เต็มอิ่มกับวิวสุดตระการตาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของคาโงชิมะ! คู่มือท่องเที่ยวเซ็นกันเอ็น

เต็มอิ่มกับวิวสุดตระการตาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของคาโงชิมะ! คู่มือท่องเที่ยวเซ็นกันเอ็น

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากหาสถานที่ที่ได้ชมทั้งวิวกว้างสวยตระการตาและบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม “เซ็นกันเอ็น” เป็นจุดหมายที่น่าแวะมาก
ที่นี่ผสานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคาโงชิมะเข้ากับสวนญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว พร้อมบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์
ภายในยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแบบ ทั้งแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม สถานที่สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม และร้านอาหารที่ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นได้ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่เที่ยวได้คุ้มตลอดทั้งวัน
บทความนี้จะแนะนำการเดินทางไป “เซ็นกันเอ็น” ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำ และจุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
หากวางแผนเที่ยวโดยอ้างอิงจากบทความนี้ คุณจะยิ่งสนุกกับ “เซ็นกันเอ็น” ได้มากขึ้นแน่นอน

เซ็นกันเอ็นเป็นสถานที่แบบไหน?

ริมชายฝั่งของเมืองคาโงชิมะ จังหวัดคาโงชิมะ มี “เซ็นกันเอ็น (Senganen)” ตั้งอยู่
ที่นี่เป็นทั้งคฤหาสน์พักผ่อนและสวนไดเมียวที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868 โดยชิมาซึ มิตสึฮิสะ ผู้ครองแคว้นซัตสึมะรุ่นที่ 2 และยังเคยใช้เป็นสถานที่รับรองบุคคลชั้นสูงอีกด้วย
โดยทั่วไป สวนไดเมียวมักจะสร้างสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง และจัดพื้นที่ให้เดินเล่นรอบสระได้
แต่เซ็นกันเอ็นไม่มีทั้งสระใหญ่และเนินจำลอง จุดเด่นคือการนำทิวทัศน์ของอ่าวคินโคะและซากุระจิมะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสวน
จึงสามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ที่หลอมรวมระหว่างสวนกับธรรมชาติของคาโงชิมะ และสัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
เพียงเดินเล่นช้า ๆ ในสวนพลางชมซากุระจิมะ หรือถ่ายภาพเก็บไว้ ก็เพลิดเพลินได้มากแล้ว
“โกเท็น” ซึ่งเคยใช้เป็นทั้งที่พักอาศัยและเรือนรับรองแขก ยังคงมีกลิ่นอายของสมัยเอโดะอย่างชัดเจน ทำให้สัมผัสวิถีชีวิตในยุคนั้นได้
ภายในพื้นที่กว้างถึง 50,000 ตารางเมตร ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการซึ่งมีส่วนช่วยต่อการพัฒนาประเทศญี่ปุ่นให้ทันสมัย ตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะถึงสมัยเมจิ ระหว่างปี ค.ศ. 1868–1912
อีกทั้งยังไม่ควรพลาด “โชโกะชูเซคัง” และ “ซากเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากผลงานอันโดดเด่นเหล่านี้
นอกจากนี้ยังมีโรงงานที่เปิดให้ชมกระบวนการผลิต “ซัตสึมะคิริโกะ” งานหัตถกรรมดั้งเดิมหายากอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่ามีจุดน่าสนใจมากมายทีเดียว

เซ็นกันเอ็นที่เพลิดเพลินได้ทั้งวิวหลากหลายและกิจกรรมมากมาย
เซ็นกันเอ็นที่เพลิดเพลินได้ทั้งวิวหลากหลายและกิจกรรมมากมาย

การเดินทางไปเซ็นกันเอ็น

ถ้าเริ่มต้นทริปจากสนามบินคาโงชิมะ ลองดูวิธีเดินทางไป “เซ็นกันเอ็น” ได้ที่นี่
สนามบินคาโงชิมะมีทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศ จึงเดินทางมาได้สะดวกมาก

เส้นทาง
1. จากชานชาลาหมายเลข 8 ของอาคารผู้โดยสารรถบัสที่สนามบินคาโงชิมะ ขึ้นรถบัส Kagoshima Kotsu สายไปศาลาว่าการเมือง แล้วลงที่ป้ายรถบัส “สถานีคาโงชิมะชูโอ”
2. เปลี่ยนไปขึ้นรถบัส Nankoku Kotsu สาย “คุโรกิซันมอนจิ” ลงที่ป้าย “หน้าเซ็นกันเอ็น” แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที
ระยะเวลา
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

เวลาทำการและค่าเข้าชมของเซ็นกันเอ็น

เวลาทำการและค่าเข้าชมของเซ็นกันเอ็น ดูได้จากตารางด้านล่าง

เวลาเปิด
9:00 – 17:00
ค่าเข้าชม
・ผู้ใหญ่: 1,600 เยน
・นักเรียนมัธยมปลาย, นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 800 เยน

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของเซ็นกันเอ็นคือช่วงไหน?

“เซ็นกันเอ็น” มีความสวยงามต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล แต่ถ้าถามถึงช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษ หลายคนมักนึกถึงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ภายในสวนมีต้นซากุระประมาณ 150 ต้น จากประมาณ 5 สายพันธุ์ รวมถึงคังฮิซากุระ โดยจะทยอยบานสวยตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน
ภาพซากุระจิมะที่มองผ่านดอกซากุระนั้นงดงามอย่างแท้จริง
ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการจัดงาน “เทศกาลดอกเบญจมาศ” โดยมีดอกเบญจมาศหลากสีประมาณ 15,000 ดอกประดับแต่งทั่วบริเวณสวน
หากมีโอกาส แนะนำให้มาเยือนในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง แล้วดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามแบบญี่ปุ่นให้เต็มที่

ฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระช่วยเติมสีสันให้ทั่วทั้งสวน
ฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระช่วยเติมสีสันให้ทั่วทั้งสวน

ดื่มด่ำประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคาโงชิมะ! 5 จุดที่ไม่ควรพลาดในเซ็นกันเอ็น

หลายคนอาจนึกถึง “เซ็นกันเอ็น” ในภาพของสวนที่ใช้ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของซากุระจิมะและอ่าวคินโคะได้อย่างงดงาม แต่เมื่อเดินดูจริง ๆ แล้ว ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก
สิ่งที่ทุกสถานที่มีร่วมกันคือ คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ของคาโงชิมะ
บางแห่งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย ดังนั้นถ้ามาเที่ยว ที่เที่ยว 5 แห่งต่อไปนี้ไม่ควรพลาดเลย

1. สวนไดเมียว

สวนไดเมียวชั้นนำของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1658 โดยชิมาซึ มิตสึฮิสะ ผู้นำตระกูลชิมาซึรุ่นที่ 19
ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ที่ใช้ซากุระจิมะเป็นเนินจำลอง และใช้อ่าวคินโคะแทนสระน้ำ ทำให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของคาโงชิมะที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล และสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
อีกหนึ่งเอกลักษณ์คืออิทธิพลของวัฒนธรรมจีนที่พบได้ทั่วสวน เช่น “เซ็นจินกัน” หินยักษ์ที่สลักตัวอักษรไว้ และ “ป่าไผ่โคนัน” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหน่อไม่อร่อย
ส่วน “ประตูซุซุมง” ที่เคยใช้เป็นประตูหลักในสมัยเอโดะ ถือเป็นประตูเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ใช้ดีบุกซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของคาโงชิมะแทนกระเบื้องมุงหลังคา และยังคงความงดงามมาจนถึงปัจจุบัน

ลองเดินเล่นในสวนที่ออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคาโงชิมะ
ลองเดินเล่นในสวนที่ออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคาโงชิมะ

2. โกเท็น

โกเท็นเป็นคฤหาสน์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1658 โดยชิมาซึ มิตสึฮิสะ เพื่อใช้เป็นบ้านพักของตระกูลชิมาซึ
ต่อมาที่นี่ทำหน้าที่เป็นทั้งบ้านหลักของชิมาซึ ทาดาโยชิ เจ้าแคว้นคนสุดท้าย และเป็นเรือนรับรองสำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ
จากตัวอาคารสามารถชมวิวซากุระจิมะได้อย่างงดงาม และอีกเสน่ห์หนึ่งก็คือการได้สัมผัสวิถีชีวิตของชนชั้นผู้ปกครอง ผ่านห้องต่าง ๆ เช่น “ห้องเข้าเฝ้า” ที่ออกแบบให้พบผู้คนจำนวนมากได้พร้อมกัน และ “ห้องนั่งเล่นส่วนตัว” ที่ชิมาซึ ทาดาโยชิใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ที่นั่น
ภายในยังมีเครื่องประดับแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คุงิคาคุชิ” ใช้ปิดหัวตะปูที่ดูแข็งกระด้างอยู่ถึง 11 แบบ สะท้อนให้เห็นถึงความพิถีพิถันของผู้คนในยุคนั้น
หากได้มาเยือนโกเท็น ลองมองหา “คุงิคาคุชิ” กันดู

ดื่มด่ำกับความงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ดื่มด่ำกับความงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

3. โชโกะชูเซคัง

ชิมาซึ นาริอากิระ เจ้าแคว้นซัตสึมะรุ่นที่ 11 เป็นผู้ปกครองคนสำคัญที่ผลักดันการก่อสร้างกลุ่มโรงงานแบบตะวันตกสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อนสำหรับหล่อปืนใหญ่ การต่อเรือ การผลิตแก้ว และการปั่นด้าย โดยโครงการพัฒนาสมัยใหม่เหล่านี้เรียกรวมกันว่า “โครงการชูเซคัง”
ในปี ค.ศ. 1865 ได้มีการก่อสร้างโรงงานเครื่องจักรสำหรับผลิตชิ้นส่วนเรือและอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วเสร็จ
ปัจจุบันโรงงานแห่งนั้นได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ “โชโกะชูเซคัง” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน 800 ปีของตระกูลชิมาซึ
ภายในจัดแสดงสิ่งของประมาณ 10,000 ชิ้น เช่น เครื่องจักรที่เคยใช้งานจริงซึ่งวางรากฐานให้ญี่ปุ่นสมัยใหม่ แบบจำลองเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน ภาพถ่ายแผ่นเงินที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ถ่าย สมบัติตกทอดของตระกูลชิมาซึ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับนาริอากิระ
ในปี ค.ศ. 2015 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรม “แหล่งมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมจิของญี่ปุ่น” ร่วมกับบางส่วนของเซ็นกันเอ็น

พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเจ้าแคว้นซัตสึมะและตระกูลชิมาซึ
พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเจ้าแคว้นซัตสึมะและตระกูลชิมาซึ

4. ซากเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน

สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม “ชูเซคัง” เป็นชื่อที่ใช้เรียกรวมกลุ่มโรงงานแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นเพื่อเสริมความมั่งคั่งและกำลังทหารของประเทศ
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ “เตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน” ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือส่วนฐานอยู่ภายใน “เซ็นกันเอ็น” เตาหลอมชนิดนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็นต่อการถลุงโลหะ
คุณจึงสามารถชมโบราณสถานล้ำค่าที่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางเร่งการพัฒนาญี่ปุ่นสู่ความทันสมัยได้ที่นี่
ซากเตาหลอมแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม “แหล่งมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมจิของญี่ปุ่น” อีกด้วย

ศูนย์กลางการพัฒนาสมัยใหม่ของญี่ปุ่นที่เคยใช้ถลุงเหล็กเพื่อผลิตปืนใหญ่
ศูนย์กลางการพัฒนาสมัยใหม่ของญี่ปุ่นที่เคยใช้ถลุงเหล็กเพื่อผลิตปืนใหญ่

5. โรงงานซัตสึมะคิริโกะ

“ซัตสึมะคิริโกะ” เป็นงานแก้วที่พัฒนารุ่งเรืองขึ้นโดยชิมาซึ นาริอากิระ ผู้ปกครองผู้มีชื่อเสียงแห่งสมัยเอโดะ
เครื่องแก้วที่นำแก้วสีต่าง ๆ มาซ้อนบนแก้วใสแล้วเจียระไนอย่างประณีตนี้ ได้รับการยกย่องสูงในประวัติศาสตร์งานหัตถกรรม ทั้งจากความงามและฝีมือชั้นสูง
อย่างไรก็ตาม มีการผลิตอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราว 20 กว่าปีเท่านั้น
หลังจากการผลิตหยุดลงไปประมาณ 100 ปี ตระกูลชิมาซึได้เป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟู จนปัจจุบันกลับมาผลิตอีกครั้งในฐานะงานหัตถกรรมดั้งเดิมของคาโงชิมะ
ที่ “โรงงานซัตสึมะคิริโกะ” คุณสามารถชมฝีมืออันยอดเยี่ยมของช่างที่ผลิตงานหัตถกรรมเหล่านี้ด้วยมืออย่างใกล้ชิด

ลองชมกันว่าแก้วซัตสึมะคิริโกะอันงดงามถูกสร้างขึ้นอย่างไร
ลองชมกันว่าแก้วซัตสึมะคิริโกะอันงดงามถูกสร้างขึ้นอย่างไร

มาสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของคาโงชิมะที่เซ็นกันเอ็น

ที่ “เซ็นกันเอ็น” มีกิจกรรมให้ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของคาโงชิมะได้หลากหลาย เช่น เวิร์กช็อปเจียระไนแก้วคิริโกะภายใต้คำแนะนำของช่างผู้เชี่ยวชาญ หรือกิจกรรมเพนต์ลวดลายบน “ซัตสึมายากิ” เครื่องปั้นดินเผาดั้งเดิมที่ร่วมสนุกได้ง่าย
ยังมีบริการเช่าชุดเกราะและเครื่องแต่งกายทางการของชนชั้นซามูไร สำหรับใส่เดินเล่นในสวนหรือถ่ายภาพที่ระลึก ให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนักรบญี่ปุ่นอีกด้วย
เมื่อมาเยือน “เซ็นกันเอ็น” อย่าชมเพียงวิวสวย ๆ เท่านั้น ลองเปิดประสบการณ์กับวัฒนธรรมดั้งเดิมของคาโงชิมะดูสักครั้ง

นอกจากซัตสึมะคิริโกะแล้ว ลองเพนต์ลวดลายบนซัตสึมายากิก็น่าสนุกไม่แพ้กัน
นอกจากซัตสึมะคิริโกะแล้ว ลองเพนต์ลวดลายบนซัตสึมายากิก็น่าสนุกไม่แพ้กัน

อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นคาโงชิมะได้ที่เซ็นกันเอ็น

ถ้าเดินเที่ยวจนเริ่มหิว ภายในสวนก็มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกอย่างครบครัน
ที่ “โอคะเท (Oukatei)” ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง “เซ็นกันเอ็น” คุณจะได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นคาโงชิมะหลายรายการ เช่น ชุดอาหารพื้นเมืองซัตสึมะที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น
ถัดจาก “โอคะเท” คือคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น “เซ็นกันเอ็นซะเรียว” ที่สามารถเพลิดเพลินกับมัตฉะ เซ็นฉะซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของคาโงชิมะ และขนมดั้งเดิมของซัตสึมะอย่าง “คารุคัง”
ใกล้กับซากเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน ยังมี “เรียวโบะโมจิยะ” ร้านที่เสิร์ฟ “จัมโบะโมจิ” ขนมโมจิคำเล็กเสียบไม้ 2 ไม้ซึ่งได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของเซ็นกันเอ็น
ระหว่างชมซากุระจิมะและอ่าวคินโคะอันยิ่งใหญ่ตรงหน้า ลองอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมือง ของขึ้นชื่อ และเมนูดังประจำเซ็นกันเอ็นกันให้เต็มที่

เมนูขึ้นชื่อของเซ็นกันเอ็นที่ไม่ควรพลาด “จัมโบะโมจิ”
เมนูขึ้นชื่อของเซ็นกันเอ็นที่ไม่ควรพลาด “จัมโบะโมจิ”

ซื้อของฝากเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมและขนมขึ้นชื่อของคาโงชิมะ! ร้านน่าแวะเลือกของฝากในเซ็นกันเอ็น

ถ้าอยากหาของฝากกลับไป ภายใน “เซ็นกันเอ็น” ก็มีร้านให้เลือกหลายแห่ง เช่น “ร้านของฝาก ซัตสึมะโนเร็น” และ “ร้านของฝาก ชิมาซึโนเร็น”
ที่ “ซัตสึมะโนเร็น” มีทั้งขนมของคาโงชิมะและงานหัตถกรรมดั้งเดิมให้เลือกมากมาย คุณสามารถซื้อ “โอชิมะสึมุงิ” ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผ้าทอชั้นนำของโลก รวมถึงขนมลิมิเต็ดเฉพาะเซ็นกันเอ็นได้
ส่วน “ชิมาซึโนเร็น” รวบรวมขนมและสินค้าขึ้นชื่อที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับตระกูลชิมาซึและแคว้นซัตสึมะ เช่น คารุคัง ชาคาโงชิมะ และน้ำส้มสายชูดำ
หากแวะ “ร้านของฝาก ซัตสึมะโนเร็น” หรือ “ร้านของฝาก ชิมาซึโนเร็น” ก็น่าจะได้ไอเทมน่าซื้อกลับไปฝากครอบครัวและเพื่อนอย่างแน่นอน

เลือกซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมกลับไปเป็นของฝาก เช่น “โอชิมะสึมุงิ” งานหัตถกรรมขึ้นชื่อของคาโงชิมะ
เลือกซื้องานหัตถกรรมดั้งเดิมกลับไปเป็นของฝาก เช่น “โอชิมะสึมุงิ” งานหัตถกรรมขึ้นชื่อของคาโงชิมะ

3 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เซ็นกันเอ็น

รอบ ๆ “เซ็นกันเอ็น” ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติของคาโงชิมะได้อีกหลายแห่ง
จะเลือกไปเรียนรู้ประวัติของซากุระจิมะ หรือแช่อ่างแช่เท้าพร้อมชมวิวซากุระจิมะ ก็ล้วนเป็นวิธีดี ๆ ในการสัมผัสเสน่ห์ของพื้นที่นี้
เมื่อเที่ยว “เซ็นกันเอ็น” จนจุใจแล้ว อย่าลืมแวะสถานที่ท่องเที่ยวที่จะแนะนำต่อไปนี้ด้วย

1. สวนชิโรยามะ

สวนธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนเนินเขา “ชิโรยามะ” ใจกลางเมืองคาโงชิมะ มีความสูงประมาณ 107 เมตร สามารถขึ้นไปได้สะดวกทั้งโดยรถบัสและเดินเท้า
จากจุดชมวิวบนยอดเขา คุณจะมองเห็นทั้งซากุระจิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาโงชิมะ และอ่าวคินโคะแบบพาโนรามา รวมถึงวิวเมืองที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
แม้อยู่ไม่ไกลจากย่านคึกคักของเมือง แต่ที่นี่ก็เป็นแหล่งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีพืชเขตอบอุ่นและกึ่งร้อนขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ต้นการบูรขนาดใหญ่ เฟิร์น และซันโกจุ โดยในปี ค.ศ. 1931 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทั้งอนุสรณ์ธรรมชาติและโบราณสถานของประเทศ

จุดชมวิวสวยตระการตาที่มองเห็นซากุระจิมะและอ่าวคินโคะ สัญลักษณ์ของคาโงชิมะได้แบบเต็มตา
จุดชมวิวสวยตระการตาที่มองเห็นซากุระจิมะและอ่าวคินโคะ สัญลักษณ์ของคาโงชิมะได้แบบเต็มตา

2. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซากุระจิมะ

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซากุระจิมะตั้งอยู่ห่างจากอาคารเฟอร์รี่ท่าเรือซากุระจิมะโดยเดินประมาณ 10 นาที
ที่นี่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับซากุระจิมะและอุทยานแห่งชาติคิริชิมะคินโคะวัง ซึ่งได้รับการรับรองเป็น “อุทยานธรณีซากุระจิมะ–อ่าวคินโคะ” ผ่านนิทรรศการทั้งภาพวิดีโอและไดโอรามา โดยภายในแบ่งออกเป็น 7 โซน
ด้วยเนื้อหาที่หลากหลาย คุณจึงสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และธรรมชาติของซากุระจิมะและพื้นที่โดยรอบได้อย่างละเอียด

เตรียมตัวก่อนเที่ยวซากุระจิมะได้ที่นี่! ศูนย์ข้อมูลที่เข้าชมฟรี
เตรียมตัวก่อนเที่ยวซากุระจิมะได้ที่นี่! ศูนย์ข้อมูลที่เข้าชมฟรี

3. สวนลาวานางิสะซากุระจิมะและอ่างแช่เท้า

สวนริมทะเลที่ได้รับความนิยมจากอ่างแช่เท้าซึ่งใช้บริการได้ฟรี
น้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินลึก 1,000 เมตร มีสีแดงน้ำตาลและอุดมด้วยธาตุเหล็กกับแร่ธาตุ เมื่อลงแช่เท้าจะช่วยให้ร่างกายอุ่นสบาย
ด้วยความยาวประมาณ 100 เมตร จึงถือเป็นอ่างแช่เท้าขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น และยังเป็นจุดพักผ่อนที่สามารถผ่อนคลายไปพร้อมชมอ่าวคินโคะเบื้องหน้าและซากุระจิมะด้านหลังได้อีกด้วย

สวนที่โดดเด่นด้วยอ่างแช่เท้าขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ยาวประมาณ 100 เมตร ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
สวนที่โดดเด่นด้วยอ่างแช่เท้าขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ยาวประมาณ 100 เมตร ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบเซ็นกันเอ็น

รอบ ๆ เซ็นกันเอ็นมีร้านยอดนิยมที่เสิร์ฟรสชาติแบบคาโงชิมะกระจายอยู่หลายแห่ง โดยมีฉากหลังเป็นวิวซากุระจิมะอันยิ่งใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างสวยงาม
จึงมีตัวเลือกของอร่อยน่าแวะที่เหมาะกับการแทรกในทริปเที่ยวอย่างลงตัว
หลังเดินเล่นมาแล้ว ลองเช็กดูสักร้านที่น่าจะช่วยเติมเต็มความประทับใจของวันได้มากขึ้น

1. Kaya Cafe Beachside (ชื่อเดิม: Factory)

คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สวนไดเมียวมรดกโลก “เซ็นกันเอ็น”
ทำเลก็ดีเยี่ยม เพราะตั้งอยู่ริมถนนในจุดที่มองออกไปเห็นซากุระจิมะและอ่าวคินโคะได้จากหน้าต่าง และในช่วงอากาศดี ๆ คุณสามารถนั่งพักผ่อนพร้อมรับลมทะเลเย็นสบายได้อย่างเพลิดเพลิน
ภายในร้านที่ทุกที่นั่งเป็นโซฟาแสนสบาย มีอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากจังหวัดคาโงชิมะให้เลือก จึงไม่ได้เหมาะแค่มานั่งคาเฟ่ แต่ยังอิ่มกับมื้ออาหารได้เต็มที่

คาเฟ่ที่เพลิดเพลินกับอาหารอร่อยไปพร้อมชมซากุระจิมะและทะเล
คาเฟ่ที่เพลิดเพลินกับอาหารอร่อยไปพร้อมชมซากุระจิมะและทะเล

2. CHIN JUKAN POTTERY ห้องน้ำชา

“ซัตสึมายากิ” เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่แม้ดูเรียบง่ายแต่ประณีตละเอียด และได้รับการยกย่องมาแต่โบราณในฐานะสินค้าส่งออกชั้นนำของญี่ปุ่น
ที่นี่คือแกลเลอรีและคาเฟ่ที่จัดแสดงผลงานของแบรนด์เครื่องปั้นดินเผา “CHIN JUKAN POTTERY” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง “เตาเผาชินจูคัง” ผู้สืบสานประวัติศาสตร์นี้ กับทีม “Landscape Products” ที่มุ่งสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ
ในเมนูมีรายการที่คัดสรรโดยยึดโยงกับคาโงชิมะ เช่น “ชีสเค้กมันหวานซัตสึมะ” และ “พงคิจิชอร์ตเค้ก” ขนมหวานท้องถิ่นที่เป็นที่รักของผู้คน

แบรนด์ดังและทีมดีไซน์ร่วมกันถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์เครื่องปั้นดินเผา
แบรนด์ดังและทีมดีไซน์ร่วมกันถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์เครื่องปั้นดินเผา

3. เนื้อและไวน์ คุโระโนะโคโตบุคิ (Kronos)

“เนื้อและไวน์ คุโระโนะโคโตบุคิ (Kronos)” ตั้งอยู่ในย่านเท็มมงคัง เป็นร้านอาหารวิวสวยบนชั้น 15 ของเซ็นเทラスเท็มมงคัง
ด้วยเมนูที่ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบของคาโงชิมะซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดชั้นนำด้านปศุสัตว์ของญี่ปุ่น ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยมทั้งจากนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว
คอนเซ็ปต์ของ “เนื้อและไวน์ คุโระโนะโคโตบุคิ (Kronos)” คือ “เมนูเนื้อ”
คุณจึงจะได้ลิ้มลองอาหารเนื้อรสชาติเข้มข้นที่ถ่ายทอดทักษะซึ่งสั่งสมมาจากงานในโรงแรมอย่างเต็มที่

ไดนิ่งเมนูเนื้อที่ให้คุณดื่มด่ำการจับคู่รสชาติระหว่างวัตถุดิบจากคาโงชิมะกับไวน์
ไดนิ่งเมนูเนื้อที่ให้คุณดื่มด่ำการจับคู่รสชาติระหว่างวัตถุดิบจากคาโงชิมะกับไวน์

รีวิวของเซ็นกันเอ็น

4.32

มีการแปลบางส่วนด้วย AI

  • 可 可
    2023.02.28
    See More

    สวนในเซ็นกันเอ็นมีทั้งภูเขาและสายน้ำอยู่สองด้าน ผสานป่าไผ่ ก้อนหิน และสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นสวนญี่ปุ่นที่ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก คุ้มค่ากับการแวะมาเยือน

  • เซ็นกันเอ็นเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของคาโกชิมะ ถ้าอากาศดีจะได้เห็นทั้งภูเขาไฟซากุระจิมะและวิวสวนอยู่ตรงหน้าแบบเต็มตา แค่วิวนี้ก็คุ้มมากและแนะนำให้ใส่ไว้ในลิสต์เที่ยวคาโกชิมะเลย 👍

  • นอกจากจะชมสวนสวยได้แล้ว พื้นที่ข้างๆ ของพิพิธภัณฑ์ Shoko Shuseikan ก็ยังมีการแนะนำประวัติศาสตร์การปฏิรูปเมจิและการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่นด้วย อีกทั้งยังเป็นโรงงานอุตสาหกรรมแบบตะวันตกยุคแรกของญี่ปุ่น

ดูรีวิวเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเซ็นกันเอ็น

Q

ช่วงชมซากุระที่สวยที่สุดของเซ็นกันเอ็นคือเมื่อไร?

A

ช่วงที่สวยที่สุดคือประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์

Q

ในเซ็นกันเอ็นมีศาลเจ้าด้วยไหม?

A

มี “ศาลเจ้าสึรุกาเนะ (Tsurugane Jinja)” และ “ศาลเจ้าโอนิวะ (Oniwa Jinja)”

Q

เซ็นกันเอ็นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไม่?

A

ตัวเซ็นกันเอ็นเองยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ “โชโกะชูเซคัง” และ “ซากเตาหลอมแบบสะท้อนความร้อน” ภายในสวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

บทสรุป

เราได้แนะนำจุดที่ควรไปภายใน “เซ็นกันเอ็น” วิธีเดินทาง และฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำกันไปแล้ว
เสน่ห์ของ “เซ็นกันเอ็น” อยู่ที่สวนญี่ปุ่นซึ่งเปิดให้ชมวิวสุดตระการตาที่กลมกลืนกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของคาโงชิมะ รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ของคาโงชิมะได้
หากมาเที่ยวคาโงชิมะ ที่นี่ก็นับเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด
คาโงชิมะยังอุดมไปด้วยธรรมชาติ และมีสถานที่น่าสนใจอีกมากนอกเหนือจากที่แนะนำในบทความนี้
ถ้าอยากเที่ยวคาโงชิมะให้เต็มอิ่ม ลองดูบทความต่อไปนี้ซึ่งคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และย่านช้อปปิ้งน่าสนใจไว้ให้แล้วด้วย