ประวัติและข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเที่ยวมรดกโลก โดมปรมาณู

ประวัติและข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเที่ยวมรดกโลก โดมปรมาณู

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เมื่อพูดถึงฮิโรชิมะ หลายคนย่อมนึกถึงวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 วันที่เมืองแห่งนี้ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และอีก 3 วันต่อมา ระเบิดก็ถูกทิ้งที่จังหวัดนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในโลกที่เคยประสบภัยจากระเบิดปรมาณู
“โดมปรมาณู” คือสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ เพื่อบอกเล่าความจริงอันโหดร้ายซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน และเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเช่นเดิมเกิดขึ้นอีก
บทความนี้จะพาย้อนดูความหมายของการมีอยู่ของ “โดมปรมาณู” และความโหดร้ายของระเบิดปรมาณูไปพร้อมกับประวัติศาสตร์อย่างละเอียด
หากอ่านจนจบ คุณจะเข้าใจ “โดมปรมาณู” มากยิ่งขึ้น และน่าจะสัมผัสความจริงของความเสียหายจากระเบิดปรมาณูได้ชัดเจนขึ้นยามไปเยือน

ประวัติของโดมปรมาณูที่ควรรู้ก่อนเที่ยว

ก่อนจะไปเยือน “โดมปรมาณู” ถ้ามีเวลา ขอแนะนำให้ลองทำความเข้าใจประวัติของสถานที่แห่งนี้ไว้สักเล็กน้อย
เหตุผลก็เพราะเมื่อได้เห็น “โดมปรมาณู” ด้วยตาตนเอง ความรู้สึกและความหมายที่ได้รับจะลึกซึ้งขึ้นอย่างมาก
ต่อจากนี้ เราจะพาไปดูการเปลี่ยนแปลงของ “โดมปรมาณู” และประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณู

ทิวทัศน์บริเวณโดมปรมาณูและสะพานโมโตยาสุในวันที่ 6 สิงหาคม มีพิธีลอยโคมเพื่อไว้อาลัย
ทิวทัศน์บริเวณโดมปรมาณูและสะพานโมโตยาสุในวันที่ 6 สิงหาคม มีพิธีลอยโคมเพื่อไว้อาลัย

ก่อตั้งขึ้นในฐานะอาคารแสดงสินค้าประจำจังหวัดฮิโรชิมะ

เดิมที “โดมปรมาณู” เป็นสถานที่ชื่อว่า “อาคารแสดงสินค้าประจำจังหวัดฮิโรชิมะ” ซึ่งใช้จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดฮิโรชิมะ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1915
อาคารนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเช็ก ยาน เลตเซิล มีลักษณะเด่นเป็นอาคารก่ออิฐ 3 ชั้น พร้อมโดมทรงวงรีอยู่ด้านบน
ในยุคนั้นถือเป็นอาคารสไตล์ยุโรปสมัยใหม่ที่สวยงามและหาได้ยาก ตกแต่งด้วยลวดลายเรขาคณิตอันโดดเด่นในแบบที่เรียกว่าเซเซสชัน
“อาคารแสดงสินค้าประจำจังหวัดฮิโรชิมะ” ค่อยๆ กลายเป็นสถานที่สำคัญของฮิโรชิมะที่ประชาชนคุ้นเคย และคึกคักด้วยงานต่างๆ เช่น นิทรรศการศิลปะฮิโรชิมะและงานมหกรรม
ต่อมาในปี ค.ศ. 1921 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อาคารแสดงสินค้าจังหวัดฮิโรชิมะ” และในปี ค.ศ. 1933 เปลี่ยนชื่อเป็น “อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ”

โดมปรมาณูในอดีตเคยเป็นสถานที่จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดฮิโรชิมะ
โดมปรมาณูในอดีตเคยเป็นสถานที่จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดฮิโรชิมะ

กลายเป็นซากอาคารกึ่งพังทลายในพริบตาจากการทิ้งระเบิดปรมาณู

“อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ” มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทางวัฒนธรรมของฮิโรชิมะ แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อ จึงหยุดดำเนินงานในปี ค.ศ. 1944
จากนั้นในเวลา 08:15 ของวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ระเบิดปรมาณูลูกแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติได้ถูกทิ้งทางด้านตะวันออกของ “อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ” และระเบิดขึ้นที่ระดับความสูงประมาณ 600 เมตรเหนือพื้นดิน
อาคารต่างๆ ภายในรัศมี 2 เมตรจากจุดศูนย์กลางการระเบิดถูกคลื่นระเบิดและความร้อนถล่มจนพังทลายลงในชั่วพริบตา ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมที่พรากชีวิตผู้คนจำนวนมาก
“อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ” เอง ส่วนหลักของชั้น 1–3 แทบพังเสียหายทั้งหมด แต่ส่วนโดมทนต่อแรงกระแทกไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้โครงและผนังด้านนอกยังคงเหลืออยู่ในสภาพกึ่งพังทลาย
แม้หน้าต่างและพื้นบางส่วนยังเหลืออยู่ แต่สุดท้ายก็ถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงโครงเหล็กและอิฐที่เปลือยออกมา
และนับแต่นั้น “อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ” ก็เริ่มถูกเรียกว่า “โดมปรมาณู”

แม้ส่วนหลักจะพังเสียหายทั้งหมด แต่โครงและผนังด้านนอกยังคงหลงเหลืออยู่
แม้ส่วนหลักจะพังเสียหายทั้งหมด แต่โครงและผนังด้านนอกยังคงหลงเหลืออยู่

ความเคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์โดมปรมาณู

หลังสงคราม ญี่ปุ่นเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ และอาคารที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูก็ได้รับการซ่อมแซมหรือรื้อถอน
สำหรับ “โดมปรมาณู” มีทั้งความเห็นให้รื้อถอนเพื่อไม่ให้รำลึกถึงโศกนาฏกรรม และความเห็นให้อนุรักษ์ไว้เพื่อถ่ายทอดสภาพความเสียหายจากระเบิดปรมาณู ทำให้เกิดการถกเถียงต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง
ต่อมาจากภาระค่าใช้จ่ายในการอนุรักษ์และความเสี่ยงต่อการพังถล่ม กระแสเริ่มเอนเอียงไปทางการรื้อถอน แต่บันทึกประจำวันของผู้ประสบเหตุระเบิดปรมาณู ฮิโรโกะ คาจิยามะ (Hiroko Kajiyama) ได้เปลี่ยนทิศทางดังกล่าว
ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของบันทึกที่มีชื่อเสียง โดยยกมาจากต้นฉบับตามเดิม ※ อาคารส่งเสริมอุตสาหกรรม = โดมปรมาณู

“มีเพียงอาคารส่งเสริมอุตสาหกรรมอันน่าเวทนานั้นเท่านั้นหรือ ที่จะคอยบอกเล่าความน่าสะพรึงกลัวของระเบิดปรมาณูต่อโลกตลอดไป”

หากสนใจ อยากชวนให้ลองอ่านฉบับเต็มดู
คุณคาจิยามะซึ่งประสบเหตุระเบิดปรมาณูตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดไมอีลอยด์ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากรังสี ขณะเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 1 ในวัยเพียง 16 ปี
บันทึกนี้สะเทือนใจผู้คนจำนวนมาก จนนำไปสู่การระดมทุนและการรวบรวมรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้อนุรักษ์ไว้ และในปี ค.ศ. 1966 สภาเทศบาลเมืองฮิโรชิมะได้มีมติให้อนุรักษ์ “โดมปรมาณู” ไว้อย่างถาวร

ภาพบรรยากาศของบันทึกประจำวันของฮิโรโกะ คาจิยามะ
ภาพบรรยากาศของบันทึกประจำวันของฮิโรโกะ คาจิยามะ

ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1996

ในปีถัดจากการมีมติ ได้มีการเริ่มและดำเนินงานอนุรักษ์ “โดมปรมาณู” จนแล้วเสร็จด้วยเงินบริจาค และต่อมาก็มีการซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอภายใต้การดูแลของเมืองฮิโรชิมะ
ในปี ค.ศ. 1992 หลังญี่ปุ่นให้ความยินยอมต่ออนุสัญญามรดกโลก เสียงเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียน “โดมปรมาณู” เป็นมรดกโลกก็เพิ่มมากขึ้น และสภาเทศบาลเมืองฮิโรชิมะได้ส่งคำร้องไปยังสำนักงานกิจการวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม “โดมปรมาณู” ยังไม่ผ่านเงื่อนไขการเสนอชื่อที่ระบุไว้ในอนุสัญญามรดกโลก เช่น การได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีปัจจัยทางการเมืองที่ต้องการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นความรู้สึกของประเทศอื่น ทำให้รัฐบาลมีท่าทีไม่ค่อยกระตือรือร้น
แต่แรงสนับสนุนค่อยๆ ขยายตัว จากหนังสือแสดงความเห็นขององค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัด การก่อตั้งกลุ่มภาคประชาชน และลายเซ็นเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกซึ่งท้ายที่สุดมีมากกว่า 1.65 ล้านรายชื่อ
ด้วยแรงผลักดันจากความเคลื่อนไหวเหล่านี้ สำนักงานกิจการวัฒนธรรมได้แก้ไขกฎหมายคุ้มครองวัฒนธรรม และในปี ค.ศ. 1995 “โดมปรมาณู” ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของประเทศ พร้อมทั้งได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกโลก
จากนั้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1996 “โดมปรมาณู” ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ลายเซ็นมากกว่า 1.65 ล้านรายชื่อช่วยผลักดันการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
ลายเซ็นมากกว่า 1.65 ล้านรายชื่อช่วยผลักดันการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

“โดมปรมาณู” ที่ยังคงเรียกร้องการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพโลก

ระเบิดปรมาณูเพียงลูกเดียวได้พรากชีวิตอันล้ำค่าจำนวนมหาศาล และเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ประสบเหตุรวมถึงครอบครัวของพวกเขาไปตลอดกาล
“โดมปรมาณู” ที่ยังคงสภาพในช่วงเวลาถูกระเบิด บอกเล่าโศกนาฏกรรมของระเบิดปรมาณูซึ่งเป็นอาวุธนิวเคลียร์ลูกแรกที่ถูกใช้จริงในประวัติศาสตร์มนุษย์แก่พวกเราที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา
ในขณะที่จำนวนผู้ประสบเหตุระเบิดปรมาณูลดลงทุกปี สถานที่แห่งนี้ก็น่าจะยังคงทำหน้าที่เป็นพยานทางประวัติศาสตร์ข้ามกาลเวลา
อีกด้านหนึ่ง ที่นี่ยังมีความหมายในฐานะสัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาที่จะเรียกร้องการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพโลกต่อไป
เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก เราไม่ควรลืมประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดนี้เป็นอันขาด

โดมปรมาณูที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของระเบิดปรมาณูสู่ผู้คนในปัจจุบัน
โดมปรมาณูที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของระเบิดปรมาณูสู่ผู้คนในปัจจุบัน

ที่โดมปรมาณูทำอะไรได้บ้าง?

เมื่อไปถึง “โดมปรมาณู” สิ่งแรกที่ควรรู้คือบริเวณรอบอาคารมีรั้วล้อมไว้ นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถเข้าไปชมด้านในได้โดยตรง
ถ้าอยากเห็นภายใน ลองสแกน AR Marker ที่ติดตั้งอยู่บนป้ายข้อมูลท่องเที่ยวทางด้านเหนือของ “โดมปรมาณู”
หลังเข้าไปที่เว็บไซต์นี้ด้วยสมาร์ตโฟน แล้วเปิดกล้อง AR ไปส่องที่ตำแหน่งมาร์กเกอร์ คุณจะเห็นภาพภายในแบบมุมมอง 360 องศา
ส่วนบริเวณด้านนอกรั้วเดินชมได้อย่างอิสระ จึงสามารถชมรูปลักษณ์ภายนอกได้ตลอดเวลา
ช่วงหลังพระอาทิตย์ตกจนถึงประมาณเที่ยงคืน โดยมีการเปิดไฟทุกวันในเวลา 20:00–00:00 เป็นช่วงที่น่าแวะเป็นพิเศษ เพราะจะได้สัมผัสบรรยากาศสงบนิ่งและขรึมขลังของยามค่ำคืน
“โดมปรมาณู” ที่มีตัวตนอันโดดเด่นอย่างมาก ให้ทั้งความงดงามชวนฝันและความเศร้าจากโศกนาฏกรรมของสงครามในเวลาเดียวกัน
ใกล้กันมีอาคารคอมเพล็กซ์สูง 13 ชั้นชื่อ “โอริซึรุทาวเวอร์” ซึ่งจากจุดชมวิวบนดาดฟ้าสามารถมองเห็นทั้ง “โดมปรมาณู” และ “สวนสันติภาพ” ได้พร้อมกัน
อีกทางหนึ่ง เส้นทางล่องเรือมรดกโลกของ “ฮิโรชิมะ ริเวอร์ ครูซ” ก็เปิดโอกาสให้ชม “โดมปรมาณู” และ “มิยาจิมะ” จากบนเรือได้
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณลองสัมผัส “โดมปรมาณู” ควบคู่ไปกับสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมเหล่านี้ด้วย

แม้จะไม่สามารถเข้าชมภายในได้ แต่สามารถชมภายนอกได้ฟรีตลอดเวลา
แม้จะไม่สามารถเข้าชมภายในได้ แต่สามารถชมภายนอกได้ฟรีตลอดเวลา
โดมปรมาณูยามเปิดไฟมีบรรยากาศต่างจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจน
โดมปรมาณูยามเปิดไฟมีบรรยากาศต่างจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจน

การเดินทางไปโดมปรมาณู

หากออกเดินทางจาก “สถานีฮิโรชิมะ” ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางของเมือง ก็สามารถไป “โดมปรมาณู” ได้ไม่ยาก
วิธีเดินทางมีหลายแบบ แต่แบบที่นิยมและใช้งานสะดวกคือรถรางกับรถบัสประจำทาง
ส่วนใครที่อยากเดินเท้า ควรเผื่อเวลาไว้ประมาณ 35 นาที

กรณีเดินทางด้วยรถราง

เส้นทาง
1. จาก “สถานี JR ฮิโรชิมะ” ขึ้นรถรางฮิโรชิมะสาย 2 ปลายทาง “ฮิโรเด็น มิยาจิมะกุจิ” หรือ “ฮิโรเด็น นิชิฮิโรชิมะ” หรือสาย 6 ปลายทาง “เอบะ” แล้วลงที่ “สถานีเก็มบาคุโดมุมาเอะ”
2. จาก “เก็มบาคุโดมุมาเอะ” เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง “โดมปรมาณู”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

กรณีเดินทางด้วยรถบัสประจำทาง

เส้นทาง
1. จากจุดขึ้นรถ “เมเปิลรูพ” ฝั่งทางออกชินคันเซ็นของ “สถานีฮิโรชิมะ” ขึ้นรถบัสท่องเที่ยววนรอบเมือง “ฮิโรชิมะ เมเปิลรูพ” สายสีส้ม แล้วลงที่ป้าย “เก็มบาคุโดมุมาเอะ” ※ ใช้สายสีเขียวหรือสายเลมอนก็ได้
2. จาก “เก็มบาคุโดมุมาเอะ” เดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง “โดมปรมาณู”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของโดมปรมาณู

โดมปรมาณูตั้งอยู่ภายในสวนสันติภาพ โดยทั้งสวนและโดมปรมาณูเปิดให้เข้าชมได้ตลอดเวลา
และไม่มีค่าเข้าชมด้วย จึงแวะมาได้ทุกเมื่อ

เดินชมสวนสันติภาพเพื่อเรียนรู้และสัมผัสประวัติศาสตร์อันโหดร้าย

เมื่อเดินต่อจาก “โดมปรมาณู” ไม่นาน ก็จะถึง “สวนสันติภาพ” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิด
ที่นี่ได้รับการพัฒนาและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสวนขึ้น เพื่อสื่อสารความปรารถนาต่อสันติภาพถาวรของมนุษยชาติ และเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีก
สวนแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1955 ซึ่งเป็นเวลา 10 ปีหลังการทิ้งระเบิด และปัจจุบันก็ยังเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์สำหรับไว้อาลัยแก่ผู้เสียหายและอธิษฐานเพื่อสันติภาพโลก
ภายใน “สวนสันติภาพ” มีทั้ง “โดมปรมาณู” “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ” และอนุสาวรีย์ “เซโนทาฟผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู” ที่จะแนะนำต่อไปนี้
หากอยากเรียนรู้และสัมผัสประวัติศาสตร์อันโหดร้ายด้วยตนเอง อยากชวนให้แวะมาเยือนพร้อมกับ “โดมปรมาณู”

1. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ

“พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ” ก่อตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของระเบิดปรมาณูสู่คนรุ่นหลัง โดยจัดแสดงเอกสาร ภาพถ่าย แบบจำลอง และสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณูจำนวนมาก
จุดเด่นคือผู้เข้าชมจะได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสัมผัสภาพรวมของความเสียหายจากระเบิดปรมาณู สภาพของเมืองฮิโรชิมะก่อนและหลังเหตุการณ์ รวมถึงอันตรายของอาวุธนิวเคลียร์ ผ่านนิทรรศการถาวร 6 โซน
ไม่ว่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวที่เสียหายอย่างหนัก เสียงแห่งความโกรธและความทุกข์ของครอบครัวผู้สูญเสีย หรือเรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้ประสบเหตุที่ถูกพรากทุกสิ่งไป ล้วนเป็นนิทรรศการที่สะเทือนใจและสมจริงจนทำให้ตระหนักถึงความโหดร้ายของระเบิดปรมาณูอีกครั้ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น และหลายคนก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างมากเมื่อได้รับรู้ความจริงของความเสียหายและภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์

พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดความน่ากลัวของระเบิดปรมาณูและความปรารถนาสู่สันติภาพโลก
พิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดความน่ากลัวของระเบิดปรมาณูและความปรารถนาสู่สันติภาพโลก

2. เซโนทาฟผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู

“เซโนทาฟผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู” (ชื่อทางการ: อนุสาวรีย์นครสันติภาพฮิโรชิมะ) เป็นอนุสรณ์สถานหินที่สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานให้ฮิโรชิมะซึ่งถูกทำลายล้างจากระเบิดปรมาณู ได้ฟื้นฟูขึ้นใหม่ในฐานะเมืองแห่งสันติภาพ
จุดเด่นคือหลังคามีรูปทรงคล้ายบ้านดินเผาฮานิวะ จากความตั้งใจที่ว่า “อยากปกป้องดวงวิญญาณของเหยื่อระเบิดปรมาณูจากฝนและน้ำค้าง”
บนแผ่นหินยังสลักข้อความว่า “ขอให้ทุกท่านจงพักผ่อนอย่างสงบ เพราะเราจะไม่ทำผิดซ้ำอีก”
เพื่อให้ความหมายของข้อความซึ่งอธิษฐานถึงสันติภาพโลกที่แท้จริงสื่อสารได้อย่างถูกต้องกับชาวต่างชาติ จึงมีป้ายอธิบายหลายภาษา เช่น อังกฤษ จีน และอิตาลี ให้ลองแวะอ่านดู

เซโนทาฟผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานถึงการฟื้นฟูและสันติภาพโลก
เซโนทาฟผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานถึงการฟื้นฟูและสันติภาพโลก

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบโดมปรมาณู

ถ้าแวะมาแถวโดมปรมาณูแล้วอยากหาอะไรอร่อยๆ ลองดูร้านยอดนิยมที่เราคัดมาแนะนำได้เลย
มีทั้งร้านดังที่สามารถลิ้มลองโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะได้ด้วย อย่าลืมใส่ไว้ในแผนเที่ยวของคุณ

1. โอโคโนมิยากิขึ้นชื่อแห่งฮิโรชิมะ เรย์จัง

“โอโคโนมิยากิขึ้นชื่อแห่งฮิโรชิมะ เรย์จัง” (Reichan) คือร้านโอโคโนมิยากิเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของ “เอกิเอะ” ศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีฮิโรชิมะ
ร้านนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1957 และเป็นร้านเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 65 ปี
โอโคโนมิยากิของที่นี่จะย่างอย่างพิถีพิถันทีละแผ่น โดยซ้อนชั้นวัตถุดิบอย่างกะหล่ำปลีรสหวาน เส้นโซบะสั่งทำพิเศษ หมู และไข่ เพื่อดึงรสชาติอร่อยของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด

ร้านโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะเก่าแก่ที่ผู้คนรักด้วยรสชาติคงเดิมและการบริการอบอุ่น
ร้านโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิมะเก่าแก่ที่ผู้คนรักด้วยรสชาติคงเดิมและการบริการอบอุ่น

2. ยากินิกุ ฟุรุซาโตะ สาขาดันบาระฮนเท็น

“ยากินิกุ ฟุรุซาโตะ สาขาดันบาระฮนเท็น” (Yakiniku Furusato Danbara Honten) เป็นร้านยากินิกุที่มีสาขาในจังหวัดฮิโรชิมะเป็นหลัก
ตั้งแต่การผลิต การจัดการการส่งออก การขายส่ง ไปจนถึงการแปรรูปของเนื้อวัวซากากิยามะ ล้วนดำเนินการโดยร้านแห่งนี้
แนวทางของยากินิกุฟุรุซาโตะคือไม่แช่แข็งเนื้อเลยตั้งแต่การชำแหละจนถึงการเสิร์ฟ เพื่อดึงความสดและรสชาติอร่อยของเนื้อออกมา

ร้านยากินิกุที่เสิร์ฟ “เนื้อซากากิยามะ” วากิวแบรนด์พรีเมียมระดับสูงของจังหวัดฮิโรชิมะ
ร้านยากินิกุที่เสิร์ฟ “เนื้อซากากิยามะ” วากิวแบรนด์พรีเมียมระดับสูงของจังหวัดฮิโรชิมะ

3. ยาเก็นโบริ ฮัสโช

ยาเก็นโบริ ฮัสโช (Yagenbori Hassho) เป็นหนึ่งในร้านโอโคโนมิยากิที่ได้รับความนิยมระดับแถวหน้าของเมืองฮิโรชิมะ
หน้าร้านมีคิวต่อแถวยาวแทบทุกวัน และยังได้รับการแนะนำผ่านสื่อต่างๆ มากมาย โดยใช้เวลาย่างโอโคโนมิยากิประมาณ 20–30 นาที
จุดเด่นคือเส้นหมี่จีนด้านในโอโคโนมิยากิถูกย่างจนกรอบ ทำให้ได้สัมผัสที่น่าประทับใจมาก

คุ้มค่ากับการต่อคิว! ร้านโอโคโนมิยากิชื่อดังที่เป็นตัวแทนของฮิโรชิมะ
คุ้มค่ากับการต่อคิว! ร้านโอโคโนมิยากิชื่อดังที่เป็นตัวแทนของฮิโรชิมะ

รีวิวของโดมปรมาณู

4.43

มีการแปลบางส่วนด้วย AI

    เป็นสถานที่ที่อยากให้คนอเมริกันได้มาดูด้วย
    แม้จะได้เห็นสิ่งนี้แล้ว ยังจะคิดอยู่ไหมว่าระเบิดปรมาณูเป็นสิ่งจำเป็นต่อการยุติสงคราม
    ผมคิดว่าอาวุธนิวเคลียร์ที่เรียกว่าเป็นความยุติธรรมนั้นไม่มีอยู่จริง

  • ข้อมูลและภาพถ่ายที่จัดแสดงใน Atomic Bomb Dome และสวนอนุสรณ์สันติภาพโดยรอบ บันทึกถึงพลังการทำลายล้างของระเบิดปรมาณูและผลกระทบที่ตามมาไว้อย่างละเอียด

  • พาครอบครัวมาที่นี่แล้วรู้สึกว่ามีความหมายทางประวัติศาสตร์มาก จากเดิมที่เคยรู้เรื่องราวในอดีตแค่ผ่านหนังสือ พอได้มาสัมผัสอาคารที่เกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณูเหล่านี้ ก็ยิ่งรับรู้ถึงสภาพในตอนนั้นได้มากขึ้น
    รู้สึกจากใจเลยว่าสงครามเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมาก ขอให้โลกนี้ไม่มีสงครามอีกเลย

ดูรีวิวเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโดมปรมาณู

Q

สามารถเข้าชมภายในโดมปรมาณูได้ไหม?

A

ไม่สามารถเข้าชมภายในได้ เนื่องจากบริเวณรอบๆ มีรั้วล้อมไว้ อย่างไรก็ตาม หากใช้สมาร์ตโฟนสแกน AR Marker ก็จะสามารถชมภาพด้านในแบบมุมมอง 360 องศาได้

Q

ทำไมโดมปรมาณูจึงยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน?

A

เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและมรดกด้านลบ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของการถูกระเบิดปรมาณูไปสู่อนาคต และเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก

Q

เดิมทีโดมปรมาณูเป็นสถานที่แบบไหน?

A

เดิมเป็นสถานที่ชื่อว่า “อาคารแสดงสินค้าประจำจังหวัดฮิโรชิมะ” ใช้สำหรับจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดฮิโรชิมะ

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งประวัติของ “โดมปรมาณู” ความโหดร้ายของระเบิดปรมาณู และความหมายของการอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน
“โดมปรมาณู” ที่ยังคงสภาพในช่วงเวลาถูกระเบิด ยังคงส่งเสียงบอกเล่าภัยคุกคามของอาวุธนิวเคลียร์ที่ไร้มนุษยธรรมไปทั่วโลกแม้ในยุคปัจจุบัน
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณไปเยือน “โดมปรมาณู” และสัมผัสคุณค่าของสันติภาพด้วยตนเอง
ในบทความนี้ยังมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารอร่อยและจุดเที่ยวลับที่เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวฮิโรชิมะจากหลากหลายมุมมอง ซึ่งน่าจะช่วยให้วางแผนเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น