
มารู้จักเสน่ห์ของ “มีด” เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติที่เกียวโตกัน!
ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากน้ำผึ้ง หลายคนน่าจะเริ่มคุ้นชื่อ “มีด” กันมากขึ้น เครื่องดื่มชนิดนี้หมักจากน้ำผึ้ง ยีสต์ และน้ำ เป็นที่รู้จักกันมานานในยุโรป และช่วงหลังในญี่ปุ่นเองก็เริ่มมีผู้ผลิตมีดที่มีเอกลักษณ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นกระแสเงียบ ๆ ครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักโลกของ “เจแปนนีสมีด” ที่ผลิตอย่างพิถีพิถันในญี่ปุ่น
บทนำ
มีดคืออะไร?
สำหรับคนที่อยากทำความรู้จักกับมีดแบบง่าย ๆ มันคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมักจากน้ำผึ้ง ยีสต์ และน้ำ
ต่างจากไวน์หรือลิเคียวร์ที่เพียงผสมน้ำผึ้งลงไป โดยทั่วไปมีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 5–16% และรสชาติจะเปลี่ยนไปตามวิธีการผลิต ระยะเวลาบ่ม ชนิดของน้ำผึ้ง น้ำที่ใช้ รวมถึงประเทศที่ผลิต แม้หน้าตาจะคล้ายไวน์ขาว แต่รสชาติแตกต่างจากไวน์อย่างชัดเจน มีทั้งแบบหวานเข้มข้นที่ชวนนึกถึงความหวานของน้ำผึ้ง เหมาะดื่มก่อนหรือหลังอาหาร ไปจนถึงแบบรสสดชื่นที่จับคู่กับมื้ออาหารได้หลากหลาย
ปัจจุบันมีดได้รับความสนใจมากขึ้นจากอิทธิพลของป๊อปคัลเจอร์ ในโลกของภาพยนตร์ มังงะ และอนิเมะ มักมีมีดปรากฏอยู่บ่อยครั้ง ทำให้แฟน ๆ ตามหามาลองดื่มกัน กระแสคราฟต์ดริงก์อย่างคราฟต์เบียร์และคราฟต์โคลา ที่เน้นการผลิตขนาดเล็กและใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ก็มีส่วนช่วยให้มีดกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าจับตาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ต้นกำเนิดและประวัติของมีด
มีดได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกที่มนุษย์ดื่ม และถือกันว่าเป็นสุราที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่าง “โคจิกิ” ซึ่งเรียบเรียงขึ้นในปี ค.ศ. 712 ก็มีการกล่าวถึงน้ำผึ้งซึ่งเป็นวัตถุดิบของมีดด้วย นอกจากนี้ในตำราวิชาการตะวันตกช่วงปลายสมัยเอโดะที่มีชื่อว่า “เอ็นเซโฮเมบุทสึโค” ก็มีการแนะนำเครื่องดื่มนี้ในชื่อ “เมเดะ” ด้วยเช่นกัน น่าจะเป็นเพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงถูกบันทึกไว้ในตำราทางการแพทย์ มีดเริ่มถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นจากอังกฤษราวปี ค.ศ. 1960 และได้รับความนิยมในฐานะ “เครื่องดื่มฮันนีมูน”
ประวัติของมีดในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกแตกต่างกันไป มีดปรากฏในตำนานนอร์ส และยังเป็นเครื่องดื่มที่ไวกิ้งดื่มกันบนเรือ ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกากำลังมีกระแสคราฟต์มีดอย่างคึกคัก มีการจัดประกวด และว่ากันว่ามีโรงหมักมีดมากกว่า 500 แห่ง
ในโลกของภาพยนตร์และการ์ตูนก็มีฉากที่มีดปรากฏอยู่เช่นกัน ตัวอย่างเช่นในภาพยนตร์ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” และเกมยอดนิยมในอเมริกาอย่าง “สกายริม” ทำให้บางคนอยากลองดื่มเครื่องดื่มที่เห็นในเกมจริง ๆ และยังมีคอสเพลเยอร์ที่ซื้อมีดเพื่อถ่ายทอดบรรยากาศของโลกในเรื่องให้สมจริงอีกด้วย
คาเนอิจิ โชเท็น ผู้ผลิตมีดในเกียวโต
การก่อตั้งโรงหมักของบริษัทเอง
ในเกียวโตมีบริษัทที่ผลิตมีดอยู่แห่งหนึ่ง นั่นคือร้านน้ำผึ้งแห่งเกียวโต “คาเนอิจิ โชเท็น (Kaneichi Shoten)” บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำผึ้งที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1930 แห่งนี้ไม่ได้เลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตน้ำผึ้งเอง แต่เป็นร้านที่รับซื้อน้ำผึ้งจากผู้เลี้ยงผึ้งจำนวนมาก ผู้ที่ดูแลการคัดสรรและจัดซื้อน้ำผึ้งก็คือคุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 ของคาเนอิจิ โชเท็น

และสิ่งที่ร้านน้ำผึ้งเฉพาะทางแห่งนี้เปิดตัวขึ้นใหม่ในย่านมารุตะมาจิ เกียวโต เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2024 ก็คือ “โรงหมักมีดเกียวโต (Kyoto Hachimitsushu Jozosho)”

ที่นี่เป็นโรงหมักมีดเฉพาะทางแห่งแรกของเกียวโต ใช้น้ำผึ้งญี่ปุ่นที่นำมาผสมสูตรเฉพาะโดยดึงจุดเด่นของน้ำผึ้งหลายชนิดที่คัดซื้อมาตรงจากแหล่งผลิต และหมักในบ้านมาจิยะเกียวโตอายุประมาณ 100 ปี โดยคงเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งไว้ให้มากที่สุด มีดทุกขวดที่ผลิตจาก “โรงหมักมีดเกียวโต” ล้วนถ่ายทอดความรักที่คุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ มีต่อมีดและน้ำผึ้งไว้อย่างเต็มเปี่ยม
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 京都蜂蜜酒醸造所
- ที่อยู่
- 〒604-0001 จังหวัดเกียวโต เมืองเกียวโต เขตนากาเงียว โดโจโจ 18 ถนนมุโรมาจิโดริ เลยแยกมารุตะมาจิลงมา
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
มีดที่ผลิตโดย “โรงหมักมีดเกียวโต”
The MEAD
นี่คือ The MEAD มีดรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นโดยโรงหมักมีดเกียวโต
คุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ เดินทางไปพบผู้เลี้ยงผึ้งทั่วญี่ปุ่น คัดเลือกน้ำผึ้งหลากหลายชนิดด้วยตนเอง แล้วนำจุดเด่นของแต่ละชนิดมาผสมเป็นสูตรเฉพาะจากน้ำผึ้งญี่ปุ่นแท้ จนกลายเป็นมีดแบบ “คลาสสิก” ที่นับเป็นขวดแห่งความทรงจำ พร้อมความตั้งใจที่จะเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมีดในญี่ปุ่น โดยหวังให้เป็นเครื่องดื่มที่ผู้คนพูดคุยกันได้ง่ายเหมือนไวน์หรือเบียร์ และตั้งใจสร้าง “ขวดที่จะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมมีดในญี่ปุ่น!”
รสชาติเต็มไปด้วยเสน่ห์ของน้ำผึ้งอย่างหรูหรา พร้อมความหวานที่ชวนติดใจ แม้มีแอลกอฮอล์ 7% ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรง แต่ด้วยความหวานนุ่มนวลของน้ำผึ้งทำให้ดื่มได้เพลินอย่างไม่น่าเชื่อ วิธีดื่มแนะนำคือแช่เย็นแล้วดื่มเพียว หรือเสิร์ฟแบบออนเดอะร็อกก็อร่อย นอกจากนี้ยังปรับวิธีดื่มตามฤดูกาลได้ เช่น ในช่วงอากาศร้อนจะผสมโซดาอัตราส่วน 1:1 เป็นมีดไฮบอล หรือใส่มะนาวแช่แข็งเพื่อความสดชื่น ส่วนหน้าหนาวก็แนะนำให้เติมเครื่องเทศแล้วดื่มแบบร้อนเป็นฮอตมีด
จุดเด่นอีกอย่างของ The MEAD คือสามารถสนุกกับการดื่มได้หลากหลายรูปแบบ

- ปริมาณ
- 500 มล.
- น้ำผึ้งที่ใช้
- น้ำผึ้งดอกไม้หลากชนิดจากญี่ปุ่น
- ยีสต์ที่ใช้
- ยีสต์ไวน์
- วัตถุดิบรอง
- ไม่มี
- ปริมาณแอลกอฮอล์
-
7%
※ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี และปราศจากกลูเตน
The MEAD Kyoto
มีดรุ่นนี้หมักขึ้นโดยดึงจุดเด่นของน้ำผึ้งดอกไม้หลากชนิดที่คุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ รับซื้อมาตรงจากผู้เลี้ยงผึ้งในเกียวโต
เป็นผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยพรจากธรรมชาติของเมืองเกียวโตซึ่งคุณอิจิคาวะและทีมงานให้ความสำคัญมาโดยตลอด เกียวโตเป็นดินแดนที่ประเพณีและนวัตกรรมอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน และว่ากันว่าจิตวิญญาณนี้ก็ถูกนำมาใส่ไว้ในการทำมีดเช่นกัน
เมื่อจิบมีดสีน้ำทองงดงามนี้ จะได้กลิ่นหอมชัดเจนและความหวานของน้ำผึ้งที่แผ่เต็มปาก มีดรุ่นนี้แนะนำให้แช่เย็นแล้วดื่มเพียว และไม่ได้ตั้งใจให้เฉพาะคนเกียวโตเท่านั้น แต่ยังอยากให้ผู้มาเยือนจากทั้งในและต่างประเทศได้สัมผัสรสชาตินี้ด้วย
- ปริมาณ
- 500 มล.
- น้ำผึ้งที่ใช้
- น้ำผึ้งดอกไม้หลากชนิดจากจังหวัดเกียวโต
- ยีสต์ที่ใช้
- ยีสต์ไวน์
- วัตถุดิบรอง
- ไม่มี
- ปริมาณแอลกอฮอล์
-
8%
※ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี และปราศจากกลูเตน

The MEAD Osaka Sakura
นี่คือมีดที่ทำจากน้ำผึ้งซึ่งเก็บจากดอกซากุระที่บานในเมืองคาชิวาระ จังหวัดโอซาก้า และใช้ยีสต์ไวน์ในการหมัก
ถือกำเนิดขึ้นในฐานะหนึ่งในซีรีส์คันไซมีดเพื่อมุ่งสู่การจัดงานเอ็กซ์โปโอซาก้า-คันไซ ปี ค.ศ. 2025 โดยพัฒนาให้เป็นเครื่องดื่มที่เพลิดเพลินกับรสชาติของแต่ละฤดูกาล พร้อมให้ความสำคัญกับสี่ฤดูของญี่ปุ่น และยังแฝงความตั้งใจให้ผู้คนทั้งในและต่างประเทศได้ค้นพบเสน่ห์ของญี่ปุ่นอีกครั้งผ่านมีดที่สะท้อนฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ เมืองคาชิวาระในจังหวัดโอซาก้าซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำผึ้งซากุระนี้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคนากากาวาจิ รายล้อมด้วยธรรมชาติใกล้แนวเทือกเขาอิโคมะและมีแม่น้ำยามาโตะไหลผ่าน อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการปลูกองุ่นมาตั้งแต่อดีต
ผลลัพธ์คือมีดรสหอมละมุน โดดเด่นด้วยความหวานของน้ำผึ้งอย่างชัดเจน และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาก
- ปริมาณ
- 500 มล.
- น้ำผึ้งที่ใช้
- น้ำผึ้งซากุระจากจังหวัดโอซาก้า
- ยีสต์ที่ใช้
- ยีสต์ไวน์
- วัตถุดิบรอง
- ไม่มี
- ปริมาณแอลกอฮอล์
-
7%
※ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี และปราศจากกลูเตน

วิธีการหมัก
การหมักมีดมีหลากหลายวิธี ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีโรงหมักที่ผลิตมีดอยู่ประมาณ 20–30 แห่ง แต่โรงหมักที่เชี่ยวชาญด้านมีดโดยเฉพาะมีเพียงประมาณ 6 แห่งเท่านั้น
ในตอนนี้ ผู้ผลิตสาเกญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ทำมีดมักใช้วิธีการผลิตคล้ายสาเก และนิยมพาสเจอไรซ์ในขั้นตอนสุดท้าย แต่ “โรงหมักมีดเกียวโต” เลือกใช้การกรองเพื่อเอายีสต์ออกโดยไม่ผ่านการให้ความร้อน เพราะต้องการดึงศักยภาพของน้ำผึ้งออกมาให้ได้มากที่สุดในฐานะร้านน้ำผึ้งเฉพาะทาง และยังอยากคงรสชาติของน้ำผึ้งไว้ในมีดให้ชัดเจนที่สุด

วัตถุดิบสำหรับทำมีดมีเพียงน้ำผึ้ง น้ำ และยีสต์เท่านั้น โรงหมักส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมักใช้วิธีคล้ายการทำสาเกและผ่านการให้ความร้อนในขั้นตอนสุดท้าย แต่ที่ “โรงหมักมีดเกียวโต” จะกรองเอายีสต์ออกโดยไม่ให้ความร้อน แล้วจึงทำให้เสร็จสมบูรณ์
เพื่อไม่ให้เกิดรส杂และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยีสต์จะถูกบ่มที่อุณหภูมิต่ำ ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 เดือนจึงแล้วเสร็จ การควบคุมอุณหภูมิ จำนวนวันหมัก และความละเอียดของตัวกรองอย่างเป็นระบบ ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของมีดจากที่นี่
-
การหมักมีด
-
บ่มยีสต์ที่อุณหภูมิต่ำ กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 เดือน
การทำมีดให้อร่อยไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะคุณภาพของน้ำผึ้งซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักส่งผลอย่างมาก น้ำผึ้งที่เก็บได้ในญี่ปุ่นซึ่งมีสี่ฤดูและพืชพรรณอุดมสมบูรณ์นั้น มีรสชาติและคุณลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นอย่างชัดเจน
มีดที่ทำจากน้ำผึ้งดอกซากุระกับมีดที่ทำจากน้ำผึ้งดอกเกาลัดย่อมให้รสชาติไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะ “The MEAD Kyoto” และ “The MEAD Osaka Sakura” ที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดกลิ่นอายของดินแดนและวัฒนธรรมคันไซลงในมีด พวกเขายังมุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มอบ “ประสบการณ์” เพื่อให้ผู้ดื่มได้สัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นผ่านมีดอีกด้วย
เรื่องราวก่อนการก่อตั้ง
ในปี ค.ศ. 2003 คาเนอิจิ โชเท็น ได้พบกับมีดเป็นครั้งแรก จุดเริ่มต้นมาจากผู้เลี้ยงผึ้งในนิวซีแลนด์แนะนำเครื่องดื่มชนิดนี้ให้รู้จัก และพวกเขาก็ตกหลุมรักมีดซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากน้ำผึ้งตั้งแต่แรกเห็น พร้อมตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าอยากเผยแพร่มีดในญี่ปุ่นให้กว้างขึ้น
จากนั้นจึงเริ่มเดินหน้าเพื่อนำเข้ามีด โดยได้ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และสองปีหลังจากพบกับมีด ในปี ค.ศ. 2005 ก็เดินทางไปเยี่ยมผู้ผลิตในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง เรียนรู้เรื่องมีดพร้อมนำเข้ามีดประมาณ 10 ชนิดมาจำหน่าย ต่อมาจึงขยายไลน์มีดรสหวาน และนำเข้าจากผู้ผลิตในแคนาดา อังกฤษ และโปแลนด์ จนได้รับการพูดถึงว่า “ถ้าพูดถึงมีด ก็ต้อง miel mie”
เดิมทีธุรกิจเน้นการนำเข้าเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 ก็เริ่มผลิตมีดในประเทศ โดยมอบหมายให้ “โรงสาเกโจโย (Joyo Shuzo)” ในเมืองโจโย จังหวัดเกียวโต ผลิตมีดให้ หลังจากผ่านการทดลองหลายครั้ง ก็ได้เปิดตัวมีด 2 ชนิด และต่อมายังทยอยออกมีดอีก 8 ชนิดที่ใช้น้ำผึ้งซึ่งคาเนอิจิ โชเท็น จำหน่ายอยู่ จนกลายเป็นผู้ดูแลทั้งมีดที่ผลิตแบบรับจ้างในญี่ปุ่นและมีดนำเข้าจากต่างประเทศ
ต่อมา ด้วยความตั้งใจที่จะมีส่วนช่วยยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับมีดในญี่ปุ่น พวกเขาจึงตัดสินใจในปี ค.ศ. 2021 ว่าจะสร้างโรงหมักที่ผลิตมีดด้วยตนเอง และหลังจากเดินหน้าขอใบอนุญาตผลิตสุราและเตรียมการต่าง ๆ ราว 2 ปีครึ่ง ในที่สุดก็ได้เปิด “โรงหมักมีดเกียวโต” ตามความฝันในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2024
ความพิถีพิถันเริ่มต้นจากน้ำผึ้ง
ฮันนีฮันเตอร์ คุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ
เบื้องหลังมีดของที่นี่คือคุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ ประธานรุ่นที่ 3 ของคาเนอิจิ โชเท็น และผู้ก่อตั้งโรงหมักมีดเกียวโต ซึ่งทำงานในฐานะ “ฮันนีฮันเตอร์”

เขาเกิดมาในฐานะหลานของประธานรุ่นแรกของคาเนอิจิ โชเท็น และเติบโตมากับน้ำผึ้งตั้งแต่วัยเด็ก คุณอิจิคาวะเดินทางไปพบผู้เลี้ยงผึ้งไม่เพียงแค่ในญี่ปุ่น แต่ทั่วโลกเพื่อคัดซื้อน้ำผึ้ง โดยใน 1 ปีเขาได้ชิมน้ำผึ้งมากกว่า 300 ชนิด และเดินทางรวมเกินประมาณ 52,000 กิโลเมตร หรือราว 1.3 รอบโลก
เขาเชื่อว่าการไปเยี่ยมผู้เลี้ยงผึ้งด้วยตนเอง ตรวจดูสภาพแวดล้อมที่ผึ้งถูกเลี้ยงและแหล่งเก็บน้ำผึ้งด้วยตา รวมถึงชิมด้วยลิ้นของตัวเอง คือหนทางในการส่งมอบ “น้ำผึ้งคุณภาพสูงที่ปลอดภัยและวางใจได้”
ด้วยเหตุนี้คุณอิจิคาวะจึงออกเดินทางตามหาน้ำผึ้งไปทั่วโลกตลอดทั้งปี ทุกฤดูใบไม้ผลิ เขาจะมุ่งหน้าไปหาผู้เลี้ยงผึ้งโดยตรง ขับรถบรรทุก 2 ตันด้วยตัวเอง ไล่ตามผู้เลี้ยงผึ้งที่เคลื่อนย้ายไปพร้อมฝูงผึ้งจากคิวชูทางใต้ขึ้นไปจนถึงฮอกไกโดทางเหนือ เขาไปเยี่ยมสถานที่เก็บน้ำผึ้งจริง และบางครั้งก็ร่วมลงมือเก็บน้ำผึ้งด้วย ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว หากมองในระดับโลก ซีกโลกใต้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน เขาก็จะเดินทางลงใต้ต่อ เพื่อค้นหาน้ำผึ้งคุณภาพดีที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของทั้งผึ้งและผู้เลี้ยงผึ้ง และส่งต่อให้ลูกค้าโดยไม่เสียดายทั้งแรง เวลา และค่าใช้จ่าย

ร้านน้ำผึ้งเฉพาะทาง “miel mie”
น้ำผึ้งที่คุณอิจิคาวะคัดซื้อมาจากทั่วโลกหาซื้อได้ที่ร้านน้ำผึ้งเฉพาะทาง “miel mie” ซึ่งดำเนินการโดยคาเนอิจิ โชเท็น บริษัทที่เขาเป็นประธานอยู่
จริง ๆ แล้ว “โรงหมักมีดเกียวโต” เป็นสถานที่สำหรับหมักมีดเท่านั้น ไม่สามารถซื้อสินค้าได้ที่นั่น
ถ้าอยากซื้อมีด สามารถแวะไปที่ “miel mie” ได้ และที่นี่ยังมีบริการชิมมีดอีกด้วย ถ้ามีโอกาสก็น่าลองแวะไปกัน

ร้านเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ตั้งอยู่ในเขตนากาเงียว เมืองเกียวโต สังเกตได้จากหลังคาสีเขียว เมื่อเดินเข้าไปในร้านที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ สิ่งแรกที่สะดุดตาคือน้ำผึ้งที่จัดวางอยู่บนชิงช้าสวรรค์

น้ำผึ้งที่เรียงรายอยู่ในร้านมีมากกว่า 100 ชนิดตลอดเวลา ถือเป็นหนึ่งในร้านที่มีตัวเลือกมากที่สุดในญี่ปุ่น “miel mie” จึงเปรียบได้กับธีมพาร์กของคนรักน้ำผึ้งเลยทีเดียว

แน่นอนว่าน้ำผึ้งที่สนใจสามารถชิมได้ทั้งหมด! จำนวนน้ำผึ้งที่ชิมได้ก็มีมากกว่า 100 ชนิดเช่นกัน

หากปรึกษา “ฮันนีคอนเซียร์จ” หรือพนักงานผู้รู้เรื่องน้ำผึ้งเป็นอย่างดีเกี่ยวกับรสชาติที่ชอบ พวกเขาจะช่วยแนะนำน้ำผึ้งที่เหมาะกับคุณจากตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคำถามอย่าง “อยากใช้แบบนี้ ควรเลือกน้ำผึ้งชนิดไหนดี?” หรือ “มีเยอะเกินไปจนเลือกไม่ถูก” ก็สามารถปรึกษาได้อย่างสบายใจ แล้วพวกเขาจะช่วยคัดสรรน้ำผึ้งที่เหมาะที่สุดให้
ชื่อร้าน “miel mie” มาจากการผสมคำว่า “miel” ที่แปลว่า “น้ำผึ้ง” ในภาษาฝรั่งเศส กับ “mie” ที่สื่อความหมายว่า “ของฉัน” จึงมีความหมายว่า “น้ำผึ้งของฉัน” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าได้ค้นหาน้ำผึ้งที่เป็นของตัวเองจากตัวเลือกมากมาย
อีกจุดที่น่าสนใจของร้านนี้คือมีบริการ “ขายน้ำผึ้งแบบชั่งน้ำหนัก” ด้วย

น้ำผึ้งแบบชั่งขายมี 4 ชนิด และจะเปลี่ยนไปทุกเดือน ฟังดูแล้วน่าจะทำให้การแวะมาซื้อน้ำผึ้งประจำเดือนในเดือนถัดไปเป็นเรื่องที่น่ารอคอยไม่น้อย
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- ミールミィ 三条本店
- เวลาเปิด
- 11:00–19:00
- หมายเลขโทรศัพท์
- 075-221-6639
- ที่อยู่
- 21 นากาโนะโจ ถนนซันโจโดริ ด้านตะวันตกจากโทมิโนะโคจิ เขตนากาเงียว เมืองเกียวโต
- การเดินทาง
- เดินประมาณ 10 นาทีไปทางตะวันออกตามถนนซันโจโดริ จากสถานีคาราสุมะโออิเกะ สายรถไฟใต้ดินโทไซ
- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการ (ภาษาญี่ปุ่น)
ผลิตภัณฑ์เด่น “Single Origin Honey”
น้ำผึ้งมีแหล่งดอกไม้ แหล่งเก็บ และช่วงเวลาเก็บที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาล คล้ายกับแนวคิดเรื่องวินเทจในไวน์ หรือ bean to bar ในช็อกโกแลต แล้วทำไมทั้งที่มีดอกไม้บานมากมาย จึงเกิดน้ำผึ้งดอกเดียวหรือ “น้ำผึ้งจากดอกไม้ชนิดเดียว” ได้?
คำตอบอยู่ที่พฤติกรรมของผึ้ง ผึ้งงานจะเลือกเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ที่มีความหวานสูงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด เมื่อพบแหล่งน้ำหวานที่ดี มันจะส่งสัญญาณบอกเพื่อนร่วมรังให้ไปยังจุดเดียวกัน ผึ้งตัวอื่น ๆ จึงพากันเก็บน้ำหวานจากแหล่งเดียวกัน จนเกิดเป็นน้ำผึ้งดอกเดียวขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น ช่วงประมาณเดือนมีนาคม–พฤษภาคม จะเป็นน้ำผึ้งซากุระ ซึ่งเก็บได้ทั่วประเทศ มีจุดเด่นที่ความหวานชัดและมีกลิ่นหอม
ราวเดือนพฤษภาคมจะเป็นน้ำผึ้งส้มแมนดาริน เก็บได้ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เช่น วากายามะและนางาซากิ ให้รสสดชื่นคล้ายส้ม
ในเดือนพฤษภาคมยังมีน้ำผึ้งแอปเปิลจากนากาโนะและอาโอโมริ ที่ให้รสฉ่ำและฟรุตตี้แบบแอปเปิล
ราวเดือนมิถุนายน จะมีน้ำผึ้งอะคาเซียจากฝั่งตะวันออก โทโฮคุ และฮอกไกโด ซึ่งมีจุดเด่นที่รสเรียบง่ายและกินง่าย
หลังเดือนมิถุนายนจะเริ่มเก็บน้ำผึ้งเกาลัดได้ทั่วประเทศ ให้กลิ่นหอมคั่วคล้ายเกาลัดหวาน พร้อมรสขมนิด ๆ
ส่วนเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมจะเป็นน้ำผึ้งจากดอกลินเดนที่เก็บได้ในฮอกไกโด มีกลิ่นแรงคล้ายสมุนไพร เสน่ห์ของน้ำผึ้งคือรสชาติเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนตามชนิดพืช แหล่งที่มา และช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว
โดยนำเอกลักษณ์เหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าในซีรีส์ “Single Origin Honey” ที่มีการกำหนดหมายเลขเริ่มจาก “0001”
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ กว่าน้ำหวานจากดอกไม้จะกลายเป็นน้ำผึ้ง ผึ้งต้องทำให้มีความหวานราว 80% แต่น้ำหวานที่เพิ่งเก็บมาจะยังมีน้ำมากและมีความหวานต่ำ ผึ้งจึงใช้เอนไซม์ในร่างกายย่อยให้กลายเป็นกลูโคสและฟรุกโตส จากนั้นก็กระพือปีกเพื่อไล่ความชื้น ทำให้น้ำหวานเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นน้ำผึ้ง
ผึ้งมีอายุราว 1 เดือน และผึ้ง 1 ตัวสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ตลอดชีวิตเพียงเท่ากับ 1 ช้อนชาเท่านั้น ยิ่งรู้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าน้ำผึ้งเป็นของล้ำค่ามากขึ้นจริง ๆ

บนฉลากของซีรีส์นี้จะมีข้อมูล 6 อย่างระบุไว้
1. หมายเลขน้ำผึ้ง
แต่ละชิ้นจะมีตัวเลข 4 หลักกำกับไว้ โดยนับน้ำผึ้งแต่ละชนิดแยกกันตาม “แหล่งดอกไม้ ประเภท แหล่งเก็บ และช่วงเวลาเก็บ”

2. แหล่งดอกไม้
เป็นข้อมูลว่าผึ้งไปเก็บน้ำหวานมาจากดอกไม้ชนิดใด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญอย่างมากที่กำหนดรสชาติของน้ำผึ้ง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ จึงมีสี่ฤดูและพืชพรรณหลากหลาย ทำให้สามารถเก็บน้ำผึ้งจากดอกไม้ได้หลายชนิด
ในต่างประเทศยังมีน้ำผึ้งที่มีเอกลักษณ์อีกมากมายซึ่งแทบไม่มีในญี่ปุ่น เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน เช่น เขตเขตร้อน เขตหนาว หรืออุตสาหกรรมอย่างกาแฟและผลไม้ น้ำผึ้งที่แบ่งตามแหล่งดอกไม้นั้นมีเกือบ 50 ชนิด และว่ากันว่ามีไลน์สินค้าระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
3. ประเภท
สำหรับการเลือกดูน้ำผึ้งให้ง่ายขึ้น ที่นี่จัดหมวดหมู่ตาม “รสชาติ กลิ่น และระดับความหวาน” ออกเป็น 5 ประเภท
- “Simple” … รสชาติสดชื่น กินง่าย ใช้ได้ตั้งแต่ทาขนมปังปิ้งไปจนถึงนำไปปรุงอาหาร จึงเป็นน้ำผึ้งสารพัดประโยชน์
- “Rich” … น้ำผึ้งประเภทนี้มีเอกลักษณ์ทั้งด้านรสชาติและรูปลักษณ์ เหมาะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในงานขนมและเบเกอรี่เพื่อดึงเสน่ห์เฉพาะตัวออกมา
- “Floral” … เมื่อเข้าปากแล้วจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ฟุ้งขึ้นมา เหมาะใส่ในชาหรือชาสมุนไพร
- “Fruity” … จุดเด่นอยู่ที่ความฉ่ำสดชื่น แนะนำให้ทานคู่กับโยเกิร์ตหรือน้ำผลไม้
- “Balance” … สมชื่อ เพราะมีจุดเด่นที่สมดุลระหว่างความหวานและกลิ่นหอมอย่างลงตัว ใช้ได้หลากหลาย用途
4. แหล่งเก็บน้ำผึ้ง
เป็นข้อมูลว่ามีน้ำผึ้งนี้เก็บมาจากที่ใด แม้จะเป็นแหล่งดอกไม้ชนิดเดียวกัน แต่หากเก็บจากคนละพื้นที่ก็อาจมีรสต่างกันเล็กน้อย การลองชิมเปรียบเทียบตามแหล่งผลิตก็น่าสนุกไม่น้อย
5. ช่วงเวลาเก็บน้ำผึ้ง
เวลาคุณอิจิคาวะคัดซื้อน้ำผึ้ง เขาจะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่น้ำผึ้งนั้นถูกเก็บมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหตุผลคือ แม้จะเป็นพื้นที่เดียวกันหรือแหล่งดอกไม้เดียวกัน แต่สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในแต่ละปีก็เปลี่ยนไป และเขาต้องการเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นส่งผลต่อน้ำผึ้งอย่างไร
ไม่ใช่แค่คลื่นความร้อน ไต้ฝุ่น หรือฝนทิ้งช่วงเท่านั้น แต่ความเสียหายจากสัตว์ป่าก็ส่งผลต่อพืชและทำให้รสชาติเปลี่ยนได้เช่นกัน บางครั้งเพียงมีฝนตกหนักกะทันหันหรืออุณหภูมิขึ้นลงรุนแรงแค่วันเดียว คุณภาพก็อาจต่างไปอย่างสิ้นเชิง การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้อย่างรอบด้านจึงช่วยให้รักษาคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ และยังสะท้อนความพิถีพิถันของคุณอิจิคาวะที่อยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำผึ้งเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
6. ลายเซ็นของฮันนีฮันเตอร์ คุณอิจิคาวะ
น้ำผึ้ง Single Origin Honey ทุกชิ้นมีลายเซ็นของคุณอิจิคาวะกำกับอยู่ เป็นหลักฐานว่านี่คือน้ำผึ้งที่ฮันนีฮันเตอร์อย่างเขาคัดเลือกมาอย่างมั่นใจ และในลายเซ็นนั้นก็ยังสะท้อนทั้งความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบในการส่งมอบ “น้ำผึ้งคุณภาพสูงที่ปลอดภัยและวางใจได้”
มีคาเฟ่ภายในร้านด้วย
เดินลึกเข้าไปด้านในของร้านน้ำผึ้งเฉพาะทาง miel mie สาขาซันโจหลัก จะเจอกับคาเฟ่ชื่อ “miel mie honey cafe” ที่เปิดให้บริการอยู่ด้วย
ที่คาเฟ่ คุณจะได้ลิ้มลองฮันนีโทสต์สุดหรูที่ราดน้ำผึ้งได้ไม่อั้น รวมถึงเครื่องดื่มและซอฟต์ครีมที่ให้รสชาติวัตถุดิบน้ำผึ้งอย่างชัดเจน
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 ของคาเฟ่คือฮันนีโทสต์ที่ทำจากขนมปังก้อนหนา ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มฟู

คุณสามารถชิมเปรียบเทียบน้ำผึ้งได้ถึง 13 ชนิดอย่างจุใจ ด้านบนโทสต์เสิร์ฟมาพร้อมซอฟต์ครีมเนื้อนมเข้มข้น และอีกจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือสามารถกินรวงผึ้งตามธรรมชาติหรือคอมบ์ฮันนีได้ด้วย
พูดตามตรง คอมบ์ฮันนีอร่อยมากจริง ๆ! ไม่เพียงแต่อร่อย แต่หน้าตายังโดดเด่น ถ่ายรูปออกมาสวยมากด้วย
กิจกรรมซาลอนที่ “โรงหมักมีดเกียวโต”
Mead Salon ที่เรียนรู้เรื่องมีดได้
ที่ “โรงหมักมีดเกียวโต” ไม่ได้มีแค่การผลิตเท่านั้น คุณอิจิคาวะ ทาคุซาบุโระ ฮันนีฮันเตอร์ อยากให้ผู้คนรู้สึกว่าน้ำผึ้งและมีดเป็นสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น เขาจึงมองสถานที่แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่เผยแพร่วัฒนธรรมมีดด้วย และมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น สัมมนาเรื่องมีดความยาว 60 นาทีที่คุณอิจิคาวะมาพูดด้วยตัวเอง ซึ่งจัดประมาณเดือนละ 1–2 ครั้ง
-
บรรยากาศภายใน Mead Salon
-
ระหว่างเพลิดเพลินกับการชิมเปรียบเทียบมีดจากญี่ปุ่นและต่างประเทศหลายชนิด รวมถึงการชิมเปรียบเทียบน้ำผึ้งซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมีด คุณจะได้เรียนรู้ทั้งวิธีการผลิตและประวัติของมีด นอกจากนี้ยังมีของว่างเบา ๆ และของหวานที่เข้ากับมีดให้ลิ้มลองอีกด้วย
ภายในเวลา 60 นาทีที่อัดแน่นนี้ คุณจะได้รับความรู้มากมายจนแทบรู้สึกว่าอาจกลายเป็น “Mead Meister” ของโรงหมักมีดเกียวโตได้เลย
※เนื่องจากไม่มีอาหารมื้อหลัก แนะนำให้ทานอะไรรองท้องเล็กน้อยก่อนมาเข้าร่วมสัมมนา
- เวลาเปิด
-
แต่ละวัน 13:00–14:00
※ไม่สามารถเข้าออกระหว่างกิจกรรมได้ - ค่าเข้าร่วม
-
5,500 เยน (รวมภาษี)
※ต้องจองล่วงหน้า กรุณาจองก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง - จำนวนผู้เข้าร่วม
- รอบละ 4 คน
การจัดงาน Mead Night
บางโอกาสคุณอิจิคาวะจะมายืนประจำบาร์เคาน์เตอร์ของ Mead Salon ที่โรงหมักมีดเกียวโตด้วยตนเอง
คุณสามารถจิบมีดไปพร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำผึ้งและมีดได้อย่างเพลิดเพลิน
- วันจัดงาน
- จัดเป็นครั้งคราว
- เวลา
- 15:00–21:00(ลาสต์ออร์เดอร์ 20:00)
※แม้ไม่มีการจองล่วงหน้าก็สามารถเข้าใช้บริการได้ แต่เนื่องจากมีจำนวนที่นั่งจำกัด แนะนำให้จองก่อนมา
※การชำระเงินเป็นระบบแคชเลสทั้งหมดและชำระเมื่อสั่งสินค้า ไม่สามารถใช้เงินสดได้ กรุณาตรวจสอบก่อนเดินทาง
ตารางการเปิดให้บริการจะประกาศผ่าน X ทางการและ LINE ทางการ อย่าลืมลองเช็กดูก่อนนะ
การจัดงานอีเวนต์เกี่ยวกับมีด
นอกจากกิจกรรมประจำแล้ว ที่โรงหมักมีดเกียวโตยังมีการจัดอีเวนต์เกี่ยวกับมีดอย่างต่อเนื่อง
มีทั้ง “World Mead Fair” ที่เปิดโอกาสให้ลองมีดจากทั่วโลก และกิจกรรมจับคู่มีดกับอาหารที่เข้ากัน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดรวมตัวของคนรักมีดอยู่เสมอ
บทสรุป
พอได้มาสัมผัส “โรงหมักมีดเกียวโต” ก็ชวนให้รู้สึกขึ้นมาว่า มีดไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นวัฒนธรรมด้วย
น้ำผึ้งซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของมีดนั้น เป็นผลผลิตจากสี่ฤดูอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากฤดูกาลเหล่านั้น เมื่อได้ลิ้มรส จึงรู้สึกได้ทั้งถึงเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และประวัติศาสตร์
การผลิตมีดของ “โรงหมักมีดเกียวโต” เริ่มต้นจากความตั้งใจที่ว่า เพราะเป็นร้านน้ำผึ้ง จึงอยากสร้างมีดที่ทำได้เฉพาะในแบบของร้านน้ำผึ้งเท่านั้น
ทั้ง “miel mie” และ “โรงหมักมีดเกียวโต” ต่างมุ่งนำเสนอ “น้ำผึ้ง” ที่ตอบโจทย์ผู้คนในยุคปัจจุบัน พร้อมขยายความเป็นไปได้ของมันออกไป แม้จะเป็นน้ำผึ้งจากแหล่งดอกไม้เดียวกันและสถานที่เดียวกัน แต่รสชาติของปีนี้กับปีก่อนก็ยังต่างกันได้
เมื่อได้ลองชิมที่ “miel mie” คุณจะประหลาดใจกับความแตกต่างของรสชาติ และเมื่อได้ลองชิมมีดที่ทำจากน้ำผึ้งเหล่านั้นเปรียบเทียบกัน ก็จะสัมผัสได้ทันทีถึงกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ถ้ามีโอกาสมาเยือนเกียวโต อย่าลืมแวะไปที่ “โรงหมักมีดเกียวโต” และ “miel mie” เพื่อค่อย ๆ ทำความรู้จักโลกอันหอมหวานของมีดและน้ำผึ้งซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นทางกันนะ