ที่นี่เป็นอีกจุดหมายสำคัญสำหรับการทำความรู้จักประวัติศาสตร์และศิลปะของเกียวโต โดยเปิดในปี 1897 ในชื่อพิพิธภัณฑ์จักรวรรดิเกียวโต ภายในเก็บรักษาคอลเลกชันประมาณ 14,600 รายการ เน้นผลงานศิลปะและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับเกียวโต รวมถึงศิลปวัตถุโบราณของญี่ปุ่นและตะวันออก ตลอดจนโบราณวัตถุจากแหล่งฝังกลบทางประวัติศาสตร์ จากคอลเลกชันเหล่านี้ มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก ประติมากรรมอย่างพระพุทธรูป ภาพเขียนตั้งแต่สมัยเฮอังจนถึงยุคก่อนสมัยใหม่ ลายมือเขียน สิ่งทอ งานแลกเกอร์ และงานโลหะ ซึ่งล้วนสะท้อนประวัติศาสตร์ของเกียวโต พร้อมทั้งมีนิทรรศการพิเศษหมุนเวียนให้ชมอยู่เสมอ
พื้นที่จัดแสดงมีอยู่ 2 อาคาร อาคารแรกคืออาคารสไตล์ตะวันตกแบบย้อนยุคก่ออิฐสีแดง “เมจิ โคโตคัง (Meiji Kotokan)” ซึ่งยังคงรูปลักษณ์เดิมตั้งแต่ช่วงเปิดให้บริการ และตัวอาคารเองก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2021 ปิดการจัดแสดงชั่วคราวเนื่องจากแผนงานปรับปรุงเพื่อเสริมความทนทานต่อแผ่นดินไหว)
อาคารที่สองคือ “เฮเซ ชิชินคัง (Heisei Chishinkan)” เปิดในปี 2014 และออกแบบโดยโยชิโอะ ทานิกุจิ ผู้เคยออกแบบอาคารใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งนิวยอร์ก (MoMA) ด้วยรูปลักษณ์ที่เฉียบคมและทันสมัย ภายในยังมีคาเฟ่เรสตอรองต์ “The Muses” ที่บริหารโดยโรงแรมหรู Hyatt Regency Kyoto และ “Museum Shop Kyoto Benrido” สำหรับจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ อีกมุมหนึ่งที่น่าแวะคือคาเฟ่ “Maeda Coffee” ติดกับประตูทิศใต้ ซึ่งมองเห็นวิวสวยงามของอาคารเมจิ โคโตคังและสวนได้ด้วย
จุดเด่น
-
เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1897 และเก็บรักษาผลงานศิลปะ งานหัตถศิลป์ และของสะสมที่เกี่ยวข้องกับเกียวโตประมาณ 14,600 รายการ
-
อาคารจัดแสดงสไตล์ตะวันตกย้อนยุค “เมจิ โคโตคัง” เป็นอาคารทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
-
ส่วน “เฮเซ ชิชินคัง” ที่เปิดในปี 2014 เป็นผลงานของสถาปนิกชื่อดังระดับโลก โยชิโอะ ทานิกุจิ