
7 ราเม็งท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่อร่อยได้ตามแต่ละภูมิภาค
ถ้าพูดถึงเมนูที่ชวนให้นึกถึงญี่ปุ่น ราเม็งคงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ยาก แม้จะเป็นอาหารเรียบง่ายที่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ เส้น น้ำซุป และเครื่องหน้า แต่ด้วยสภาพอากาศ ของขึ้นชื่อประจำถิ่น และวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ จึงทำให้ราเม็งมีความหลากหลายอย่างไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปสายกระดูกและเนื้อสัตว์อย่างทงคตสึหรือกระดูกไก่ น้ำซุปจากอาหารทะเลอย่างปลาตากแห้งและปลาโอแห้ง รวมถึงเส้นที่มีทั้งความหนาและความหยักต่างกัน ตลอดจนชนิดของเครื่องหน้าที่ใช้ การได้ลองชิมเปรียบเทียบวัฒนธรรมราเม็งเฉพาะถิ่นของแต่ละพื้นที่ก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกของการเที่ยวชิมอาหารท้องถิ่น
ในบรรดาราเม็งท้องถิ่นหลากหลายแบบ เราขอแนะนำราเม็งท้องถิ่นจาก 7 ภูมิภาคให้คุณได้รู้จัก
ราเม็งท้องถิ่น 7 แบบที่น่าสนใจ
1. มิโซะราเม็ง (ฮอกไกโด)

ถ้าเอ่ยถึงราเม็งท้องถิ่นของฮอกไกโด หลายคนน่าจะนึกถึงซัปโปโรมิโซะราเม็ง (Sapporo Miso Ramen) เป็นลำดับแรก เส้นหยักขนาดกลางค่อนข้างหนาเข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้นที่ทำจากน้ำสต๊อกกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ แล้วเติมความหอมและความลึกของมิโซะลงไป โดยมาตรฐานมักเสิร์ฟพร้อมผักผัดเป็นเครื่องหน้า ส่วนมิโซะบัตเตอร์คอร์นที่เติมเนยและข้าวโพดซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของฮอกไกโด ก็เป็นเมนูยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเช่นกัน
2. สตามินะฮิยาชิราเม็ง (จังหวัดอิบารากิ)

สตามินะฮิยาชิราเม็ง (Stamina Hiyashi Ramen) เป็นเมนูที่นำเส้นหนาเหนียวนุ่มไปลวกแล้วแช่น้ำเย็นให้กระชับ ก่อนราดด้วยซอสร้อน ๆ ซอสข้นนี้ใส่ตับ ฟักทอง กุยช่าย แครอต และผักสีเขียวเหลืองอีกมากมาย ปรุงรสด้วยโชยุหวานเค็มอย่างกลมกล่อม เป็นอาหารท้องถิ่นที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับทั้งสัมผัสหนึบของเส้นและความหลากหลายของเครื่อง
3. คัตสึอุระทันตัมเม็ง (จังหวัดชิบะ)

คัตสึอุระทันตัมเม็ง (Katsuura Tantanmen) มีต้นกำเนิดในพื้นที่คัตสึอุระ จังหวัดชิบะ เมืองที่มีผู้คนทำงานเกี่ยวกับการประมงอยู่มาก ว่ากันว่าเมนูนี้ถูกคิดขึ้นเพื่อช่วยให้ชาวประมงและนักดำน้ำหญิงคลายหนาวในฤดูหนาว ต่างจากตันตันเม็งทั่วไปตรงที่ใช้น้ำซุปกระดูกไก่ใส มีน้ำมันพริกลอยอยู่มากจนเป็นสีแดงสด และเติมเครื่องอย่างหัวหอมสับ เนื้อบด กุยช่าย และต้นหอมลงไป
4. ซันมะเม็ง (จังหวัดคานางาวะ)

ซันมะเม็ง (Sanmamen) เป็นเมนูเส้นที่มีต้นกำเนิดในโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ ซึ่งมีไชน่าทาวน์ตั้งอยู่ ตัวเมนูคือการนำผักอย่างถั่วงอก ผักกาดขาว และเห็ดหูหนู ที่ผัดพอให้ยังคงความกรุบ รวมถึงหมู มาทำเป็นราดหน้าข้นแล้ววางบนราเม็งเส้นเล็ก ด้วยความที่เป็นราดหน้าร้อน ๆ จึงเย็นช้าและให้ปริมาณมาก จนได้รับความนิยมและเติบโตเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีเสิร์ฟตามร้านอาหารจีนทั่วจังหวัด
5. วากายามะราเม็ง (จังหวัดวากายามะ)

วากายามะราเม็ง (Wakayama Ramen) เป็นราเม็งท้องถิ่นที่คนในพื้นที่เรียกว่า “ชูกะโซบะ” โดยมี 2 ประเภท คือแบบโชยุที่น้ำซุปใส และแบบโชยุทงคตสึที่น้ำซุปขุ่น อีกลักษณะเด่นของวากายามะราเม็งคือ ร้านจำนวนมากมักมี “ฮายะซูชิ” วางไว้เป็นเมนูเคียง ซึ่งเป็นปลาซาบะชิ้นที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชู
6. ฮากาตะราเม็ง (จังหวัดฟุกุโอกะ)

ถัดมาทางคิวชู ก็มีฮากาตะราเม็ง (Hakata Ramen) ที่ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนราเม็งท้องถิ่นอันโดดเด่นที่สุด จุดเด่นคือใช้น้ำซุปทงคตสึสีขาวขุ่น และเส้นตรงขนาดเล็ก เครื่องหน้ามาตรฐานได้แก่ ชาชูหมู ต้นหอม และขิงดองสีแดง หลายร้านยังมีระบบ “คาเอะดามะ” ที่สามารถสั่งเพิ่มเฉพาะเส้นได้อีกด้วย
7. โอกินาวะโซบะ (จังหวัดโอกินาวะ)

เมื่อไปถึงโอกินาวะ เมนูที่มักได้เจอกันบ่อยคือโอกินาวะโซบะ (Okinawa Soba) จุดเด่นอยู่ที่เส้นแบบเฉพาะของโอกินาวะซึ่งทำจากแป้งสาลีล้วน น้ำซุปปรุงจากน้ำสต๊อกกระดูกหมูและปลาโอแห้ง ปรุงรสด้วยเกลือและโชยุ จึงให้รสอร่อยเข้มข้นจากกระดูกหมู เครื่องหน้ามาตรฐานคือ คามาโบโกะ ต้นหอม และขิงดองสีแดง ส่วนแบบที่ท็อปด้วยซี่โครงหมูตุ๋นจะเรียกว่า “โซกิโซบะ” และเป็นเมนูยอดนิยมที่น่าลอง
บทสรุป
เป็นอย่างไรกันบ้าง?
เมนูที่ยกมาแนะนำที่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของราเม็งท้องถิ่นเท่านั้น บางเมนูก็เป็นที่รักของคนในพื้นที่มาอย่างเงียบ ๆ บางเมนูก็โด่งดังจนช่วยสร้างสีสันให้เมือง ราเม็งท้องถิ่นของญี่ปุ่นยังมีเสน่ห์ให้ค้นหาอีกมาก หากคุณมีโอกาสเดินทางในญี่ปุ่น อย่าลืมลองตามหาราเม็งประจำถิ่นแล้วชิมด้วยตัวเองดูนะ