหน
จะไปช่วงใดก็ได้ แต่ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศสบายและเดินเที่ยวได้ง่ายเป็นช่วงที่แนะนำ
ช่วงเดือน 3〜5 สามารถเที่ยวควบคู่กับการชมซากุระและวัดศาลเจ้าได้ พร้อมทั้งมีผักฤดูใบไม้ผลิและขนมหวานธีมซากุระให้เลือกมากมาย
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ทั้งเกียวโตดูสดใส และเป็นฤดูกาลของรสชาติประจำฤดูอย่างผักเกียวโตและปลา จึงยิ่งเพลิดเพลินกับการตระเวนกินได้มากขึ้น
【ห้ามเดินกิน】3 เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปตลาดนิชิกิ
ก่อนเดินทางไปตลาดนิชิกิ มาทำความรู้จักมารยาทพื้นฐานที่ควรปฏิบัติกันก่อน
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอยู่ร่วมกันได้ และทุกคนใช้เวลาอย่างสบายใจ
ไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้ได้ จึงควรจดจำให้ดีและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
1. ห้ามเดินไปกินไปอย่างเด็ดขาด
หนึ่งในกฎสำคัญที่สุดของตลาดนิชิกิคือ “ไม่เดินกิน”
เพราะทางเดินในย่านร้านค้าค่อนข้างแคบ เพื่อป้องกันความแออัด ปัญหาระหว่างลูกค้า และหลีกเลี่ยงปัญหาด้านสุขอนามัย
ทางตลาดประกาศห้ามอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้รับประทานสินค้าที่ซื้อบริเวณหน้าร้านหรือภายในร้าน
ควรระวังไม่ให้กีดขวางผู้สัญจรหรือทำอาหารหก และนำขยะกลับไปหรือทิ้งในจุดที่ร้านกำหนด
สรุปคือ หากรักษาวงจร “ซื้อแล้วกินตรงนั้น” และ “กินเสร็จแล้วเก็บให้เรียบร้อยก่อนเดินต่อ” ก็ไม่มีปัญหา

2. ถ่ายรูปได้ แต่อย่าลืมคำนึงถึงคนรอบข้าง
ตลาดนิชิกิมีจุดถ่ายรูปสวยๆ และของกินน่าสนใจมากมาย จนเผลอถ่ายเพลินได้ง่าย
ดังนั้นขณะเดิน ควรให้ความสำคัญกับการคำนึงถึงคนรอบข้าง และมีท่าทีที่ไม่รบกวนบรรยากาศของพื้นที่
บางร้านห้ามถ่ายภาพหน้าร้านหรือสินค้า จึงเป็นมารยาทที่ควรขออนุญาตพนักงานก่อนถ่าย
การถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจก่อให้เกิดปัญหา รบกวนร้านค้า และการถูกเล็งกล้องใส่โดยไม่ขออนุญาตก็ทำให้รู้สึกไม่ดีได้
หลังได้รับอนุญาตแล้ว ควรถ่ายด้วยความรู้สึกว่า “ได้รับอนุญาตให้ถ่าย” และระวังไม่ให้ผู้อื่นติดอยู่ในภาพ

3. เตรียมเงินสดไว้ล่วงหน้า
วิธีชำระเงินในตลาดนิชิกิแตกต่างกันไปตามร้าน แต่ร้านเก่าแก่หรือร้านขนาดเล็กยังมีหลายแห่งที่รับเฉพาะเงินสด
นอกจากนี้ เมนูอย่างของเสียบไม้ ของทอด และขนมหวานมักมีราคาเป็นหลักหลายร้อยเยน จึงเกิดการจ่ายเงินจำนวนเล็กๆ บ่อยครั้ง
การใช้เงินสดช่วยให้ชำระเงินได้ราบรื่นกว่า อีกทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาช่วงคนแน่นและทำให้แถวจ่ายเงินไหลลื่น
เพื่อไม่ให้เจอประสบการณ์น่าเสียดายอย่าง “ไม่มีเงินสดเลยซื้อไม่ได้” ควรเตรียมธนบัตร 1,000 เยนหลายใบและเหรียญไว้ล่วงหน้า

3 วิธีสนุกกับตลาดนิชิกิให้เต็มที่
ทุกครั้งที่เดินไปตามตลาดนิชิกิ คุณจะได้พบร้านใหม่ๆ กลิ่น เสียง และผู้คน การเดินเล่นเองจึงกลายเป็นประสบการณ์หนึ่ง
เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศเก่าแก่ จะรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเกียวโต
แม้เดินชมแบบทั่วไปก็เพลิดเพลินได้ แต่เราจะแนะนำ 3 วิธีที่จะช่วยให้สนุกได้ลึกขึ้น
แน่นอนว่าการค้นหาร้านโปรดของตัวเองก็เป็นอีกความสนุก
สัมผัสประวัติศาสตร์และบรรยากาศของตลาดนิชิกิ
ตลาดนิชิกิได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลโชกุนเอโดะในปี 1615 แต่กล่าวกันว่าประวัติศาสตร์ของที่นี่เก่าแก่ถึงยุคเฮอัน (794年〜1185年)
ปัจจุบันตามถนนนิชิกิโคจิยังคงมีชื่อย่านอย่าง “ฮิกาชิอุโอยะโจ” “นากะอุโอยะโจ” และ “นิชิอุโอยะโจ” หลงเหลืออยู่ บอกเล่าร่องรอยของสมัยนั้น
หน้าร้านเก่าแก่ยังคงมีเทคนิคและรสชาติที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เสียงของเจ้าของร้าน กลิ่น และสีสันของวัตถุดิบที่วางเรียงกันสร้างจังหวะเฉพาะตัวให้ทั้งตลาด
เมื่อเดินใต้อาเขต จะเห็นป้ายไม้แบบดั้งเดิมและอุปกรณ์ทำอาหารที่ใช้กันมายาวนาน ช่วยให้สัมผัสต้นกำเนิดของวิถีชีวิตเกียวโตได้
หากลองใส่ใจกับชั้นของประวัติศาสตร์และบรรยากาศเหล่านี้ ก็น่าจะเพลิดเพลินได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

อิ่มอร่อยกับวัฒนธรรมอาหารแบบเกียวโต
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการสนุกกับตลาดนิชิกิคือวัฒนธรรมอาหารเฉพาะของเกียวโต
ที่นี่มีวัตถุดิบดั้งเดิมสดใหม่อย่างผักเกียวโต เต้าหู้ ผักดอง และปลาสด ซึ่งเติบโตหรือผลิตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่อุดมด้วยน้ำใต้ดิน ทำให้ได้พบรสชาติแท้ที่หยั่งรากอยู่ในชีวิตประจำวัน
อาหารเกียวโตโดยพื้นฐานคือการดึงรสชาติของวัตถุดิบหลักออกมาอย่างเรียบง่าย โดดเด่นด้วยความหวาน ความอร่อย และเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน
ฤดูกาลก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะมีของตามฤดูวางขายในแต่ละช่วง จึงสนุกแตกต่างกันไปตามเวลาที่มาเยือน
การชิมเปรียบเทียบไปพร้อมกับสัมผัสฝีมือช่างที่ต่างกันในแต่ละร้านเป็นความเพลิดเพลินอีกแบบ หากแวะสัก 4〜5 ร้าน ก็น่าจะได้สัมผัสความลึกซึ้งและความหลากหลายของอาหาร

สนุกกับการเลือกซื้อของฝาก
แม้ตลาดนิชิกิจะมีภาพจำด้านของกินค่อนข้างแรง แต่ก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมสินค้าหาซื้อได้เฉพาะที่นี่ไว้ด้วย
มีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ขนม ของใช้จิปาถะที่ใช้งานได้จริง ไปจนถึงสินค้าลิมิเต็ดแปลกใหม่ จึงหาของฝากที่เหมาะกับการใช้งานและผู้รับได้ง่าย
อาหารบางอย่างสามารถชิมได้ ทำให้มีการค้นพบใหม่ๆ ระหว่างเดิน และกระบวนการคิดว่าจะเลือกอะไรเองก็กลายเป็นความทรงจำในการเดินทาง
อีกจุดที่น่าสนใจคือ เมื่อซื้อสินค้าที่มีแพ็กเกจสวยงามหรืออัดแน่นด้วยฝีมือช่าง ก็สามารถนำความเป็นเกียวโตกลับบ้านไปได้

5 ร้านอาหารแนะนำในตลาดนิชิกิ
จากนี้ไป เราจะคัดเลือกและแนะนำร้านอาหารในตลาดนิชิกิ 5 ร้าน
ทั้งหมดเป็นร้านยอดนิยมที่ใส่ใจทั้งวัตถุดิบและวิธีปรุง ทำให้ได้ลิ้มรสชาติแบบเกียวโตในเวลาไม่นาน
เราเลือกจากหลากหลายประเภท เพื่อให้เลือกได้ตามความชอบและอารมณ์ในวันนั้น
หากมีร้านไหนที่สนใจ ก็ลองแวะไปกันได้
ฮานะโยริคิโยเอะ
“ฮานะโยริคิโยเอะ (Hanayori Kiyoe)” เป็นทั้งร้านค้าและร้านอาหารเบาๆ ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าฝั่งเกียวโตคาวารามาจิ
สามารถซื้อเครื่องปรุงอย่างน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง “คิโยเอะ” รวมถึงของทอดที่ใช้น้ำมัน “คิโยเอะ” ได้ที่หน้าร้าน
จุดเด่นใหญ่คือทุกเมนูมีรสสัมผัสเบาสบายหลังรับประทาน จึงกินง่าย
เมนูที่แนะนำเป็นพิเศษคือ “โคร็อกเกะครีมยูบะ” ของขึ้นชื่อตลาดนิชิกิที่ทำจากเบสน้ำนมถั่วเหลือง
ร้านภูมิใจว่าเป็นโคร็อกเกะที่อร่อยที่สุดในเกียวโต ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มฟูและครีมมี่ มีความสมดุลอย่างลงตัว

คนนะมอนจา
“คนนะมอนจา (Konnamonja)” คือร้านเฉพาะทางด้านเต้าหู้ที่ดำเนินการโดยตรงโดยเคียวโตฟุ ฟูจิโนะ ตั้งอยู่ตรงมุมถนนซาไกมาจิ
มีเมนูสุขภาพมากมาย ทั้งเต้าหู้ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความมั่นใจ โดยใช้ถั่วเหลืองญี่ปุ่น 100% รวมถึงยูบะและขนมหวาน
ของกินยอดนิยมคือ “โดนัทน้ำนมถั่วเหลือง” ที่ขายมาตั้งแต่เปิดร้าน อย่างน้อย 30 ปี
โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสชุ่มฉ่ำและนุ่มร่วน ไม่มันมาก ขนาดพอดีคำ และหวานน้อย
อีกเสน่ห์คือสามารถชมการทอดหน้าร้าน พร้อมลิ้มรสของร้อนๆ สดใหม่ได้ทันที

ไค KAI
“ไค KAI (Kai KAI)” เป็นร้านเฉพาะทางด้านฟุริคาเกะ ของกินหายาก และกับแกล้ม
เสน่ห์อยู่ที่สินค้ามีเอกลักษณ์มากมาย นำโดยซีรีส์ “งาสุดช็อก” (ฟุริคาเกะ) ที่ได้รับรางวัลทองจาก Omotenashi Selection 2021
เมนูที่กำลังเป็นกระแสบน SNS และสื่อต่างๆ คือ “ทาโกะทามาโกะ” ซึ่งยัดไข่นกกระทาไว้ในหัวปลาหมึกอีดาโกะ
ไม่ใช่แค่หน้าตาแปลกตาเท่านั้น แต่ปลาหมึกที่ตุ๋นช้าๆ ในน้ำซอสเบสโชยุยังนุ่ม และได้รับเสียงชื่นชมว่ากินแล้วติดใจ
มีให้เลือก 3 ขนาด คือ กลาง ใหญ่ และใหญ่พิเศษ ซึ่งก็เป็นจุดที่น่าดีใจ

อุโอริกิ
“อุโอริกิ (Uoriki)” ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางตลาดนิชิกิ เป็นร้านเฉพาะทางปลาย่างเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1919
หน้าร้านเรียงรายด้วยของทอดและของย่างจากอาหารทะเลสด กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยไปทั่วบริเวณทำให้ผู้คนที่เดินผ่านอดหยุดไม่ได้
ร้านใส่ใจเป็นพิเศษกับปลาไหลทะเลฮาโมะ วัตถุดิบชั้นดี โดยเทมปุระกรอบนอกนุ่มฟูที่รับมาจากชิโมโนเซกิมีปริมาณเต็มอิ่ม แต่สัมผัสเบาและอร่อยมาก
นอกจากจะกินได้ในราคาคุ้มค่าที่ไม้ละ 600 เยนแล้ว หอยเชลล์ย่างและฮาโมะคัตสึที่เข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

มิกิเครัน
“มิกิเครัน (Miki Keiran)” เป็นร้านเฉพาะทางดาชิมากิทามาโกะที่ก่อตั้งในปี 1928
จุดเด่นที่สุดคือการนำไข่สดมาซึมซับน้ำดาชิลับที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นดี เช่น สาหร่ายริชิริ คัตสึโอะบุชิ และปลาเฮร์ริง ก่อนให้ช่างฝีมือย่างด้วยมือด้วยเทคนิคดั้งเดิม “เคียวมากิ”
รสอูมามิที่นุ่มฟู อ่อนละมุน และหรูหราจะกระจายเต็มปาก รสชาติลึกซึ้งเฉพาะถิ่นนี้เป็นที่รักของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมายาวนาน
นอกจากนี้ ขนมหวานโฮมเมดอย่าง “พติชูครีม” และ “ขนมปังไส้ถั่วแดงไข่แดง” ก็ได้รับความนิยม เหมาะสำหรับรองท้องด้วย

3 ร้านแนะนำสำหรับเลือกซื้อของฝากในตลาดนิชิกิ
ต่อไปจะแนะนำ 3 ร้านที่เหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝาก
แต่ละร้านมีสินค้าที่พัฒนาจากแกนหลักอย่างธรรมเนียมและเอกลักษณ์ท้องถิ่นของเกียวโต และยังมีของที่ดูสวยสะดุดตาให้เลือก
เหมาะทั้งซื้อให้ตัวเองและเป็นของขวัญ หากลังเลว่าจะซื้ออะไร ลองแวะร้านใดร้านหนึ่งดูได้
SNOOPY ชายะ เกียวโต นิชิกิ
“SNOOPY ชายะ เกียวโต นิชิกิ (SNOOPY Chaya Kyoto Nishiki)” ใกล้ถนนยานางิโนะบาบะ เป็นร้านขายของจิปาถะธีมสนูปี้
เปิดในปี 2016 โดยชั้น 1 เป็นโซนขายสินค้าและเทคเอาต์ ส่วนชั้น 2 เป็นร้านธีมวูดสต็อก
ภายในร้านที่อบอวลด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น มีสินค้าคาแรกเตอร์และไลน์อัปหลากหลายให้เลือกมากมาย
ของฝากที่แนะนำเป็นพิเศษ ได้แก่ “สนูปี้มิคาสะ (โดรายากิ)” แพ็กเกจน่ารัก รวมถึง “กระเป๋าปากเหรียญผ้านิชิจินโอริ” และ “ถ้วยชาคิโยมิสึยากิ” สินค้าลิมิเต็ดเฉพาะร้านนี้

โอฉะโนะโคะไซไซ
“โอฉะโนะโคะไซไซ (Ochanokosaisai)” เป็นร้านเฉพาะทางพริก ตั้งอยู่ตรงถนนซาไกมาจิ ใกล้ทางเข้าฝั่งตะวันตก
หน้าร้านมีสินค้าที่มีเอกลักษณ์ โดยนำวัฒนธรรมชิจิมิแบบดั้งเดิมของเกียวโตมาปรับให้ร่วมสมัย ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีอย่างพริกญี่ปุ่น พริกไทยญี่ปุ่น และสาหร่ายอาโอโนริ
เสน่ห์ที่สุดคือ “ชิจิมิแบบผสมตามสั่ง” ที่ให้ผสมสูตรออริจินัลตามความชอบ
สามารถสั่งรายละเอียดได้ เช่น “ขอเผ็ดน้อย” และทำชิจิมิในแบบของตัวเองไปพร้อมกับการชิม
พนักงานจะบอกวิธีใช้ให้ด้วย จึงเลือกง่ายแม้เป็นครั้งแรก และเหมาะเป็นของขวัญมาก

นิชิกิมารุน
“นิชิกิมารุน (Nishiki Marun)” เป็นร้านที่ตั้งอยู่กลางตลาดนิชิกิ และรวมความน่ารักหลากหลายรูปแบบไว้ด้วยกัน
ภายในร้านสีสันสดใสและบรรยากาศร่าเริง มีสินค้าชวนใจเต้นเรียงรายครบ ทั้งคมเปโตหลากสี ลูกอมเกียวโต ต่างหูสไตล์ญี่ปุ่น สาเกท้องถิ่น และเครื่องสำอางลิมิเต็ดเฉพาะเกียวโต
แค่เดินดูก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกำลังล่าสมบัติ
มีทั้งแบบแบ่งห่อและแบบใส่กล่อง จึงเลือกให้เหมาะกับผู้รับและโอกาสได้ง่าย
ที่แนะนำเป็นพิเศษคือ “โทโรเนียน (เซ็ตขนมรวม)” ขวดเล็กในฝันที่ถ่ายลง SNS ได้สวย และคุกกี้ออริจินัลที่ทำในเวิร์กช็อปของร้านเอง

2 เสน่ห์ของตลาดนิชิกิที่นักท่องเที่ยวมักมองข้าม
เสน่ห์ของตลาดนิชิกิไม่ได้มีแค่การตระเวนชิมร้านอาหารหรือเลือกซื้อของฝากเท่านั้น
เราจะแนะนำ 2 วิธีสนุกที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักมองข้าม
คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์และบรรยากาศของเกียวโต พร้อมลิ้มรสความต่างกับตลาดนิชิกิที่คึกคัก จึงอยากให้ลองเช็กดู
1. ศิลปะบนชัตเตอร์ยามค่ำคืน
หลังร้านค้าปิด ตลาดนิชิกิจะสงบลงจากความคึกคักในตอนกลางวัน และเปิดโอกาสให้สนุกในอีกบรรยากาศหนึ่ง
สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือ “ศิลปะบนชัตเตอร์” ที่แต่งแต้มด้วยผลงานชิ้นเอกของอัจฉริยะจิตรกร อิโต จาคุจู (Ito Jakuchu)
จาคุจูเกิดและเติบโตในตลาดนิชิกิ อีกทั้งยังทุ่มเทเพื่อการคงอยู่ของตลาด ผลงานนี้จึงถูกสร้างขึ้นในปี 2016 เพื่อแสดงความเคารพต่อเขา
บนชัตเตอร์ของร้านค้าประมาณ 50 แห่ง มีการวาดผลงานตัวแทนอย่าง “ฉากกั้นภาพต้นไม้ ดอกไม้ นก และสัตว์” และ “ไก่ตัวผู้ท่ามกลางหิมะ” ทำให้ถนนยาวประมาณ 390m เปลี่ยนเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
ภาพวาดของจาคุจูเดิมทีมีสีสันสดใสและเปี่ยมพลังชีวิตอยู่แล้ว ยิ่งโดดเด่นขึ้นท่ามกลางความเงียบของยามค่ำคืน
หากได้ชมผลงานท่ามกลางบรรยากาศเฉพาะตัวที่ประวัติศาสตร์และศิลปะหลอมรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ การเดินทางก็น่าจะอิ่มเอมยิ่งขึ้น

2. ศาลเจ้านิชิกิเท็นมังกู
“ศาลเจ้านิชิกิเท็นมังกู (Nishiki Tenmangu)” เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่อย่างเงียบๆ ตรงปลายฝั่งตะวันออกของตลาดนิชิกิ ในย่านคึกคักของถนนชินเคียวโกคุ
ก่อตั้งในปี 1003 ซึ่งเก่าแก่มาก และบูชาเทพแห่งการศึกษา สึกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ (Sugawara no Michizane) เป็นเทพประจำศาลเจ้า
คนท้องถิ่นคุ้นเคยในชื่อ “เท็นจินซังแห่งนิชิกิ” เชื่อกันว่านอกจากความสำเร็จด้านการเรียนแล้ว ยังให้พรหลายด้าน เช่น ค้าขายรุ่งเรืองและปัดเป่าเคราะห์ร้าย
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีจุดน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่โทริอิหินรูปทรงแปลกตาที่ดูเหมือนฝังเข้าไปในอาคาร ไปจนถึง “คาราคุริมิคุจิ” ที่สิงโตกลไกจะนำใบเซียมซีมาให้
ยังมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ “โกชินซุย” ที่รักษาอุณหภูมิ 17〜18 องศาตลอดทั้งปีผุดขึ้นมา และสามารถตักน้ำระหว่างไปสักการะได้
อยากให้ลองแวะเป็นจุดปิดท้ายการเดินเล่น

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบตลาดนิชิกิ
สุดท้ายนี้จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมรอบตลาดนิชิกิ
ทุกแห่งมีประวัติศาสตร์และบรรยากาศงดงาม เป็นเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นเกียวโตได้ชัดเจน
แต่ละแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน หากเที่ยวพร้อมตลาดนิชิกิ ก็น่าจะทำให้ทริปสนุกยิ่งขึ้น
1. ศาลเจ้ายาซากะ
เทพเจ้าประจำศาลคือ ซูซาโนะโอะ โนะ มิโคโตะ (Susanoo no Mikoto), คุชิอินาดะฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Kushiinadahime no Mikoto) และยะฮาชิระ โนะ มิโคกามิ (Yahashira no Mikogami) ที่นี่เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้ายาซากะทั่วประเทศและศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องซึ่งบูชาเทพซูซาโนะโอะ รวมประมาณ 2,300 แห่ง เชื่อกันว่าต้นกำเนิดการก่อตั้งศาลเจ้าเริ่มขึ้นในปี 656 (ปีที่ 2 แห่งรัชสมัยจักรพรรดินีไซเม) เมื่ออัญเชิญเทพแห่งภูเขาโกซุจากอาณาจักรชิลลามาสถิต ณ ที่แห่งนี้ ตั้งแต่โบราณได้รับการเคารพในชื่อกิองคันชินอินและศาลเจ้ากิอง และคนท้องถิ่นยังคงเรียกอย่างคุ้นเคยว่า “กิองซัง”

2. พอนโตโจ
ถนนพอนโตโจ (Pontocho) เป็นถนนที่ทอดยาวเหนือ-ใต้ อยู่ระหว่างแม่น้ำคาโมะและแม่น้ำทาคาเสะ เดิมทีเคยเป็นสันดอนกลางแม่น้ำคาโมะ
ในช่วงต้นยุคเอโดะ เมื่อมีการขุดคลองทาคาเสะและเชื่อมต่อกับฟุชิมิ พื้นที่นี้ก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ต่อมาในช่วงปลายยุคเอโดะกลายเป็นย่านคึกคัก และเมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ มีการจัดการแสดง “คาโมกาวะโอโดริ” เพื่อประชาสัมพันธ์ต่อภายนอก พอนโตโจจึงสร้างสถานะในฐานะย่านฮานามาจิได้อย่างสมบูรณ์
ปัจจุบันตั้งแต่ถนนชิโจไปจนถึงใกล้ซันโจ มีร้านอาหารหลากหลายสไตล์เรียงรายตามตรอกแคบๆ ที่เปี่ยมบรรยากาศ และเมื่อถึงกลางคืน แสงไฟจากร้านต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้มากขึ้น

3. ถนนฮานามิโคจิ
ถนนฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) คือถนนสายหลักที่ตัดผ่านกิองจากเหนือจรดใต้ ตั้งแต่ซันโจไปจนถึงวัดเคนนินจิ
แม้ชื่อจะมีคำว่า “โคจิ” หรือซอยเล็ก แต่เป็นย่านที่มีร้านค้าเรียงรายริมถนนค่อนข้างกว้างและมีบรรยากาศสดใส คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ทางใต้ของถนนชิโจที่ยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิมของย่านโรงน้ำชาไว้ได้ดี เดิมทีโรงน้ำชาที่อยู่ตามถนนชิโจและทางเหนือถูกรวมมาไว้ทางฝั่งใต้ในช่วงเมจิถึงไทโช จนเกิดเป็นย่านอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดนิชิกิ
Q
เวลาเปิดทำการและวันหยุดของตลาดนิชิกิคือเมื่อไหร่?
แตกต่างกันไปตามร้าน แต่หลายร้านมักเปิด 9:00〜17:00(18:00) และหยุดวันพุธ
Q
ใช้เวลาเที่ยวตลาดนิชิกิประมาณเท่าไหร่?
หากรวมการแวะร้านอาหารและช้อปปิ้ง ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง〜2 ชั่วโมง
Q
ตลาดนิชิกิห้ามเดินกินใช่ไหม?
เพื่อป้องกันปัญหา ห้ามกินดื่มขณะเดิน อาหารที่ซื้อมาให้กินหน้าร้านหรือในพื้นที่นั่งกินที่จัดไว้ภายในร้าน
Q
รอบตลาดนิชิกิมีตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญไหม?
โดยทั่วไปภายในตลาดนิชิกิไม่มี แนะนำให้ฝากสัมภาระขนาดใหญ่ไว้ในตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานีเกียวโตหรือสถานีชิโจ หรือฝากไว้ที่โรงแรมที่เข้าพัก
บทสรุป
เราได้แนะนำภาพรวม เสน่ห์ และร้านอาหารแนะนำของ “ตลาดนิชิกิ” ครัวแห่งเกียวโตเป็นหลัก
ตลาดนิชิกิรวบรวมสินค้าที่หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมอาหารและชีวิตความเป็นอยู่ของเกียวโต แค่เดินผ่านย่านร้านค้าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาก็กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าได้แล้ว
การเดินเล่นที่นี่สนุกในตัวเอง และมอบประสบการณ์ล้ำค่าที่จะอยู่ในความทรงจำของการเดินทาง จึงอยากให้ลองแวะไป
บทความด้านล่างนี้ก็ไม่ควรพลาด เพราะสรุปข้อมูลเที่ยวเกียวโตไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง จุดน่าสนใจแยกตามพื้นที่ ไปจนถึงตัวอย่างเส้นทางเที่ยว

