เรียนรู้และสัมผัสความเสียหายกับความน่าสะพรึงของระเบิดปรมาณู【คู่มือท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา】

เรียนรู้และสัมผัสความเสียหายกับความน่าสะพรึงของระเบิดปรมาณู【คู่มือท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา】

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

หากได้มาเยือนฮิโรชิมา สถานที่แห่งหนึ่งที่ชวนให้หยุดคิดและมองประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิดก็คือ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา”
ที่นี่ถ่ายทอดสภาพความเสียหายอันโหดร้ายจากระเบิดปรมาณูผ่านเอกสารและภาพถ่าย และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดได้เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลกที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณู
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” มีนิทรรศการอะไรบ้าง และสามารถสัมผัสประสบการณ์แบบใดได้
หากอ่านจนจบ คุณจะเข้าใจความหมายของการมีอยู่ของ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” และอาจอยากไปเยือนด้วยตัวเองเพื่อรับรู้ผลกระทบของระเบิดปรมาณูและอาวุธนิวเคลียร์ให้ใกล้ตัวมากขึ้น

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาเป็นสถานที่แบบไหน?

เมืองฮิโรชิมาเป็นสถานที่ที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945
สิ่งปลูกสร้างโดยรอบพังทลายลงทั้งหมดในพริบตา และชีวิตอันมีค่าจำนวนมากถูกพรากไปอย่างไม่เลือกหน้า
ภายในพื้นที่ของ “สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” จึงมีการก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” ขึ้นเพื่อถ่ายทอดภาพความเสียหายอันโหดร้ายจากระเบิดปรมาณู
พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย “อาคารหลัก” และ “อาคารตะวันออก” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยจัดแสดงเอกสารและภาพถ่ายเกี่ยวกับสภาพของเมืองฮิโรชิมาก่อนการทิ้งระเบิด ประวัติของการทิ้งระเบิดปรมาณู และสิ่งของของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
เมื่อเดินชมภายในอาคาร คุณจะได้สัมผัสเสมือนจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในฮิโรชิมาในวันถูกระเบิด และได้เรียนรู้พร้อมตระหนักถึงความน่าสะพรึงของอาวุธนิวเคลียร์และสงครามอีกครั้ง
ที่ผ่านมา ที่นี่ยังเคยต้อนรับบุคคลสำคัญจากหลายประเทศและคนดังระดับโลก เช่น วงร็อก เลดเซพพลิน และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024) ซึ่งต่างได้ฝากข้อความไว้อาลัยและสารแห่งสันติภาพไว้เช่นกัน

อาคารหลักของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา
อาคารหลักของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

ถ้าจะเริ่มต้นเดินทางไป “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” จุดที่สะดวกที่สุดคือ “สถานีฮิโรชิมา” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับเที่ยวในฮิโรชิมา
วิธีไปมีอยู่หลายแบบ แต่ถ้าเลือกทางที่ใช้งานกันบ่อยก็แนะนำรถรางและรถบัสประจำทางเป็นหลัก
ส่วน “โดมปรมาณู” ซึ่งอยู่ใกล้กันนั้น สามารถเดินจาก “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” ได้ภายในประมาณ 8 นาที

กรณีเดินทางด้วยรถราง

เส้นทาง
1. จากป้ายรถบัสทางออกทิศใต้ของ “สถานี JR ฮิโรชิมา” ขึ้นรถบัสฮิโรชิมาสาย 24 ปลายทาง “โยชิจิมะเอเกียวโชะ” หรือ “โรงพยาบาลโยชิจิมะ”
2. ลงที่ป้าย “สวนอนุสรณ์สันติภาพ” แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

กรณีเดินทางด้วยรถบัสประจำทาง

เส้นทาง
1. จากจุดขึ้นรถ “เมเปิลลูป” บริเวณทางออกชินคันเซ็นของ “สถานีฮิโรชิมา” ขึ้นรถบัสท่องเที่ยววนรอบ “ฮิโรชิมะ เมเปิลลูป” สายสีส้ม แล้วลงที่ป้าย “หน้าอุทยานสันติภาพ” ※สามารถใช้สายสีเขียวหรือสายเลมอนก็ได้
2. จาก “หน้าอุทยานสันติภาพ” เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมามีดังนี้
เวลาเปิด-ปิดแตกต่างกันตามช่วงฤดูกาล จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าไว้สักหน่อย

เวลาเปิด
【มีนาคม–กรกฎาคม】7:30–19:00
【สิงหาคม】7:30–20:00
(วันที่ 5 และ 6 สิงหาคม ปิดเวลา 21:00)
【กันยายน–พฤศจิกายน】7:30–19:00
【ธันวาคม–กุมภาพันธ์】7:30–18:00
※การเข้าชมห้องนิทรรศการถาวรในช่วงเวลา 7:30–8:30 และช่วงเวลาต่อไปนี้ จำเป็นต้องจองล่วงหน้าทางออนไลน์
【มีนาคม–กรกฎาคม】17:30–18:30
【สิงหาคม】18:30–19:30
(วันที่ 5 และ 6 สิงหาคม เข้าชมได้ถึง 20:30)
【กันยายน–พฤศจิกายน】17:30–18:30
【ธันวาคม–กุมภาพันธ์】16:30–17:30
ค่าเข้าชม (นิทรรศการถาวร)
・ผู้ใหญ่ (นักศึกษามหาวิทยาลัยขึ้นไป): 200 เยน
・นักเรียนมัธยมปลาย: 100 เยน
・นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า เข้าฟรี

6 โซนนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

“พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” โดยหลักแล้วประกอบด้วยนิทรรศการถาวร 6 โซน
ต่อจากนี้เราจะค่อยๆ พาไปรู้จักว่าแต่ละโซนจัดแสดงอะไร และผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบใดบ้าง

1. “นิทรรศการนำเข้า” ที่ถ่ายทอดภาพรวมและข้อมูลเบื้องต้นของความเสียหายจากระเบิดปรมาณู

“นิทรรศการนำเข้า” ซึ่งเริ่มต้นจากชั้น 3 ของอาคารตะวันออก จัดแสดงเอกสาร เช่น ภาพถ่ายจำลองและแบบจำลอง ที่แนะนำสภาพของเมืองฮิโรชิมาตั้งแต่ก่อนการทิ้งระเบิด ช่วงเวลาที่ถูกทิ้งระเบิด และทันทีหลังจากนั้น
จุดเด่นคืออธิบายโดยเน้นภาพรวม เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจความเสียหายทั้งหมด รวมถึงลำดับเหตุการณ์และภัยคุกคามจากการถูกระเบิดได้ในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ ก่อนเข้าสู่อาคารหลัก ยังมีการออกแบบให้ผู้ชมได้มองเรื่องระเบิดปรมาณูจากมุมมองที่นอกเหนือจากความเสียหายโดยตรง เช่น ความพยายามเพื่อสันติภาพ และชีวิตของผู้คนที่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคที่เกิดจากรังสี
โดยเฉพาะ “ไวต์พาโนรามา” ซึ่งฉายภาพเมืองที่พังพินาศหลังถูกระเบิดด้วยเทคนิค CG เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะช่วยถ่ายทอดอานุภาพของระเบิดปรมาณูได้อย่างชัดเจน

ลองจดจำภาพทิวทัศน์เมืองฮิโรชิมาในปัจจุบันไว้ แล้วค่อยมาเยี่ยมชมที่นี่
ลองจดจำภาพทิวทัศน์เมืองฮิโรชิมาในปัจจุบันไว้ แล้วค่อยมาเยี่ยมชมที่นี่

2. “ฮิโรชิมาในวันที่ 6 สิงหาคม” ที่ทำให้สัมผัสสภาพความเสียหายจากระเบิดปรมาณูได้อย่างสมจริง

เมื่อเดินข้ามทางเชื่อมมา คุณจะเข้าสู่โถงทางเข้าของอาคารหลักที่มีภาพถ่ายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้อนรับผู้มาเยือน
อาคารหลักมีบทบาทในการถ่ายทอดสภาพความเสียหายจากการถูกระเบิดและความไร้มนุษยธรรมของอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทำให้ผู้ชมตระหนักว่านี่คือปัญหาที่เรายังคงต้องเผชิญในปัจจุบัน
ในโซน “ฮิโรชิมาในวันที่ 6 สิงหาคม” ช่วงแรกคือส่วน “สภาพความเสียหายในวันที่ 6 สิงหาคม” ซึ่งจัดแสดงภาพถ่ายและเอกสารเกี่ยวกับเมืองที่พังทลายจากระเบิด เสื้อผ้าของผู้คน และสภาพภายในสถานพยาบาลฉุกเฉิน
ถัดมาในส่วน “ความเสียหายจากรังสี” จะอธิบายผลกระทบของรังสีจากระเบิดปรมาณูต่อร่างกายมนุษย์ รวมถึงปัญหาสุขภาพและการเลือกปฏิบัติที่ผู้รอดชีวิตต้องเผชิญ
จุดเด่นคือมีภาพที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดจำนวนมาก ทั้งบาดแผลจากแรงระเบิดและสภาพผมร่วงจากผลกระทบของรังสี จนบางคนอาจรู้สึกลำบากใจที่จะมองตรงๆ

ยังมีการจัดแสดงสิ่งของของผู้ประสบเหตุที่ได้รับการบริจาคไว้อีกเป็นจำนวนมาก
ได้รับความอนุเคราะห์จากพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา ยังมีการจัดแสดงสิ่งของของผู้ประสบเหตุที่ได้รับการบริจาคไว้อีกเป็นจำนวนมาก

3. “ผู้ประสบภัยจากระเบิดปรมาณู” ที่เปิดให้สัมผัสความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย

ในโซน “ผู้ประสบภัยจากระเบิดปรมาณู” มีการเก็บรักษาสิ่งของของผู้ที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู รวมถึงบันทึกและภาพวาดที่พวกเขาทิ้งไว้ และนำมาจัดแสดงอย่างทะนุถนอมพร้อมภาพถ่ายของเจ้าของสิ่งของและถ้อยคำจากครอบครัวผู้บริจาค
เมื่อได้เห็นสิ่งของที่เสียหายอย่างหนัก รวมถึงสัมผัสความเศร้าและความโกรธอันยากจะอธิบายของครอบครัวผู้สูญเสีย คุณอาจเกิดความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม
ในส่วน “เสียงร้องจากดวงวิญญาณ” มีชิ้นจัดแสดงสำคัญอย่าง “จักรยานสามล้อและหมวกเหล็ก” และ “สิ่งของของนักเรียนมัธยมต้น 3 คน” ซึ่งเป็นหลักฐานล้ำค่าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของระเบิดปรมาณู จึงอยากให้ลองชมด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ส่วน “การมีชีวิตอยู่” ยังบอกเล่าเรื่องราวว่าผู้รอดชีวิตที่สูญเสียครอบครัวและเพื่อนฝูงดำเนินชีวิตต่อมาอย่างไร
ในบรรดานั้น นิทรรศการ “การล่มสลายของครอบครัวเอ็น” และ “เหลือเพียงลำพัง—ผู้สูงอายุผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู—” เป็นส่วนที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

นิทรรศการ “เสียงร้องจากดวงวิญญาณ” ที่มุ่งเน้นเสียงของผู้ประสบภัยแต่ละคน
ได้รับความอนุเคราะห์จากพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา นิทรรศการ “เสียงร้องจากดวงวิญญาณ” ที่มุ่งเน้นเสียงของผู้ประสบภัยแต่ละคน

4. “แกลเลอรี” ที่ย้อนดูประวัติของสวนอนุสรณ์สันติภาพและพิพิธภัณฑ์

บริเวณ “แกลเลอรี” ซึ่งถือเป็นจุดกึ่งกลางของนิทรรศการถาวร มีการจัดแสดงภาพถ่ายและเอกสารเกี่ยวกับการออกแบบและการก่อสร้าง “สวนอนุสรณ์สันติภาพ”
หลังจากเนื้อหาหนักๆ ในช่วงก่อนหน้า โซนนี้จะพาย้อนดูประวัติของตัว “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” เอง และภายในห้องก็ค่อนข้างสว่างจากแสงธรรมชาติภายนอก
เพราะฉะนั้น หากอยากพักใจสักครู่แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างก็น่าจะเป็นความคิดที่ดี
เมื่อเดินต่อไปจะกลับไปยังทางเข้าอาคารหลักอีกครั้ง และภาพถ่ายของเด็กผู้หญิงในตอนแรกจะเปลี่ยนเป็นหญิงสาววัยผู้ใหญ่ สื่อถึงความโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของระเบิดปรมาณูต่อผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่แค่ได้ย้อนดูประวัติของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ประวัติของสวนอนุสรณ์สันติภาพด้วย
ไม่ใช่แค่ได้ย้อนดูประวัติของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ประวัติของสวนอนุสรณ์สันติภาพด้วย

5. “อันตรายของอาวุธนิวเคลียร์” ที่ช่วยให้เข้าใจประวัติและสถานการณ์ปัจจุบันของระเบิดปรมาณู

เมื่อข้ามทางเชื่อมอีกครั้งและกลับมายังอาคารตะวันออก คุณจะเดินต่อไปยังโซน “อันตรายของอาวุธนิวเคลียร์”
โซนนี้จัดแสดงเอกสารเกี่ยวกับหัวข้อต่อไปนี้เป็นหลัก

  • เบื้องหลังของการวิจัยและพัฒนาระเบิดปรมาณู
  • ลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น
  • กลไกของระเบิดปรมาณูและภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
  • สถานการณ์การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงแนวโน้มของโลกในปัจจุบัน
  • กิจกรรมเพื่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ยังสามารถค้นหาและเรียนรู้ข้อมูลข้างต้นได้จาก “มีเดียเทเบิล” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ค้นหาข้อมูลขนาดใหญ่แบบหน้าจอสัมผัส
จึงเหมาะทั้งสำหรับทบทวนสิ่งที่ได้ชมมาแล้ว และใช้ศึกษาประเด็นที่สนใจให้ลึกยิ่งขึ้น

ช่วยให้เข้าใจประวัติและสถานการณ์ปัจจุบันของอาวุธนิวเคลียร์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ช่วยให้เข้าใจประวัติและสถานการณ์ปัจจุบันของอาวุธนิวเคลียร์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

6. “พัฒนาการของฮิโรชิมา” ที่บอกเล่าประวัติเมืองและเส้นทางการฟื้นฟู

โซนสุดท้าย “พัฒนาการของฮิโรชิมา” จะพาย้อนดูประวัติของฮิโรชิมาที่ก่อร่างขึ้นในฐานะเมืองปราสาทก่อนจะกลายเป็นเมืองทหาร พร้อมอธิบายชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงก่อนสงครามและระหว่างสงคราม
ที่นี่ยังมีการจัดแสดงแผงข้อมูลและเอกสารราชการที่สรุปภาพรวมของการฟื้นฟูจากความสับสนหลังการถูกระเบิด รวมถึงความพยายามและขบวนการต่างๆ ของภาครัฐและประชาชนในการเรียกร้องสันติภาพโลก
ในโซนนี้ก็มี “มีเดียเทเบิล” ให้ใช้งานเช่นกัน จึงลองใช้ประกอบการชมได้
ตั้งแต่ “นิทรรศการนำเข้า” ช่วงแรก ไปจนถึง “พัฒนาการของฮิโรชิมา” ช่วงสุดท้าย “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจมากมาย ทั้งในแง่ที่ชวนให้คิดและในแง่ที่สร้างความสะเทือนใจ
ด้วยเหตุนี้ จึงอยากบอกไว้ล่วงหน้าว่าการตั้งใจเผชิญหน้ากับนิทรรศการทั้งหมดอย่างจริงจังอาจหนักทางอารมณ์อยู่พอสมควร

เมื่อรู้ประวัติของฮิโรชิมาแล้ว ลองออกไปเดินชมย่านเมือง คุณอาจได้รับความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม
เมื่อรู้ประวัติของฮิโรชิมาแล้ว ลองออกไปเดินชมย่านเมือง คุณอาจได้รับความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม

ลองแวะชมสวนอนุสรณ์สันติภาพเพื่อเรียนรู้และสัมผัสประวัติศาสตร์อันโหดร้าย

หากมีเวลา อยากแนะนำให้เดินชม “สวนอนุสรณ์สันติภาพ” ควบคู่กันไปด้วย
พื้นที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องสันติภาพอันยั่งยืนของมนุษยชาติ และเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิด และจนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์สำหรับไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและอธิษฐานเพื่อสันติภาพโลก
ภายใน “สวนอนุสรณ์สันติภาพ” มีทั้ง “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” และอนุสรณ์สถานต่างๆ เช่น “โดมปรมาณู” กับ “อนุสรณ์สถานรำลึกผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู” ที่จะกล่าวถึงต่อไป
หากเที่ยวชมควบคู่กับ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” คุณจะยิ่งสัมผัสประวัติศาสตร์แห่งความสูญเสียได้ลึกซึ้งขึ้น จึงอยากชวนให้ลองแวะมาเยือน

1. โดมปรมาณู

“โดมปรมาณู” เป็นสิ่งปลูกสร้างล้ำค่าที่ถ่ายทอดสภาพความหายนะจากระเบิดปรมาณู ซึ่งเป็นอาวุธนิวเคลียร์ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ สู่คนยุคปัจจุบันและอนาคต
ในปี ค.ศ. 1996 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องให้ยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสร้างสันติภาพโลกอย่างถาวร
ผนังภายนอกที่พังเสียหายและโครงเหล็กที่เปลือยเปล่าซึ่งยังคงหลงเหลือในสภาพเดิม ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์อันโหดร้ายอย่างชัดเจน
แม้จะไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ แต่หากใช้สมาร์ตโฟนก็สามารถชมภาพภายในแบบ 360 องศาได้ จึงอยากแนะนำให้ลองใช้เมื่อไปเยือน

อาคารล้ำค่าที่ถ่ายทอดสภาพในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นถูกระเบิดปรมาณูมาสู่ปัจจุบัน ภายในสวนอนุสรณ์สันติภาพยังมีระฆังแห่งสันติภาพติดตั้งอยู่ด้วย
อาคารล้ำค่าที่ถ่ายทอดสภาพในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นถูกระเบิดปรมาณูมาสู่ปัจจุบัน ภายในสวนอนุสรณ์สันติภาพยังมีระฆังแห่งสันติภาพติดตั้งอยู่ด้วย

2. อนุสรณ์สถานรำลึกผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู

ศิลาหินที่สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานให้ฮิโรชิมาซึ่งพังทลายทั้งหมดจากระเบิดปรมาณู ได้รับการฟื้นฟูเป็นเมืองแห่งสันติภาพ คือ “อนุสรณ์สถานรำลึกผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู” (ชื่อทางการ: อนุสาวรีย์เมืองสันติภาพฮิโรชิมา)
ลักษณะเด่นคือหลังคาทรงบ้านแบบฮานิวะ ซึ่งสื่อถึงความตั้งใจว่า “อยากปกป้องดวงวิญญาณของเหยื่อระเบิดปรมาณูจากฝนและน้ำค้าง”
อยากให้ลองสังเกตถ้อยคำที่สลักไว้บนศิลาด้วยว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายจงหลับอย่างสงบ เพราะเราจะไม่ทำผิดซ้ำอีก”
ข้อความบนอนุสรณ์นี้สะท้อนคำอธิษฐานเพื่อสันติภาพโลกอย่างแท้จริง และเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจความหมายได้อย่างถูกต้อง จึงมีป้ายอธิบายหลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี และภาษาจีนตัวย่อ ติดตั้งไว้ด้วย

รูปทรงหลังคาอันเป็นเอกลักษณ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องดวงวิญญาณของเหยื่อระเบิดปรมาณูจากฝนและน้ำค้าง
รูปทรงหลังคาอันเป็นเอกลักษณ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องดวงวิญญาณของเหยื่อระเบิดปรมาณูจากฝนและน้ำค้าง

หากอยากเข้าใจความเสียหายจากระเบิดปรมาณูให้ลึกยิ่งขึ้น แนะนำพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ

ถ้าอยากทำความเข้าใจความเสียหายจากระเบิดปรมาณูให้ลึกขึ้นอีก ก็ไม่ควรมองข้ามประวัติศาสตร์ของนางาซากิ
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 หรือ 3 วันหลังจากฮิโรชิมาถูกระเบิด จังหวัดนางาซากิก็ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเช่นกัน
ที่นั่นมี “พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ” ซึ่งเช่นเดียวกับ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” ได้จัดนิทรรศการหลากหลายเพื่อมุ่งสู่โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอภาพถ่าย เอกสาร และแบบจำลองเกี่ยวกับสภาพอันน่าสลดจากระเบิดปรมาณู รวมถึงวิถีชีวิตของนางาซากิก่อนและหลังการทิ้งระเบิด และระดับความเสียหาย โดยถ่ายทอดอย่างมีลำดับเรื่องราวชวนติดตาม
สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ “นาฬิกาที่หยุดอยู่ที่เวลา 11:02 น.” ตรงทางเข้า ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดระเบิดขึ้น และ “แฟตแมน (ระเบิดปรมาณูแบบนางาซากิ)” แบบจำลองขนาดเท่าของจริงของระเบิดที่ถูกทิ้งลงนางาซากิ
นอกจากนี้ ยังมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับระเบิดปรมาณูและวิดีโอสะเทือนใจของผู้รอดชีวิต ทำให้เรียนรู้ภาพรวมของเหตุการณ์ที่นางาซากิได้ด้วย
ภายในยังมีห้องสมุดที่เก็บหนังสือและบทความหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับระเบิดปรมาณูและสันติภาพประมาณ 25,000 เล่ม
หากอยากศึกษาประวัติของระเบิดปรมาณูและสงครามอย่างลึกซึ้ง ก็อยากชวนให้ลองไปเยือน “พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ” เช่นกัน

สภาพความเสียหายของนางาซากิเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เรียนรู้ภัยคุกคามของระเบิดปรมาณู พร้อมภาวนาให้เกิดการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพ
สภาพความเสียหายของนางาซากิเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เรียนรู้ภัยคุกคามของระเบิดปรมาณู พร้อมภาวนาให้เกิดการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา

Q

ใช้เวลาชมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาประมาณเท่าไร?

A

โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที

Q

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาถูกสร้างขึ้นเพราะเหตุใด?

A

ก่อตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดโศกนาฏกรรมจากระเบิดปรมาณูที่เกิดขึ้นในฮิโรชิมาสู่ผู้คนทั่วโลกและคนรุ่นหลัง

บทสรุป

เราได้พาไปรู้จักตั้งแต่ภาพรวมของ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” ไปจนถึงเนื้อหาหลักของนิทรรศการถาวร
แม้เวลาจะผ่านมาประมาณ 79 ปีหลังการทิ้งระเบิดปรมาณู ปัจจุบัน “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” ก็ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้เรียนรู้และสัมผัสโศกนาฏกรรมนั้นได้โดยตรง
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัย สัญชาติ หรือสภาพแวดล้อมแบบใด เมื่อได้สัมผัสความจริงของผู้ประสบภัย ก็น่าจะมีบางอย่างที่สะเทือนใจอยู่ไม่น้อย
ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทบทวนเรื่องสันติภาพและอาวุธนิวเคลียร์ด้วย จึงอยากชวนให้คุณหาโอกาสไปเยือน “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา” และสัมผัสประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรถูกลืม
นอกจากนี้ บทความต่อไปนี้ยังรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับทริปฮิโรชิมา ทั้งเรื่องอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว หากอ่านควบคู่กันก็น่าจะช่วยวางแผนได้มากขึ้น